ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา ที่เผยแพร่โดย นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุแนวโน้มสภาพอากาศ 15 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 10-24 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยเจอวิกฤต 2 รูปแบบ คือ “น้ำหลาก” และ “”น้ำแล้ง” ในเวลาเดียวกัน แนะเตรียมรับมือฝนตกหนักฉับพลันและสภาวะฝนทิ้งช่วง

3 กลไกหลักขับเคลื่อนสภาพอากาศ
จากการวิเคราะห์แบบจำลองสภาพอากาศ ECMWF พบว่าสภาพอากาศในช่วงดังกล่าวถูกกำหนดโดย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันมาสู่ประเทศไทย
- ร่องมรสุม (ร่องฝน) ตัวการหลักที่สวิงพาดผ่านตอนบนของประเทศทำให้เกิดฝนตกหนักสะสม
- หย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนที่ดึงดูดกระแสลมฝนให้มีกำลังแรงขึ้น
คาดการณ์ระยะที่ 1
วันที่ 10-12 มิถุนายน 2569
สัญญาณเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำสะสม การกระจายตัวของฝนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณร่องมรสุม โอกาสทองในการกักเก็บและสำรองน้ำ สำหรับพื้นที่การเกษตร
คำเตือน คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือต้องเพิ่มความระมัดระวัง
พื้นที่เสี่ยงรับผลกระทบ
ชุมชนเมือง กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย การจราจรติดขัด
ข้อควรระวัง พกเสื้อกันฝน ร่ม ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง
พื้นที่เสี่ยงกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จันทบุรี ตราด
พื้นที่ลาดเชิงเขา ภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
พื้นที่เสี่ยง ภาคเหนือ จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา แพร่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์
ภาคอีสานตอนบน จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา
ระยะที่ 2
วันที่ 13-18 มิถุนายน 2569
ร่องฝนสวิงขึ้นสู่สภาวะเสี่ยงฝนทิ้งช่วง เนื่องจากมรสุมอ่อนกำลังลงลมพัดเบาลง บวกความกดอากาศต่ำ ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศจีนตอนใต้ ส่งผลให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลงอย่างรวดเร็ว (เหตุการณ์ปกติประจำฤดูกาลในเดือนมิถุนายน)
สำหรับภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานตอน บนยังคงมีฝนสะสมต่อเนื่อง
แจ้งเตือน เกษตรกรรับมือสภาวะขาดแคลนน้ำ เฝ้าระวังฝนทิ้งช่วงหลายวัน วางแผนการจัดน้ำอย่างรัดกุม
พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง
ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกบางส่วน กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ทั้งนี้ ด้านที่ได้รับมรสุม ภาคเหนือ ด้านตะวันตก ภาคกลาง ด้านตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยังคงมีฝนประปราย
ระยะที่ 3
วันที่ 19-24 มิถุนายน 2569
ฝนคืนกลับแบบกระจุกตัว ฝนตกไม่สม่ำเสมอ ฝนจะกลับมาตกอีกครั้งแต่จะเน้นหนักไปทางตอนบนของประเทศ
ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ “น้ำหลาก” และ “น้ำแล้ง” จะยิ่งเห็นชัดที่สุดในช่วงที่ 3

เจาะลึกความผิดปกติ ปริมาณฝน “สูงกว่า” หรือ “ต่ำกว่า” ค่าปกติ
โซนสีน้ำเงิน
อิทธิพลร่องมรสุมทำให้ภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน มีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ อย่างมีนัยยะสำคัญ เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง
โซนสีน้ำตาล
ภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง และภาคใต้ มีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ สัญญาณอันตรายของการขาดแคลนน้ำ

บทสรุปการแบ่งขั้ว
วันที่ 10-24 มิถุนายน 2569
โซนน้ำมาก เสี่ยงน้ำหลากครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน
ข้อควรระวัง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เตรียมระบบระบายน้ำ
โซนน้ำน้อย เสี่ยงน้ำแล้งครอบคลุมพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย
ข้อควรระวัง กักเก็บน้ำในช่วงต้นให้มากที่สุด วางแผนรับมือฝนทิ้งช่วง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา และประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเกษตรควรใช้ช่วงที่มีฝนเพิ่มขึ้นในการกักเก็บน้ำสำรอง เพื่อเตรียมรับมือกับช่วงฝนลดลงในระยะต่อไป





