สถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิก ยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจากการตรวจวัดระบบเรดาร์สภาพอากาศ พบว่า พายุ “บาหวี่” (Bavi) อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนความเร็วลม 61 Kt มุ่งหน้าประเทศเกาลีใต้และเกาหลีเหนือ คาดว่าจะขึ้นฝั่งในช่วงค่ำวันนี้
สำหรับพายุ “บาหวี่” ซึ่งเคยทวีกำลังแรงสูงสูดเป็นถึงระดับ “ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5” (ความเร็วลมสูงสุดกว่า 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ได้อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องหลังจากพัดเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีนถึง 2 ครั้งซ้อน ณ มณฑลเจ้อเจียง ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางการจีนต้องสั่งอพยพผู้คนหนีตายกว่า 3 ล้านคน พร้อมสั่งระงับเที่ยวบินและรถไฟในเซี่ยงไฮ้เป็นวงกว้าง

ทว่า ในขณะที่พายุบาหวี่กำลังจะสลายตัวลงไป ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกกลับไม่ปล่อยให้ว่างเว้น ล่าสุดเรดาร์ตรวจอากาศตรวจพบการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนลูกใหม่ ซึ่งนับเป็นลูกที่ 11 ของฤดูกาลนี้ โดยได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการแล้วว่า ไห่เฉิน (Haishen) ตั้งชื่อโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน แปลว่าเทพเจ้าแห่งท้องทะเล
อัปเดตเส้นทาง ‘ไห่เฉิน’ พายุโซนร้อนลูกที่ 11
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มเรดาร์สภาพอากาศ Windy และศูนย์ติดตามพายุฟิลิปปินส์ ระบุว่า พายุโซนร้อน “ไห่เฉิน” กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ อยู่บริเวณตอนเหนือของเกาะยัป ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก โดยมีทิศทางการเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีกำลังลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นักอุตุฯ คาดพายุลูกนี้อายุสั้น-จ่อสลายตัวกลางทะเล
แม้ว่าพายุไห่เฉินจะก่อตัวขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับการอ่อนกำลังลงของบาหวี่ แต่นักอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าพายุลูกนี้จะไม่มีความรุนแรงเท่ากับพายุรุ่นพี่ เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไม่เอื้ออำนวย
โครงสร้างที่ไม่สมบูรณ์ ลักษณะทางกายภาพของไห่เฉินในปัจจุบันมีกลุ่มเมฆฝนและพายุฝนฟ้าคะนองหนาแน่นอยู่เฉพาะทางทิศตะวันตกของศูนย์กลางพายุเท่านั้น ระบบหมุนเวียนลมผิวพื้นยังคงกว้างและไม่มีแกนกลางที่แข็งแรงพอ
เผชิญมรสุมอากาศแห้งและแรงเฉือนลมสูง แบบจำลองพยากรณ์อากาศชี้ว่า พายุกำลังเคลื่อนตัวไปเจอกับอากาศแห้งจากมวลความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำในระดับบนส่งผลให้เกิดแรงเฉือนลมในระดับสูง (Vertical Wind Shear) ซึ่งจะเข้าไปขัดขวางและทำลายโครงสร้างของพายุโดยตรง
แนวโน้มผลกระทบต่อประเทศไทยและภูมิภาค
จากการประเมินในขณะนี้ พายุโซนร้อนไห่เฉินจะทรงตัวและรักษาความเร็วลมในระดับนี้ได้อีกไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก่อนจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วและคาดว่าจะสลายตัวกลายเป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำเหนือน่านน้ำมหาสมุทรภายในวันพุธที่ 15 กรกฎาคมนี้ โดยไม่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ของประเทศใดๆ และไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่จะเดินทางทางเรือหรือทางอากาศผ่านเส้นทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือในช่วงกลางสัปดาห์นี้ ยังคงแนะนำให้ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
การก่อตัวติดกันของพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งแต่บาหวี่ถึงไห่เฉินสะท้อนถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ยังคงอุ่นซึ่งเป็นพลังงานหลักของพายุแต่การที่พายุสลายตัวได้อย่างรวดเร็วจากอากาศแห้งและแรงเฉือนลมก็แสดงให้เห็นถึงความแปรปรวนของระบบมรสุมและความกดอากาศในระดับภูมิภาคปีนี้ที่ต้องจับตาดูตามกรอบการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Adaptation)





