แกะรอยไวรัลเตือนภัย กทม.น้ำท่วมใน 24 ชั่วโมง เมื่อ AI Google Flood Hub ขึ้น ‘หมุดสีแดง’

20 ก.ย. 2569 - 14:39

  • ไขรหัสหมุดสีแดง “Google Flood Hub” ประมวลผลฝนหนัก เตือนความเสี่ยงน้ำท่วมขัง กทม.-ปริมณฑล ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง


  • เช็กระบบเตือนภัย กทม. ชูเรดาร์และ AI-Nowcasting แม่นยำคาดการณ์ฝนตกเฉพาะจุดล่วงหน้า 3 ชั่วโมง


  • อ่านสัญญาณเพื่อรอด รับมือ Climate Change ผ่านเทคโนโลยีแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ควบคู่ข้อมูลภาครัฐ


แกะรอยไวรัลเตือนภัย กทม.น้ำท่วมใน 24 ชั่วโมง เมื่อ AI Google Flood Hub ขึ้น ‘หมุดสีแดง’

หลายวันมานี้มีกระแสบนโลกออนไลน์จากการแชร์ภาพหน้าจอแพลตฟอร์มแจ้งเตือนระดับโลกอย่าง Google Flood Hub ที่ขึ้นสัญลักษณ์เตือนภัย “สีแดง” หลายจุดครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ระบุว่ามีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน/น้ำท่วมขังในเขตเมืองสูงมากภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า จนสร้างความตื่นตระหนกและตั้งคำถามว่า AI แม่นยำแค่ไหน และพวกเราควรตั้งรับอย่างไร?

เบื้องหลังการเตือนภัยดังกล่าว เป็นผลจากการที่ AI ดึงข้อมูลมรสุมและพยากรณ์ฝนตกหนักจากกรมอุตุนิยมวิทยาเข้ามาประมวลผลเชิงเทคโนโลยี โดยคำนวณร่วมกับสภาพอากาศ ปริมาณฝนสะสมย้อนหลัง ระดับน้ำในแม่น้ำ และลักษณะภูมิประเทศ เพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงสถิติ (Early Warning) ให้ประชาชนระวัง ภาวะน้ำท่วมขังรอการระบายในเขตเมือง (Urban Flash Flood) ในจุดเสี่ยงเดิม

green-space-google-flood-hub-bkk-red-alert-warning-ai-SPACEBAR-Photo04.jpg

รู้จัก Google Flood Hub คืออะไร?

Google Flood Hub คือแพลตฟอร์มแจ้งเตือนและคาดการณ์ภัยน้ำท่วมล่วงหน้าระดับโลกที่พัฒนาขึ้นโดย Google Research เปิดให้ใช้งานฟรี ครอบคลุมลุ่มน้ำสำคัญในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยงให้แก่ประชากรกว่า 2,000 ล้านคน

เบื้องหลังการทำงานใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ผ่าน 2 โมเดลหลัก

•                         Hydrological Model (โมเดลอุทกวิทยา) ประมวลผลข้อมูลสภาพอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และพยากรณ์ฝน เพื่อคำนวณปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ


•                         Inundation Model (โมเดลน้ำท่วมขัง) นำมวลน้ำจากโมเดลแรก มาวิเคราะห์ร่วมกับความสูงต่ำของพื้นที่ (Digital Terrain Model) เพื่อระบุว่าน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ใดบ้าง และระดับน้ำจะสูงเท่าใด


green-space-google-flood-hub-bkk-red-alert-warning-ai-SPACEBAR-Photo01.jpg

5 ประโยชน์หลักของ Google Flood Hub

1.           พยากรณ์น้ำท่วมล่วงหน้า ช่วยพยากรณ์น้ำล้นตลิ่งได้สูงสุด 7 วันล่วงหน้า

2.           การครอบคลุมทั่วโลก แพลตฟอร์มนี้ครอบคลุมลุ่มแม่น้ำในกว่า 150 ประเทศ โดยแสดงการพยากรณ์น้ำล้นตลิ่งที่สำคัญแก่ประชากร 2 พันล้านคนในกรณีที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจากแม่น้ำครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบมากที่สุด

