เปิด 4 ไทม์ไลน์ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ยาวข้ามปี หน้าหนาวไม่หนาว-หน้าร้อนปรอทแตก 50 องศาฯ

19 มิ.ย. 2569 - 13:11

  • จุดพีค พฤศจิกายน-มกราคม เข้าสู่สภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” เต็มตัว เปลี่ยนฤดูหนาวไทยให้ร้อนจัดและแห้งแล้งผิดปกติ

  • อุณหภูมิวิกฤต ช่วงกุมภาพันธ์-มิถุนายนปีหน้า เตรียมเผชิญอากาศร้อนสุดขีด ดัชนีความร้อนมีโอกาสพุ่งถึง 50 องศาเซลเซียส

  • มหันตภัยใต้ทะเล น้ำทะเลร้อนจัดช่วงกลางปีเสี่ยงเกิดปะการังฟอกขาว และกระทบภาคประมงชายฝั่งอย่างรุนแรง

เปิด 4 ไทม์ไลน์ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ยาวข้ามปี หน้าหนาวไม่หนาว-หน้าร้อนปรอทแตก 50 องศาฯ

เปิดไทม์ไลน์รับมือ "ซูเปอร์เอลนีโญ" วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังมาเยือน

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงลำดับเหตุการณ์ของปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่องใน 4 ช่วงเวลาสำคัญ ดังนี้

ช่วงที่ 1: สัญญาณเริ่ม (มิถุนายน - กรกฎาคม)

ช่วงกักตุนน้ำ

เดือนมิถุนายน ณ เวลานี้เราเริ่มก้าวเข้าสู่สภาวะเอลนีโญแล้ว แต่ยังเป็นเพียงระดับเริ่มต้น แม้จะเริ่มรู้สึกถึงความร้อนและความแปรปรวนของอากาศบ้าง แต่ฝนฟ้ายังคงตกตามปกติ

ดร.ธรณ์ เน้นย้ำว่านี่คือ ช่วงเวลาทองที่ควรเร่งเก็บกักและสำรองน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากน้ำยังพอหาได้เพื่อเป็นต้นทุนสำหรับอนาคต

ช่วงที่ 2: แรงส่งระดับสอง (สิงหาคม - ตุลาคม)

พายุที่รุนแรงกว่าเดิม

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สามของปี ปรากฏการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นระดับ 2 สิ่งที่ต้องระวังคือ ความร้อนของน้ำทะเลในเขตทะเลจีนใต้จะสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด “พายุไต้ฝุ่น” ที่มีความรุนแรงกว่าปกติหรือเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ขณะที่ในพื้นที่บกจะเริ่มเห็นสัญญาณ “ฝนทิ้งช่วง” และปริมาณฝนที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ

green-space-noaa-july-2026-el-nino-80-percent-risk-SPACEBAR-Thumbnail.png

ช่วงที่ 3: เข้าสู่จุดสูงสุด (พฤศจิกายน - มกราคม)

ซูเปอร์เอลนีโญของจริง

นี่คือช่วงเวลาที่ปรากฏการณ์พุ่งสู่จุดพีคที่สุด ประเทศไทยจะเผชิญกับ “หน้าหนาวที่ร้อนกว่าปกติ” ความแห้งแล้งจะขยายวงกว้าง และปริมาณน้ำต้นทุนที่สะสมไว้จะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากฝนขาดช่วงนาน

ช่วงที่ 4: วิกฤตต่อเนื่อง (กุมภาพันธ์ - มิถุนายน)

ร้อนปะทะแล้ง

แม้ปรากฏการณ์จะเริ่มแผ่วลงหลังจากผ่านจุดพีค แต่ผลกระทบกลับรุนแรงที่สุดเนื่องจากซ้อนทับกับฤดูร้อนของไทย อุณหภูมิสุดขีด อากาศจะร้อนจัดจนอุณหภูมิความรู้สึก อาจพุ่งไปถึง 50 องศาเซลเซียส

ภัยแล้งและไฟป่า สภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนักจะเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับความเสี่ยงเรื่องไฟป่าและฝุ่นควัน PM2.5 ที่จะรุนแรงกว่าทุกปี

ระบบนิเวศทางทะเลวิกฤต น้ำทะเลจะร้อนจัดจนเกิดปรากฏการณ์ “ปะการังฟอกขาว” กระทบต่อเนื่องไปถึงการเพาะเลี้ยงและประมงชายฝั่ง

ความยั่งยืนที่ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

ดร.ธรณ์ สรุปทิ้งท้ายอย่างมีความหมายว่า การรับมือกับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่คือเรื่องของตอนนี้ โดยเฉพาะการเตรียม “ต้นทุนน้ำ” ให้เพียงพอ เพราะหากเราไม่เริ่มบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตั้งแต่ช่วงแรกที่ฝนยังพอมี เมื่อเข้าสู่ช่วงวิกฤตกลางปีหน้า ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงจนยากจะควบคุมทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์