Roblox เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มเกมที่มีเด็กและเยาวชนใช้งานจำนวนมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง แพลตฟอร์มก็เผชิญคำถามเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้งานอายุน้อยมาโดยตลอด และล่าสุดคำถามเหล่านั้นถูกนำมาสาธิตให้เห็นกันแบบสด ๆ บนเวที CrimeCon 2026
Chris Hansen บุคคลที่มีชื่อเสียงจากรายการ To Catch a Predator ร่วมกับ Schlep ครีเอเตอร์ที่เคยติดตามและเปิดโปงผู้ต้องสงสัยล่อลวงเด็กบน Roblox เพื่อสาธิตให้ผู้ชมเห็นว่า คนแปลกหน้าสามารถเข้ามาพูดคุยกับผู้เล่นบนแพลตฟอร์มได้อย่างไร โดย Hansen ใช้บัญชีสำหรับการสาธิตเพื่อเข้าไปใช้งาน Roblox
ยังไม่ทันสาธิต ก็มีคนถามหา Snapchat
ระหว่างการใช้งาน มีผู้เล่นอีกคนเข้ามาพูดคุยกับ Hansen และถามว่าเขามี Snapchat หรือไม่ ประเด็นนี้ถือว่าน่าสนใจในบริบทของการสาธิต เพราะการพยายามพาผู้ใช้งานออกจากแพลตฟอร์มไปยังช่องทางอื่น เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ถูกจับตามองด้านความปลอดภัยออนไลน์
แต่ก่อนที่การสาธิตจะเดินหน้าต่อ บัญชีของ Hansen กลับถูกตัดออกจากเกม และเมื่อทีมงานตรวจสอบอีกครั้ง ก็พบว่าบัญชีดังกล่าวถูก Roblox แบน โดยระบบระบุว่าเป็นการกระทำผิดกฎในลักษณะ “repeated or serious rule breaking” และเกี่ยวข้องกับการละเมิด Terms of Use (PCGamesN)
พูดง่าย ๆ คือ คนที่กำลังสาธิตปัญหาความปลอดภัย กลับกลายเป็นคนที่ถูกระบบจัดการเสียเอง
Roblox ตั้งใจแบน Hansen หรือไม่?
ตรงนี้ต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐาน แม้เหตุการณ์จะดูเหมือนว่า Roblox ตรวจพบการสาธิตและเข้ามาจัดการบัญชี Hansen แบบเรียลไทม์ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ Roblox เป็นผู้สั่งแบนบัญชีดังกล่าวด้วยตัวเอง
Schlep ตั้งข้อสงสัยบนเวทีว่าอาจมีคนจาก Roblox กำลังติดตามการสาธิตอยู่ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน อีกความเป็นไปได้คือระบบ Moderation อัตโนมัติ การถูกรายงาน หรือการทำงานของผู้ดูแลเกมที่ Hansen เข้าไปเล่น
ดังนั้น ประเด็นจึงยังไม่ควรสรุปว่า “Roblox ปกป้องผู้ล่อลวงเด็ก แต่กลับแบนคนเปิดโปง” เพราะยังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะฟันธงเช่นนั้น
ถ้าระบบจับบัญชีที่กำลังสาธิตได้ แล้วภัยจริงล่ะ?
นี่คือจุดที่เรื่องของ Chris Hansen กลายเป็นมากกว่าเหตุการณ์แปลกๆ บนเวที เพราะปัญหาของแพลตฟอร์มที่มีเด็กใช้งานจำนวนมากไม่ได้อยู่แค่การสร้างเกมให้สนุก แต่อยู่ที่ว่าระบบสามารถแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นอันตรายได้เร็วและแม่นยำแค่ไหน
กรณีของ Schlep เองก็สะท้อนความขัดแย้งนี้ เขาเคยใช้วิธีทำ Sting Operation เพื่อติดตามผู้ต้องสงสัยล่อลวงเด็กบน Roblox ก่อนบัญชีของเขาจะถูกปิดโดย Roblox ในปี 2025 โดยบริษัทมองว่าการที่บุคคลภายนอกเข้าไปล่อจับผู้ต้องสงสัยด้วยตัวเองไม่ใช่วิธีที่ปลอดภัย
แต่เรื่องนี้ก็นำไปสู่คำถามอีกด้านว่า ถ้าผู้ใช้งานบางส่วนรู้สึกว่าระบบของแพลตฟอร์มยังจัดการปัญหาได้ไม่เพียงพอ แล้วใครควรเป็นคนตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มกำลังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแค่ไหน?
เพราะ Roblox ไม่ได้เป็นแค่ “เกม”
Roblox มีทั้งเกม การแชต การสร้างตัวตน การพบปะผู้เล่นคนอื่น และการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ภายนอก เมื่อเด็กสามารถพบคนที่ไม่รู้จักผ่านแพลตฟอร์มได้ เรื่องความปลอดภัยจึงไม่ใช่ปัญหาของเกมเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
เหตุการณ์ที่ Chris Hansen ถูกแบนกลางการสาธิตจึงอาจไม่ได้เป็นหลักฐานว่า Roblox “เลือกปกป้องคนผิด” แต่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เราเห็นคำถามสำคัญชัดขึ้นว่า ระบบกำลังตรวจจับสิ่งที่เป็นอันตรายได้จริง หรือเพียงแค่ตรวจจับสิ่งที่ระบบมองเห็นได้ง่ายกว่า?
และหากแพลตฟอร์มที่เด็กจำนวนมากใช้งานทุกวันยังตอบคำถามนี้ไม่ได้อย่างชัดเจน บางทีปัญหาของ Roblox อาจไม่ใช่แค่เรื่องในเกมอีกต่อไป แต่อาจเป็นเรื่องที่สังคมต้องเข้ามาตั้งคำถามด้วย





