2 นางพญา ข้าง 'ผู้นำจิตวิญญาณ' - 'หญิงอ้อ' เหยียบหิมะไร้รอย 'ซ้อต่าย' ผู้นำเชียร์ข้างสนาม

30 ก.ค. 2569 - 15:35

  • ปฏิเสธไม่ได้ว่า 'บทบาท'ของ 2 นางพญา ข้างกาย 'ผู้นำทางจิตวิญญาณ' ค่ายแดง-น้ำเงิน มักถูกพูดถึงเสมอ ถึงแม้จะมีหลายอย่างแตกต่างกัน

  • เห็นได้จาก 'ภูมิหลัง' 'คุณหญิงพจมาน' สืบเชื้อสายจาก 'ชนชั้นนำ-บุตรสาวบิ๊กตำรวจเมืองกรุง' ส่วน 'กรุณา' โตจาก 'ฐานทุนรับเหมาก่อสร้าง' รายใหญ่ภาคเหนือ

  • สไตล์การเมืองต่างกัน 'คุณหญิงพจมาน' ดีลอำนาจหลังม่าน เปรียบ 'เหยียบหิมะไร้รอย' ส่วน 'กรุณา' เปิดหน้าชัด บัญชาการ 'หน้าฉาก' เป็น 'ผู้นำเชียร์' ข้างสนาม

2 นางพญา ข้าง 'ผู้นำจิตวิญญาณ' - 'หญิงอ้อ' เหยียบหิมะไร้รอย 'ซ้อต่าย' ผู้นำเชียร์ข้างสนาม

ในสภาวะที่การเมืองไทยที่เต็มไปด้วยการชิงช่วงชิงความได้เปรียบ บทบาทของผู้นำทางจิตวิญญาณอย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" แห่งค่ายแดง (ไทยรักไทย-เพื่อไทย) และ "เนวิน ชิดชอบ" แห่งค่ายน้ำเงิน (ภูมิใจไทย) มักจะถูกสปอร์ตไลต์ส่องถึงอยู่เสมอ 

แต่หากพิจารณาลึกลงไป จะพบว่าโครงสร้างอำนาจของทั้งสองค่ายไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวผู้ชายเพียงลำพัง หากแต่มี "สตรีผู้มากบารมี" คอยเป็นเสาหลักร่วมสร้างฐานอำนาจทางการเมือง นั่นคือ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และ กรุณา ชิดชอบ

แม้สตรีทั้งสองจะมีจุดยึดเหนี่ยวในฐานะ "ผู้ร่วมสร้างบารมี" เคียงข้างผู้นำสูงสุด แต่ทว่าทั้งปูมหลังตระกูล ทุนทางสังคม และวิถีการเดินเกมการเมืองของทั้งคู่ กลับมีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คนหนึ่งเลือกกำกับการแสดงอยู่ "หลังม่าน" ขณะที่อีกคนหนึ่งเลือกก้าวขึ้นมาอยู่ "หน้าฉาก"

ปูมหลังตระกูล - สายสัมพันธ์ทางสังคม

ต้นทุนทางสังคมและกำเนิดตระกูลถือเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมบุคลิกและสไตล์การกุม อำนาจ 2 นางพญาการเมืองไทย อย่างเห็นได้ชัด

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพช สายเลือดตำรวจใหญ่

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (นามสกุลเดิม ดามาพงศ์) หรือ คุณหญิงอ้อ เกิดในตระกูลข้าราชการชั้นสูงของกรุงเทพมหานคร โดยเป็นบุตรคนสุดท้องของ พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ และคุณหญิงพจนีย์ ณ ป้อมเพชร เติบโตมาในสังคมชนชั้นนำได้รับการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ก่อนจะไปศึกษาต่อระดับอนุปริญญาด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเคนทักกี สหรัฐอเมริกา