3.           โมเดลที่ทำงานด้วยระบบ AI ระบบนี้ทำงานด้วยโมเดล AI ด้านอุทกวิทยาล้ำสมัยระดับโลกซึ่งมีความแม่นยำมากกว่าโมเดลพยากรณ์น้ำท่วมระดับโลกที่ล้ำสมัยในปัจจุบัน

4.           เข้าถึงได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อมูลทั้งหมดใน Flood Hub ไม่มีค่าใช้จ่ายและเผยแพร่ต่อสาธารณะ ระบบจะอัปเดตการคาดการณ์ทุกวัน

5.           การแจ้งเตือนในหลายแพลตฟอร์ม การพยากรณ์อาจเผยแพร่ในการแจ้งเตือนใน Google Search, Google Maps และผ่านการแจ้งเตือนของ Android ร่วมกับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะเข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด

วิธีใช้งาน Google Flood Hub ใน 3 ขั้นตอน

ประชาชนสามารถเข้าเช็กความเสี่ยงน้ำท่วมได้ฟรีผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน

  1. เข้าเว็บไซต์ เปิดเบราว์เซอร์ไปที่ Google Flood Hub
  2. ค้นหาพื้นที่ กดที่ไอคอนหมุดตำแหน่ง เพื่อให้ระบบค้นหาจุดปัจจุบันของคุณอัตโนมัติ หรือพิมพ์ชื่อเขต/อำเภอ/จังหวัด ในช่องค้นหาด้านบน

  3. อ่านสัญลักษณ์และดูแนวโน้ม
  • สีเขียว: ปกติ ไม่มีความเสี่ยง

  • สีเหลือง: เฝ้าระวัง ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น

  • สีแดง: เสี่ยงสูงมาก อาจเกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำล้นตลิ่ง

green-space-google-flood-hub-bkk-red-alert-warning-ai-SPACEBAR-Photo03.jpg

กทม. มีแจ้งเตือนฝนและน้ำท่วมทางช่องทางไหนบ้าง?

ขณะที่ Google Flood Hub มองความเสี่ยงในระดับภูมิภาค กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็มีระบบแจ้งเตือนฝนและติดตามน้ำท่วมระดับเรียลไทม์ผ่าน ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำงานร่วมกับระบบเรดาร์ตรวจอากาศ และ AI-Nowcasting คาดการณ์ฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถติดตามข่าวสารได้ผ่านช่องทางหลัก ดังนี้

•                         เว็บไซต์ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.:dds.bangkok.go.th (เช็กกลุ่มฝน ระดับน้ำในคลอง และจุดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักแบบเรียลไทม์)


•                         Social Media: Facebook Page ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร และ กรุงเทพมหานคร (อัปเดตสถานการณ์ฝนและจุดน้ำท่วมขังรายชั่วโมง)


•                         LINE Official Account:@TraffyFondue (ใช้แจ้งเหตุและเช็กจุดน้ำท่วมขังในพื้นที่ของตนเอง)


•                         สายด่วนรับแจ้งเหตุ
ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. โทร. 0 2248 5115 (ตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วน กทม. โทร. 1555

green-space-google-flood-hub-bkk-red-alert-warning-ai-SPACEBAR-Photo02.jpg

นวัตกรรมพยากรณ์ฝน กทม. (AI-Nowcasting) และข้อจำกัดที่ควรรู้

กทม.ได้นำเทคโนโลยีการคาดการณ์ฝนความแม่นยำสูงเข้ามาใช้ เพื่อแก้ปัญหาฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ (Rain Bomb) ดังนี้

·      โครงสร้างพื้นฐาน ใช้เรดาร์ตรวจอากาศรัศมี 60 กม. ณ บึงหนองบอน ร่วมกับเรดาร์หนองแขม-หนองจอก กล้อง CCTV ตรวจจับเมฆ และสถานีตรวจวัดอากาศอีกหลายจุด


·      AI-Nowcasting ประมวลผลข้อมูลผ่านระบบ Cloud โดยความร่วมมือกับ Weather News Inc. เพื่อคาดการณ์กลุ่มฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง (อัปเดตทุก 5 นาที) ด้วยความแม่นยำราว 85%


