เหลือเวลาอีกเพียง 20 วันเท่านั้นการออกเสียงประชามตินัดประวัติศาสตร์ เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะมีขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
ภายใต้คำถามที่ว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่?”
ดูจากคำถาม ก็มีความชัดเจนอยู่ในตัวว่า เป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 21 แทนฉบับที่ 20 ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน แต่บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง กลับสร้างความสับสนขึ้นเสียเอง ผ่านเวทีดีเบตต่างๆ เช่น ต้องการแก้เฉพาะในบางประเด็น หรือไม่ให้แตะหมวด 1 หมวด 2 เป็นต้น
คำถามคือ ในเมื่อต้องการแก้ไขเพียงบางส่วน แล้วทำไมต้องลงทุนฉีกทิ้งทั้งฉบับ
เรื่องนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งออกตัวแรงประกาศ ‘เห็นชอบ’ ก่อนใคร น่าจะให้คำตอบได้ชัดที่สุด “พรรคภูมิใจไทย มีความพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของ คสช.ก็ฟังว่ามีเหตุผล แต่หมวด 1 หมวด 2 ต้องดํารงอยู่”
ลำพังเหตุผลเพียงแค่นี้ดูจะเบาหวิวไปสักหน่อย เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ต้องจ่าย ทั้งเวลาและงบประมาณจัดทำประชามติ การสรรหาองค์กรที่จะมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ เพียงแค่แลกกับชื่อ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
แต่ฟังมาว่า ลึกๆ แล้วเรื่องนี้ได้ตกผลึกร่วมกันในหมู่นักการเมือง ผ่านเวทีกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ เพื่อถือโอกาสนำบางเรื่องที่ไม่เคยมีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ และเป็นปัญหาชีวิตให้กับนักการเมืองออกไป โดยจะเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ประชาชนร่วมกันจัดทำเป็นต้นแบบ
อะไรบ้าง ที่ไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนและปรากฎอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จนเป็นปัญหาชีวิตให้กลุ่มนักการเมือง ซึ่งไล่เรียงดูจากความพยายามขอแก้ไขรายมามาตราก่อนหน้านี้ มีอยู่หลายประเด็น ได้แก่
มาตรา 144 ที่ปิดทางไม่ให้สมาชิกรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมาธิการ แปรญัตติเปลี่ยนแปลงแก้ไขงบประมาณรายจ่ายประจำปีในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจะกระทำมิได้
เรื่องนี้เคยมีความพยายาม ‘ปลดล๊อค’ กันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่สำเร็จ เพราะนำไปมัดรวมกับเรื่องอื่นๆ ไว้ในร่างเดียว จึงถูกสภาตีตกไปด้วยกัน
มาตรา 160 (4) (5) คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ กับเรื่องมาตรฐานจริยธรรม ก็มีความพยายามแก้ไขไม่ให้ครอบจักรวาล และมีบางพรรคเสนอให้ตัดออกด้วยซ้ำ
สองวงเล็บนี้ก็เป็นบทบัญญัติที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 เช่นกัน
มาตรา 235 ที่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง "ตลอดไป" หรือโทษประหารชีวิต ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ก็เป็นของใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่อยู่ในข่ายจะถูกตัดคำว่า ตลอดไป ออกด้วย
นอกจากนั้น หลังมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว กฎหมายลูก หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องต่างๆ ก็ต้องจัดทำขึ้นใหม่ มีผลให้กฎหมายลูกที่ใช้อยู่ปัจจุบันต้องถูกยกเลิก โดยเฉพาะเรื่องคดีทุจริตที่ไม่มีอายุุความ ก็อาจให้กลับไปเหมือนเดิม คือ ใช้หลักการเดียวกับกฎหมายทั่วไป
ภายใต้หลักการของรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายแม่บทและกฎหมายสูงสุดของประเทศ หากไม่มีบทบัญญัติใดเขียนห้ามไว้ย่อมสามารถทำได้ ส่วนไหนที่ไม่ให้ทำจะเขียนห้ามไว้เป็นการเฉพาะ
ดังนั้น เพียงแค่ตัดทิ้งบางข้อความที่เป็นปัญหาไม่ให้ปรากฎอยู่ในรัฐธรรมนูญ ก็จะทำให้สิ่งที่เป็นเป็นปัญหาไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เท่ากับเป็นการปล่อยผี นิรโทษกรรมทางการเมืองครั้งใหญ่ ไปพร้อมกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับ ‘ดีลลับ’ นักการเมืองจะมีอยู่จริงหรือไม่ ให้รอพิสูจน์จากผลประชามตินัดประวัติศาสตร์