ความพิเศษทางสาแหรกของคุณหญิงพจมาน คือการสืบสายเลือดฝ่ายมารดาในตระกูล "ณ ป้อมเพชร" ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานนามสกุล ในสมัยรัชกาลที่ 6 

สายสัมพันธ์ของ ณ ป้อมเพชร ยังเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลายยุคสมัย เช่น ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (ภริยา ดร.ปรีดี พนมยงค์) และ ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ (ภริยา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) 

ทุนทางสังคมระดับตระกูลข้าราชการใหญ่และเครือข่ายอีลีตเมืองหลวงนี้เอง ที่กลายเป็น "ลมใต้ปีก" สำคัญให้แก่ ทักษิณ ชินวัตร ในการเข้าถึงเครือข่าย ข้าราชการ และ บิ๊กตำรวจ-ทหาร ในยุคเริ่มต้นสร้างตัว

กรุณา ชิดชอบ ลูกสาวเจ้าพ่อรับเหมาแห่งเชียงใหม่

ขณะที่ กรุณา ชิดชอบ (นามสกุลเดิม สุภา) หรือ "ซ้อต่าย" มีปูมหลังที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เกิดที่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรของ คะแนน สุภา เจ้าของบริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็น กลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ 

เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโท ด้านระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MMIS) จาก Westcoast University สหรัฐอเมริกา

การสมรสระหว่าง กรุณา สุภา กับ เนวิน ชิดชอบ บุตรชายของ ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา นักการเมืองรุ่นเก๋าแห่งบุรีรัมย์ จึงเปรียบเสมือนการผนึกกำลังกันระหว่าง "ทุนรับเหมาภาคเหนือ" กับ "ฐานการเมืองบ้านใหญ่ภาคอีสานใต้" 

ปูมหลังในฐานะ ลูกสาวเศรษฐีภูธร ทำให้กรุณามีความคุ้นเคยกับ ระบบทุนท้องถิ่น การบริหารจัดการธุรกิจก่อสร้าง และวัฒนธรรมการเมืองแบบถึงลูกถึงคน

วิถีการเมือง 'จอมนางหลังม่าน' VS 'แม่ทัพหน้าฉาก'

ความแตกต่างด้านปูมหลังส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมทางการเมืองและการแสดงออกต่อสาธารณะของสตรีทั้งสองคน ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละค่ายอย่างชัดเจน

'คุณหญิงพจมาน' อำนาจหลังม่าน 'จันทร์ส่องหล้า'

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ คุณหญิงพจมานไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมาโดยตลอด 

แต่ในสายตาของนักการเมืองค่ายแดง คุณหญิงพจมาน คือ "แม่ทัพตัวจริง" และ "ศูนย์รวมอำนาจเด็ดขาด" ของพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย

บทบาทการเมืองของคุณหญิงพจมานถูกดำเนินผ่าน "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการความเสี่ยงและโครงสร้างอำนาจภายใน 

คุณหญิงพจมานเป็นผู้กุมกลไกการบริหารธุรกิจในเครือชินคอร์ปอเรชั่นอย่างเข้มแข็ง จนสร้างฐานทุนหมื่นล้านให้แก่ครอบครัว ขณะเดียวกันในทางการเมือง เธอทำหน้าที่เป็น "อำนาจสุดท้าย" ที่คอยตัดสินใจในยามพรรคเกิดวิกฤต จัดสรรตำแหน่ง ควบคุมเสถียรภาพของ สส. และกำหนดจังหวะก้าวสำคัญของตระกูลชินวัตร

นอกจากนี้ คุณหญิงพจมานยังมีความเชี่ยวชาญใน การประสานคอนเนกชัน ในระดับ กลุ่มชนชั้นนำ และ ขั้วอำนาจอนุรักษนิยม ในยามที่เกิดวิกฤตการเมืองหลังรัฐประหารปี 2549 คือผู้ที่ก้าวเข้าหา ศูนย์กลางอำนาจเดิม เช่น การเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ หรือการรักษาความสัมพันธ์กับ กลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ 

