‘บาหวี่’ จ่อลดระดับหลังถล่มเอเชีย จีนอพยพเฉียด 3 ล้านคน ไทยเตือน 29 จังหวัดฝนหนัก-หนักมาก

13 ก.ค. 2569 - 11:15

  • วิกฤตร่วมเอเชียตะวันออก “บาหวี่” เคลื่อนปกคลุมอานฮุยเตรียมลดระดับเป็นดีเปรสชัน ทิ้งความเสียหายหนักในจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น สะท้อนความรุนแรงของ Climate Change

  • ไทยรับผลกระทบทางอ้อม ดึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ให้มีกำลังแรงจัด ส่งผลให้ฝนกระหน่ำ 29 จังหวัด

  • แนวโน้มพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า

‘บาหวี่’ จ่อลดระดับหลังถล่มเอเชีย จีนอพยพเฉียด 3 ล้านคน ไทยเตือน 29 จังหวัดฝนหนัก-หนักมาก

สภาพอากาศโลกยังคงผันผวน ล่าสุดสถานการณ์พายุโซนร้อนกำลังแรง “บาหวี่” (BAVI) ปัจจุบันปกคลุมบริเวณมณฑลอานฮุย ประเทศจีน กำลังอยู่ในทิศทางที่อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ทว่า ความรุนแรงของพายุลูกนี้ได้ทิ้งบาดแผลและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้พายุทวีความรุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น

พายุบาหวี่ก่อให้เกิดลมกระโชกแรงและทำให้มีฝนตกหนักในไต้หวัน
พายุบาหวี่ก่อให้เกิดลมกระโชกแรงและทำให้มีฝนตกหนักในไต้หวัน

วิกฤตร่วมเอเชียตะวันออก

จากการสำรวจผลกระทบล่าสุดในต่างประเทศ พบว่าพายุบาหวี่ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก อาทิ

ประเทศจีน

รัฐบาลจีนสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 2.8 ล้านคนในมณฑลเจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ และฝูเจี้ยน โดยที่เมืองเยว่ชิงมีรายงานต้นไม้หักโค่นกว่า 1,300 ต้น เกิดดินถล่มและน้ำท่วมขังบนเส้นทางคมนาคม นอกจากนี้ สนามบินเซี่ยงไฮ้ต้องยกเลิกเที่ยวบินรวม 653 เที่ยว และระบบรถไฟความเร็วสูงหลายเส้นทางต้องหยุดให้บริการเพื่อความปลอดภัย ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากพายุโดยตรง

ไต้หวัน

มีรายงานผู้บาดเจ็บ 134 ราย ประชาชนต้องอพยพหนีภัยกว่า 14,600 คน และเกิดไฟฟ้าดับสะสมในระบบโครงข่ายพลังงานมากกว่า 234,000 ครัวเรือน แต่ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ญี่ปุ่น

บริเวณหมู่เกาะซาคิชิมะ ทางตอนใต้ของโอกินาวา ต้องเผชิญฝนตกชุก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูงซัดเข้าหาชายฝั่ง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเฉพาะจุดและไฟฟ้าดับในบางพื้นที่

ในมุมมองด้านความยั่งยืนผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่าปรากฏการณ์ลมกระโชกแรงและปริมาณน้ำฝนที่สูงทำลายสถิตินี้ สอดคล้องกับอุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งเป็น “เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้พายุหมุนเขตร้อนรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบนิเวศชายฝั่ง

super-typhoon-bavi-taiwan-china-travel-weather-flight-warning-SPACEBAR-Thumbnail.jpg

ผลกระทบประเทศไทย

กรมอุตุฯ ยกระดับเตือนภัย ออกประกาศฉบับที่ 10

แม้พายุบาหวี่จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่กลับได้รับผลกระทบในทางอ้อม เนื่องจากแรงเหวี่ยงของพายุได้ไปกระตุ้นให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ล่าสุด สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 10 เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ฉบับที่ 10 (126/2569) ระบุว่า

ในช่วงวันที่ 13-15 ก.ค. 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย

โดยในช่วงวันที่ 13-14 ก.ค. 2569 ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

อนึ่ง พายุโซนร้อน “บาหวี่” (BAVI) ปกคลุมบริเวณมณฑลอานฮุย ประเทศจีน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับในระยะต่อไป โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่จะทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

bavi-storm-weakens-asia-evacuation-thailand-monsoon-warning-SPACEBAR-Photo01.jpg

เอกซเรย์พื้นที่เสี่ยงภัย 29 จังหวัดเตรียมรับมือฝนถล่ม

จากการประเมินสภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยาใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า มีจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จำนวนทั้งสิ้น 29 จังหวัด โดยแบ่งระดับความรุนแรงดังนี้

29 จังหวัดเสี่ยงภัยฝนตกหนัก-หนักมาก

รายชื่อจังหวัดเฝ้าระวัง “ฝนตกหนักมาก”

·       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครพนม

·       ภาคตะวันออก: จันทบุรี, ตราด

·       ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา

รายชื่อจังหวัดเฝ้าระวัง “ฝนตกหนัก”

·       ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, ตาก

·       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี

·       ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี

·       ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว

·       ภาคใต้: เพชรบุรี, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่

แนวโน้มพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า

ช่วงวันที่ 13 - 15 ก.ค. 69: เป็นช่วงพีคสูงสุด ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนหนาแน่นจากการเลื่อนลงมาของร่องมรสุม ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ จำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนอพยพหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ช่วงวันที่ 16 - 19 ก.ค. 69: สถานการณ์ฝนรวมถึงคลื่นลมในทะเลจะเริ่มคลายตัวลง โดยฝนจะลดน้อยลงแต่ยังคงมีตกหนักหลงเหลืออยู่บางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันเฉียงเหนือตอนบน

สำหรับประชาชนที่มีโปรแกรมการเดินทางไปยังพื้นที่แถบเอเชียตะวันออก อย่างประเทศจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีแผนกิจกรรมทางทะเลในฝั่งอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศผ่านสายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินภายใต้สภาวะภูมิอากาศแปรปรวนในปัจจุบัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์