กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนปรับตัวขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก MarketWatch คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% และเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 3.4% ในเดือนสิงหาคม ท่ามกลางความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และกดดันกำลังซื้อของครัวเรือนอเมริกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน
ราคาน้ำมันตัวการหลักหนุนเงินเฟ้อ
รายงานระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นถึง 9.1% ในรอบเดือนเดียว และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเพิ่มขึ้นทั้งหมดของ CPI โดยราคาน้ำมันที่สถานีบริการทั่วสหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 45% นับตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางปะทุ แตะระดับ 4.33 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ตามข้อมูลของสมาคม AAA ขณะที่ราคาดีเซลทะยานสูงขึ้นถึง 67.7% ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งสินค้าและเสี่ยงกระทบผู้บริโภควงกว้าง
ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านฉุดราคาพลังงาน
หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก นักเศรษฐศาสตร์จาก ING เจมส์ ไนท์ลีย์ ให้ความเห็นว่า "ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น และทุกคนต่างรับรู้ถึงผลกระทบนี้" พร้อมชี้ว่าค่าโดยสารสายการบินในสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
เฟดระวังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
แม้ตัวเลข CPI พื้นฐานที่ไม่รวมอาหารและพลังงานจะอยู่ที่ 2.6% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่ไนท์ลีย์มองว่ารายงานนี้ไม่น่าจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคม โดยผู้กำหนดนโยบายเฟดหลายรายส่งสัญญาณเลือกแนวทาง "ค่อยเป็นค่อยไป" แทนการขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกัน เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงอยู่แล้ว
สัญญาณเตือนก่อนเลือกตั้งกลางเทอม
สถานการณ์เงินเฟ้อที่ร้อนแรงขึ้นสร้างแรงกดดันทางการเมืองให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังหาเสียงในหลายรัฐเพื่อรักษาเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในรัฐสภา นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัวแข็งแกร่งจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ที่กระตุ้นความต้องการชิปและแรงงาน แรงกดดันด้านราคาอาจยังคงส่งผลต่อครัวเรือนอเมริกันต่อไป