วิถีของเธอจึงเป็นการใช้ความนิ่ง สุขุม และเด็ดขาด ในการปกป้องครอบครัวและทิศทางพรรคอยู่หลังม่าน

'กรุณา ชิดชอบ' แม่ทัพฉากหน้า 'การเมืองถิ่น' แห่ง 'เขากระโดง'

ในทางกลับกัน "ซ้อต่าย" กรุณา ชิดชอบ เลือกวิถีทางที่เปิดเผยและพุ่งชนหน้าฉากทางการเมืองอย่างเต็มตัว กรุณาเคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดบุรีรัมย์ 3 สมัย สังกัด พรรคเอกภาพ พรรคชาติไทย และ พรรคไทยรักไทย

เมื่อการเมืองระดับชาติของ เนวิน ชิดชอบ สะดุดจากคดียุบพรรคและข้อจำกัดทางการเมือง กรุณาได้ผันตัวลงมาทำหน้าที่เป็นแม่ทัพการเมืองท้องถิ่นเต็มรูปแบบ โดยลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ ถึง 2 สมัย 

สามารถคุมกลไกการบริหารงบประมาณการพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และเอาชนะ ศึกการเมือง ภายใน ตระกูลชิดชอบ ได้อย่างขาดลอย

เดิมทีตำแหน่งนายก อบจ.บุรีรัมย์ เป็นของ พ.ต.อ.ชวลิต ชิดชอบ" (พี่เขยของเนวิน) แต่ในการเลือกตั้ง 2551 เนวินตัดสินใจส่ง กรุณา ชิดชอบ ลงสมัครนายก อบจ. บุรีรัมย์ ในนาม "กลุ่มเพื่อนเนวิน"

ทำให้เกิด "ศึกสายเลือด" เมื่อกรุณาต้องเปิดศึกเลือกตั้งแข่งกับ "อุษณีย์ ชิดชอบ" อดีต สว.บุรีรัมย์ (พี่สาวของเนวิน และเภรรยา พ.ต.อ. ชวลิต) ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า กรุณา ชิดชอบ คว้าชัยชนะอย่างขาดลอย ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.บุรีรัมย์ สมัยแรก

นอกจากบทบาทนักการเมืองท้องถิ่น กรุณายังเป็นกำลังสำคัญในการสร้างแบรนด์ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" เธอรับบทบาทเป็นรองประธานสโมสรและ "ประธานเชียร์" ที่ถือโทรโข่งนำแฟนบอลร้องเพลงบนอัฒจันทร์ด้วยตัวเอง 

การแต่งกายสไตล์สปอร์ต ตลอดจนการตอบโต้คอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียอย่างตรงไปตรงมา ทำให้กรุณากลายเป็นภาพลักษณ์ของหญิงแกร่งที่ไม่เกรงกลัวใคร ซึ่งช่วยสร้างฐานมวลชนชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นให้แก่ค่ายน้ำเงินอย่างแน่นหนา

'พจมาน' เซฟโซนค่ายแดง - 'กรุณา' ที่พึ่งท้องถิ่น

จะเห็นได้ว่า ภาพลักษณ์ที่แสดงออกมาของสตรีทั้งสองคนสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การรักษาอำนาจที่แตกต่างกันตามโครงสร้างฐานเสียงของค่ายแดงและค่ายน้ำเงิน

ค่ายแดง เติบโตมาจากพรรคการเมืองระดับชาติที่ชู นโยบายประชานิยม และการเป็น รัฐบาลกุมอำนาจรัฐ การที่ ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นเป้าหมายหลักของการถูกโจมตีทางกฎหมายและรัฐประหาร ทำให้ คุณหญิงพจมาน ต้องวางตัวเป็น "พื้นที่รองรับความปลอดภัย" ให้กับค่ายแดง

