เอเชียระทม ปีนี้ประเทศไทยจะเจอพายุหมุนเขตร้อนกี่ลูก?

18 ก.ค. 2569 - 11:20

  • เทียบสถิติพายุหมุนเขตร้อนโซนเอเชียปี 2026 ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม จีน รับศึกหนัก

  • ไทยคาดจะมีพายุส่งผลกระทบโดยตรงเพียง 1-2 ลูก

  • เปิดลิสต์ความเสี่ยงของไทย ซูเปอร์เอลนีโญและภัยแฝงจากคุณภาพพายุ เรนบอมบ์ ฝนแช่

เอเชียระทม ปีนี้ประเทศไทยจะเจอพายุหมุนเขตร้อนกี่ลูก?

ปี 2026 ครึ่งปีผ่านไปทิ้งความบอบช้ำไว้ให้หลายประเทศ ล่าสุดกับ “พายุบาหวี่” ที่พัดถล่มจีนซ้ำสองครั้งในสัปดาห์เดียว เป็นการส่งสัญญาณความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถาบัน Tropical Storm Risk (TSR) ของสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่าพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือปีนี้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึงประมาณ 25-40%

เมื่อพิจารณาในระดับรายประเทศ จะพบว่าตัวเลขคาดการณ์มีความเหลื่อมล้ำกันค่อนข้างมาก

green-space-weather-forecast-thailand-2569-SPACEBAR-Photo01.jpg

ญี่ปุ่น

Weathernews ประเมินว่าจะมีพายุก่อตัวทั้งหมด 27–29 ลูก และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ญี่ปุ่นประมาณ 14 ลูก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ตลอดทั้งปี 2026 โดยเฉพาะช่วงพีคเดือนสิงหาคม

green-space-weather-forecast-thailand-2569-SPACEBAR-Photo02.jpg

ฟิลิปปินส์

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (PAGASA) คาดว่าจะมีพายุเคลื่อนเข้าสู่เขตรับผิดชอบในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 9–13 ลูก และมีแนวโน้มพาดผ่านประเทศโดยตรง 8–9 ลูก โดยแบ่งเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน คาดว่าจะพบพายุ 6–9 ลูก ส่วนช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม คาดว่าจะพบพายุ 5–8 ลูก

จีน

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน คาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ จะมีพายุก่อตัวในแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ 5–6 ลูก และจะส่งผลกระทบหรือขึ้นฝั่งจีนโดยตรง 2–3 ลูก

เวียดนาม

ประเมินว่าในทะเลจีนใต้จะมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นราว 11–13 ลูก ตลอดฤดูกาลปีนี้

ประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปีนี้ไทยอาจได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนเพียง 1–2 ลูกเท่านั้น โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังหลักอยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 

ทั้งนี้ ทั้งหมดคือ “การคาดการณ์” ที่รวบรวมอ้างอิงมาจากข้อมูลด้านล่าง ซึ่งไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่าง แนะนำให้ติดตามสถานการณ์และประกาศจากทางการ หรือกรมอุตุนิยมวิทยา เท่านั้น

ทำไมไทยเจอตัวเลขน้อยกว่าเพื่อนบ้าน?

รู้จักปรากฏการณ์เบี่ยงเส้นทาง สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขคาดการณ์ของประเทศไทยน้อยกว่าประเทศในเอเชียตะวันออก มาจากการพัฒนาตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ว่าอาจทวีความรุนแรงขึ้นจนแตะระดับ Strong El Niñoหรือที่เรียกกันว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ”

สภาวะดังกล่าวส่งผลให้จุดก่อกำเนิดของพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกขยับตัวไปทางทิศตะวันออกมากขึ้น เมื่อพายุเริ่มก่อตัวในจุดที่ห่างออกไป จึงมีระยะเวลาวิ่งสะสมพลังงานบนผิวน้ำที่ร้อนจัดยาวนานขึ้น ส่งผลให้เส้นทางเดินพายุส่วนใหญ่มักจะเลี้ยวโค้งขึ้นเหนือไปทางไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น หรือเคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์ตอนบน แทนที่จะเคลื่อนผ่านเข้ามายังทะเลจีนใต้ตอนล่างเพื่อเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

กับดักเชิงตัวเลข

พายุน้อยลูก ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

แม้ตัวเลขคาดการณ์ 1-2 ลูกของไทยจะดูน้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมหลายท่านก็ออกมาเตือนว่านี่อาจเป็นกับดักที่ทำให้เกิดความชะล่าใจ เพราะในมิติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนพายุเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกที่ร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อทุก 1 องศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พายุยุคนี้มีศักยภาพในการก่อฝนตกหนักแบบสุดขั้ว (Extreme Rainfall)สูงขึ้นมาก ดังนั้น พายุเพียงลูกเดียวที่พัดผ่านเข้ามาก็สามารถหอบเอาปริมาณฝนสะสมมหาศาลมา “ตกแช่” และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ภาคเกษตรกรรม รวมถึงเขตชุมชนของไทยได้ทันที

ภัยสองเด้ง พายุอ่อนกำลังและร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

กลไกที่น่ากลัวที่สุดสำหรับประเทศไทยในการเกิดอุทกภัย มักไม่ได้เกิดขึ้นจากพายุที่พัดเข้ามาด้วยกำลังลมแรงระดับไต้ฝุ่น แต่เกิดจากพายุที่อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชันหรือหย่อมความกดอากาศต่ำ หลังจากเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรือจีนตอนใต้

เมื่อระบบหย่อมความกดอากาศต่ำนี้เคลื่อนเข้าปกคลุม สภาพลมหมุนทวนเข็มนาฬิกาของมันจะทำหน้าที่ดึงดูดและเสริมกำลังให้ร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยอยู่ก่อนแล้วให้มีกำลังแรงขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลให้เกิดกลุ่มฝนหนาแน่นตกแช่ตัวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานอย่างต่อเนื่องหลายวัน นำไปสู่การเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในที่สุด

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้สถิติพายุเข้าไทยปี 2026 จะมีตัวเลขที่น้อย แต่ความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่คนไทยยังวางใจไม่ได้และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดฤดูฝนนี้

info_weather-stationary-heavy-rain-vs-rain-bomb.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์