ทรัมป์’ งัดกฎหมายเก่าปี 1930 ฟันภาษีแคนาดา 50%! อ้างโดนกีดกันสินค้าอเมริกัน สะเทือนการค้าสองฝ่าย

21 ก.ค. 2569 - 07:50

  • ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 50% จากสินค้าแคนาดาหลายรายการ รวมถึงไวน์ ไม้ฮอกกี้ และซีเมนต์ มีผลบังคับใน 30 วัน

  • คำสั่งนี้อาศัย Section 338 ของกฎหมายภาษีปี 1930 ซึ่งไม่เคยถูกนำมาใช้งานจริง และอาจเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายสูง

  • สินค้าภายใต้ข้อตกลง USMCA จะถูกเรียกเก็บภาษีด้วย ซึ่งต่างจากมาตรการภาษีก่อนหน้าของทรัมป์

ทรัมป์’ งัดกฎหมายเก่าปี 1930 ฟันภาษีแคนาดา 50%! อ้างโดนกีดกันสินค้าอเมริกัน สะเทือนการค้าสองฝ่าย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งลงโทษทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ ด้วยการสั่งเก็บ กำแพงภาษีสูงถึง 50% กับสินค้านำเข้าจากแคนาดาหลายรายการ โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 30 วันข้างหน้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ สหรัฐฯ อ้างว่าเกิดจากการที่แคนาดาปฏิบัติอย่าง "เลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม" ต่อสินค้าของสหรัฐฯ ทั้งเครื่องดื่มอัลกอฮอล์, ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์นม

งัดกฎหมายยุค 1930 มาใช้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ทรัมป์ได้ดึงข้อกฎหมายที่ไม่เคยถูกนำมาใช้งานจริงอย่าง Section 338 ของ Tariff Act ปี 1930 มาอ้างอิง หลังจากที่มาตรการภาษีหลายรายการของเขาเคยถูกศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตีกราดและยกเลิกไปเมื่อช่วงต้นปี
สำหรับสินค้าที่จะโดนภาษี 50% ในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่ ไวน์, ไม้ฮอกกี้ ไปจนถึงปูนซีเมนต์ แต่ยังคง ยกเว้น สินค้ากลุ่มพลังงาน, โพแทสเซียม และสินค้าที่โดนภาษีเฉพาะรายอุตสาหกรรมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ สินค้าหลายรายการที่เคยได้รับการยกเว้นภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) กลับถูกดึงเข้ามาโดนภาษีรอบนี้ด้วย

ชนวนเหตุ: แคนาดาถอดเหล้าสหรัฐฯ ออกจากชั้นวาง

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า แคนาดาเป็นหนึ่งในสองประเทศ (ร่วมกับจีน) ที่ตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์เมื่อปีที่แล้ว โดยมณฑลส่วนใหญ่ในแคนาดาตอบโต้ด้วยการ สั่งระงับการซื้อและเก็บเครื่องดื่มอัลกอฮอล์จากสหรัฐฯ ออกจากแผงทั้งหมด เพื่อแบนคำขู่เรื่องภาษีของทรัมป์ รวมถึงไม่พอใจที่ทรัมป์เคยเปรียบเปรยแคนาดาว่าเป็น "รัฐที่ 51 ของอเมริกา"
ด้าน เจมี่สัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า:

"แคนาดาถอดเหล้าสหรัฐฯ ออกจากชั้นวาง แต่กลับเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์นมจากสหภาพยุโรป แถมยังจำกัดการส่งออกรถยนต์จากสหรัฐฯ มาตรการนี้จึงมีขึ้นเพื่อลงโทษและดึงแคนาดาให้กลับมารับผิดชอบ"

นักวิเคราะห์เตือน: เสี่ยงโดนฟ้อง-หวั่นกระทบห่วงโซ่อุปทาน

สก็อตต์ ลินซิคัม (Scott Lincicome) จากสถาบัน Cato Institute ชี้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำ Section 338 มาใช้ แต่นักกฎหมายจำนวนมากมองว่ากฎหมายนี้เก่าเกินไปและอาจถูกยกเลิกด้วยอำนาจกฎหมายใหม่ไปแล้ว สะท้อนว่าทรัมป์พร้อมจะใช้อำนาจกฎหมายทุกฉบับที่มีในมือ


ขณะที่ ไรอัน เมเจรุส (Ryan Majerus) อดีตเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐฯ มองว่า ทรัมป์ตั้งใจใช้มาตรการนี้เป็น "ไพ่ต่อรอง" ในการเจรจาข้อตกลง USMCA ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งหากภาษีนี้มีผลบังคับใช้จริงในอีก 30 วัน จะสร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานและภาคธุรกิจของสหรัฐฯ เองอย่างมหาศาล


การเปิดศึกภาษีรอบใหม่นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ทรัมป์เพิ่งขู่จะเก็บภาษีแคนาดาเพิ่มจากประเด็น "กลุ่มควันไฟป่า" ที่ลอยข้ามฝั่งเข้ามาในสหรัฐฯ และเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ทรัมป์เพิ่งร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศเคียงข้าง มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา

ทรัมป์รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้กับสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก
ทรัมป์รับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้กับสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์