การจดทะเบียนหย่าในปี 2551 แล้วกลับมาใช้นามสกุล "ณ ป้อมเพชร" รวมไปถึงการวางตัวนิ่งเฉยต่อสื่อ ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นทั้งกลยุทธ์ทางกฎหมาย และการรักษา "ช่องทางสื่อสาร" กับ "กลุ่มชนชั้นนำกรุงเทพฯ"

การอยู่หลังม่านของ คุณหญิงพจมาน ช่วยให้เธอมียุทธภูมิที่ปลอดภัย สามารถเจรจาต่อรองทางการเมืองได้อย่างมีพลัง โดยไม่ต้องแลกกับแรงกระแทกทางการเมืองที่หน้าฉาก

ตรงกันข้าม ค่ายน้ำเงิน ของ ตระกูลชิดชอบ เติบโตมาจากฐานการเมืองแบบ "บ้านใหญ่" ในต่างจังหวัด ซึ่งความนิยมของประชาชนไม่ได้เกิดจากนโยบายระดับชาติเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจาก "การมองเห็น ตัวตน และผลงานในพื้นที่"

กรุณา ชิดชอบ จึงต้องใช้วิธีการ "เปิดหน้า" เพื่อสร้างสัญลักษณ์แห่งความใส่ใจและการเป็น ที่พึ่งของคนท้องถิ่น การกุมตำแหน่ง นายก อบจ. บุรีรัมย์ ควบคู่ไปกับการบริหารสโมสรฟุตบอล ช่วยเปลี่ยนจังหวัดบุรีรัมย์จากเมืองทางผ่าน กลายเป็น "เมืองแห่งการท่องเที่ยว-กีฬา" 

การปรากฏตัวอย่างมีสีสันของเธอจึงเป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้ ที่ช่วยแปลง ทุนทางเศรษฐกิจรับเหมาก่อสร้าง กลายเป็น ทุนทางวัฒนธรรม และความนิยมทางการเมือง

การเปรียบเทียบวิถีแห่งอำนาจของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และ กรุณา ชิดชอบ ชี้ให้เห็นว่า สตรีทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียง "ภริยาผู้นำ" ที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ ตามประเพณีเดิม หากแต่เป็น "ผู้ร่วมวางยุทธศาสตร์" คนสำคัญของสองค่ายอำนาจใหญ่ในสังคมไทย

คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร คือ ตัวแทนของ "การเมืองส่วนกลาง-คอนเนกชัน" เธอใช้ปูมหลังตระกูลข้าราชการใหญ่ มรดกตระกูล ณ ป้อมเพชร และ ความสุขุมเยือกเย็น ในการควบคุมพรรคเพื่อไทยจากหลังม่าน บริหารจัดการความขัดแย้งกับกลุ่มอีลีต และคุมทิศทางของตระกูลชินวัตร ให้อยู่รอดข้ามทศวรรษ

ขณะที่ กรุณา ชิดชอบ คือ ตัวแทนของ "การเมืองท้องถิ่นนิยม" เธอใช้พลังจากทุนรับเหมาก่อสร้าง ผสานเข้ากับการบริหารงาน อบจ. และการสร้างสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำพาตระกูลชิดชอบ ก้าวข้ามภาพจำการเมืองแบบเก่า สู่การเป็นศูนย์กลางอำนาจค่ายน้ำเงินที่มีฐานที่มั่นแข็งแกร่งที่สุดในภาคอีสานใต้

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเลือกบริหารอำนาจผ่าน "หลังม่านบ้านจันทร์ส่องหล้า" หรือ "หน้าฉากเขากระโดง" ทั้ง คุณหญิงพจมาน และ กรุณา ต่างได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในเวทีอำนาจการเมืองไทย บทบาทของ นางพญา คือปัจจัยชี้ขาด แพ้-ชนะ ค่ายการเมือง

อ้างอิง

bangkokbiznews / spacebar / spacebar / mgronline /

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์