ธนาคารโลกยกเลิกเป้าหมายการเงินด้านภูมิอากาศ สะท้อนแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์
ธนาคารโลกประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าจะต่ออายุกรอบนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกไปอย่างไม่มีกำหนด พร้อมกันนั้นได้ยกเลิกเป้าหมายสัดส่วนเงินทุนที่ต้องมีผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศออกจากแผนปฏิบัติการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Action Plan: CCAP) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลพวงจากการกดดันของสหรัฐอเมริกา ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของสถาบันการเงินโลกแห่งนี้
ยกเลิกเป้าหมายตัวเลข มุ่งเน้นผลลัพธ์การพัฒนาแทน
แถลงการณ์ของกลุ่มธนาคารโลกระบุว่า องค์กรจะปรับทิศทางจากการวัดผลด้านปัจจัยนำเข้า (inputs) ไปสู่การวัดผลลัพธ์ (outcomes) เพื่อขยายผลกระทบด้านการพัฒนาให้สูงสุด และจะยกเลิกเป้าหมาย 45% สำหรับผลประโยชน์ร่วมด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงเป้าหมาย 35% ใน CCAP อย่างเป็นทางการ
สหรัฐฯ ยุคทรัมป์ กดดันให้ถอยห่างจากวาระสภาพภูมิอากาศ
ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ พลิกนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลัน โดยทรัมป์เคยเรียกวิกฤตสภาพภูมิอากาศว่าเป็น "เรื่องหลอกลวง" และผลักดันการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้น ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ เรียกร้องให้ธนาคารโลกยกเลิกเป้าหมายด้านการเงินสภาพภูมิอากาศ โดยระบุว่าเป้าหมายดังกล่าว "สร้างความไร้ประสิทธิภาพ บิดเบือนการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ และพาองค์กรออกห่างจากพันธกิจหลัก"
ผลงานที่ผ่านมาบรรลุเป้าหมายมาโดยตลอด
ข้อมูลทางการเปิดเผยว่า ในปี 2025 สัดส่วน 48% ของเงินทุนทั้งหมดจากกลุ่มธนาคารโลกมีผลประโยชน์ร่วมด้านสภาพภูมิอากาศ คิดเป็นมูลค่าราว 5.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยธนาคารโลกเริ่มดำเนินงานด้านนี้ตั้งแต่ปี 2016
ยังคงรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แม้จะยกเลิกเป้าหมายตัวเลข แต่ธนาคารโลกยืนยันว่าจะยังคงรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ และสัดส่วนโครงการที่มีผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศต่อไป ทั้งนี้ งานด้านสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะขับเคลื่อนโดยความต้องการของประเทศลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีส่วนรับผิดชอบต่อภาวะโลกร้อนน้อยที่สุด