·      อุปสรรคจริง ข้อจำกัดสำคัญคือระยะเวลาเตือนภัย 3 ชั่วโมง ถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างสั้นสำหรับการเคลื่อนย้ายเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่หรือเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เสี่ยง หากเกิดฝนตกหนักแบบฉับพลัน


ทั้งนี้ ข้อมูลจากเทคคอมพานีอย่าง Google ถูกนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดมาจากนวัตกรรมภูมิสารสนเทศระดับโลก โดยสามารถอ่านบทความย้อนหลังเรื่องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์โลกของ Google เพิ่มเติมได้ที่ Google Earth AI ใช้พลัง Gemini วิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมและสภาพอากาศรับมือภัยพิบัติ

ยกระดับสู่วาระแห่งชาติ

เปิดระบบ “One Map น้ำ” รวมข้อมูล 4 หน่วยงานเป็นหนึ่งเดียว

ปัญหาใหญ่ของการเตือนภัยในอดีตคือ ข้อมูลไม่ตรงกัน และกระจัดกระจายต่างคนต่างทำ ล่าสุด รัฐบาลไทยได้แก้ปัญหานี้ด้วยการเปิดตัวระบบ One Map น้ำ ดึง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) มาร่วมกันสร้างคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ

•                         Unified Early Warning Dashboard สร้างกระดานคอนโซลเตือนภัยแบบเรียลไทม์บนแผนที่ชุดเดียวกัน เพื่อตอบคำถามประชาชนให้ชัดเจนว่า น้ำจะท่วมจุดไหนสูงเท่าใดและมาถึงในอีกกี่ชั่วโมง

•                         มาตรฐาน Early Warnings for All ดำเนินงานตามแนวทางสหประชาชาติ (UN) เพื่อให้การออกประกาศเตือนภัยเป็นเอกภาพ สดใหม่ และสามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนตรงถึงสมาร์ตโฟนของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ทันที

•                         เชื่อมโยงการทำงาน กรมอุตุนิยมวิทยาดูแลการพยากรณ์ฝนและคำเตือนเป็นทางการ, GISTDA สนับสนุนภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่น้ำท่วม, สสน. ติดตามระดับน้ำผ่านโทรมาตร และ BDI ประมวลผล Big Data และ AI เพื่อประเมินผลกระทบเชิงพื้นที่อย่างละเอียด

ไทยเปิดระบบ “One Map น้ำ” ผนึก 4 หน่วยงาน บูรณาการเตือนภัยพิบัติ สู้วิกฤตโลกรวน
ไทยเปิดระบบ “One Map น้ำ” ผนึก 4 หน่วยงาน บูรณาการเตือนภัยพิบัติ สู้วิกฤตโลกรวน

บทสรุปความปลอดภัยในยุค Climate Crisis

การรับมือกับวิกฤตสภาวะอากาศแปรปรวนในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอีกต่อไป การแจ้งเตือนสัญลักษณ์ “สีแดง” บน Google Flood Hub ทำหน้าที่เป็นภาพรวมระดับภูมิภาค (Early Warning) ที่เตือนภัยล่วงหน้าได้ 24 ชั่วโมง ถึง 7 วัน ขณะที่ระบบ AI-Nowcasting ของ กทม. ทำหน้าที่เป็นเรดาร์เจาะลึกเฉพาะพื้นที่ในระยะ 3 ชั่วโมง และถูกเสริมด้วยระบบ One Map น้ำ ของรัฐบาลที่รวมข้อมูลจาก 4 หน่วยงานหลักให้เป็นแผนที่ชุดเดียวกัน

เมื่อเทคโนโลยีระดับโลก ระบบบริหารจัดการเมือง และคลังข้อมูลแห่งชาติถูกเชื่อมโยงกัน ประชาชนจึงมี “เกราะดิจิทัล” ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลวิเคราะห์ให้กลายเป็นการเตรียมความพร้อม วางแผนชีวิต และยกของขึ้นที่สูงได้ทันเวลา ช่วยลดความสูญเสียจากวิกฤตโลกรวนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์