WARRIX โตจากปีโควิดกว่า 750% แผนปี 66 เจาะ Active Lifestyle

9 มี.ค. 2566 - 16:38

  • แบรนด์กีฬา WARRIX เผยรายได้ที่เพิ่มในทุกช่องทางการขาย ปัจจัยโควิดคลาย ทุกกิจกรรมเกิดได้ตามปกติ ส่งผลรายได้โตงดงาม

  • ปั้นแบรนด์เจาะตลาด Active Lifestyle ได้แบรนด์ใหม่ Fit Junctions และ Premier Football หนุนรายได้เติบโต

WARRIX_SPACEBAR_Hero_c65a6a050b.jpeg
วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วอริกซ์ สปอร์ต หรือ WARRIX เผย ในปี 66 บริษัทตั้งเป้าหมายเดินหน้าธุรกิจไปสู่การเป็นแบรนด์แห่ง Active lifestyle ที่ไม่ได้เน้นเพียงแบรนด์ของกีฬาเท่านั้น แต่จะเป็นแบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งเทรนด์แห่งการใส่ใจสุขภาพนั้น เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ถือเป็นช่วงที่เทรนด์สุขภาพได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะตลาดวิ่งที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด  

ดังนั้น แบรนด์ WARRIX จึงจะเข้ามารองรับความต้องการเหล่านี้ และจะขยายไปสู่กีฬาหลากหลายประเภทให้ครอบคลุม จากเดิมที่เน้นฟุตบอลจะเพิ่มประเภทกีฬาใหม่ๆ เช่น วิ่ง ที่มีตลาด ขนาดใหญ่มาก บาสเกตบอล เป็นอีกกีฬาที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ กอล์ฟ กีฬาที่มีกำลังซื้อสูงสุด รวมถึงอุปกรณ์เทรนนิ่ง ฟุตแวร์ อันเดอร์แวร์ ไปจนถึงการบริการในส่วนของสุขภาพหรือ เฮลท์แคร์ 
WARRIX_SPACEBAR_Photo03_d867c8c89d.jpeg
วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วอริกซ์ สปอร์ต หรือ WARRIX
โดยปัจจุบันเราเปิดตัว คลินิคกายภาพบำบัด และ Performance training studio และมีเป้าหมายจะขยายการให้บริการของแบรนด์แบบไม่อยู่นิ่ง รวมถึงการรุกงานอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นหลายกิจกรรมในปีนี้ 

สำหรับการเติบโตทางธุรกิจในขณะนี้จะเห็นว่าบริษัทยังอยู่ในเทรนด์ของการเติบโต โดยในปีนี้ WARRIX ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 20-30% ด้วยโครงสร้างรายได้จากธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบด้วย ธุรกิจเดิมอย่างธุรกิจสปอร์ตไลเซนซิ่ง (Sport Licensing) และสินค้าทั่วไป (Non – Licensed) ในปีนี้จะขยายไปสู่ตลาดวิ่ง บาสเก็ตบอล และกอล์ฟ รวมถึงไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมทั้งขยายช่องทางขาย เปิดจุดขายในห้างโมเดิร์นเทรด เพื่อกระจายฐานลูกค้าต่างจังหวัด  

ขณะเดียวกันจะยกระดับการขยายธุรกิจไปอีกขั้น เพื่อเป้าหมายการพาแบรนด์ไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลก ล่าสุด บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท Premier Football ในประเทศสิงคโปร์
WARRIX_SPACEBAR_Photo02_23cc05d33a.jpeg
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนซื้อสิทธิเครื่องหมายการค้าของ ‘Fit Junctions’ สถาบันฝึกสอนการออกกําลังกายและโภชนาการ จะช่วยให้บริษัทได้รับสิทธิในช่องทาง Social Media อย่าง Facebook YouTube TikTok และเว็บไซต์ รวมถึงสื่อการสอนในรูปแบบ E-Book และคลิปวิดีโอ ฯลฯ ซึ่งจะช่วยเสริมธุรกิจออนไลน์ของบริษัทและความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้านสุขภาพของ WARRIX ในอนาคต   

ทั้งนี้คาดว่ารายได้จากธุรกิจใหม่ทั้ง Fit Junctions และ Premier Football จะช่วยให้เสริมยอดขายของบริษัทในปีนี้ให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากช่องทางออนไลน์ 

ปัจจุบันยอดขายของบริษัทมาจากสินค้าสปอร์ตไลเซนซิ่ง (Sport Licensing)  สัดส่วน 21% ที่เหลือ 78%  เป็นสินค้าทั่วไป (Non – Licensed) และอีก 1% มาจากเป็นธุรกิจสุขภาพ (Health) ซึ่งการรุกธุรกิจด้านอื่นควบคู่กันไปจึงจะทำให้บริษัทสร้างรายได้จากหลายหลายช่องทาง โดยบริษัทยังมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้  

“คนส่วนใหญ่จะรู้จักเราในฐานะแบรนด์ฟุตบอล หรือผู้สนับสนุนเสื้อผ้าทีมชาติ  แท้จริงแล้วเราเป็นแบรนด์กีฬา แล้วเราต้องการขยายไปสู่ Active Lifestyle  เข้าไปอยู่ในทุกช่วงจังหวะชีวิตของคน ทั้งด้านสุขภาพหรือการออกกำลังกาย พอร์ตของเราก็จะขยายมากกว่าเรื่องของฟุตบอล หากเทียบสัดส่วนคนไทยจะพบว่า  14 ล้านคน หรือ 20% เป็นแฟนฟุตบอล ประชากรกลุ่มนี้จะสร้างโอกาสการเติบโตรายได้ส่วนของไลเซนส์ แต่ประชากรนอกกลุ่มนี้ก็จะสร้างโอกาสให้กับสินค้านอนไลเซนส์ให้เติบโตควบคู่กันไป” วิศัลย์ กล่าว 
WARRIX_SPACEBAR_Photo04_8c2d5ca426.jpeg
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2565 WARRIX มีกำไรสุทธิ 128.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.53 ล้านบาท หรือ 752% จากงวดปี 2564  ที่มีกำไรสุทธิ 14.2 ล้านบาท  เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่คลี่คลายและรัฐบาลมีการเปิดประเทศส่งผลให้กิจกรรมต่างๆ สามารถกลับมาจัดงานได้ตามปกติ ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน  ประกอบกับประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่บริษัทพยายามปรับปรุงในช่วงที่ผ่านมา 
WARRIX_SPACEBAR_Photo05_604efde182.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์