อุตุฯ ประกาศ ฉ.5 เตือนฝนหนัก-หนักมาก จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำมีแนวโน้มพัฒนาเป็น ‘พายุหมุนเขตร้อน’

9 ก.ย. 2569 - 12:04

  • 9 ก.ย. ฝนหนักถึงหนักมาก เน้นภาคเหนือ อีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

  • 10–13 ก.ย. ฝนตกต่อเนื่อง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพฯ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่องและหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

  • สทนช. เปิดพื้นที่จังหวัดเฝ้าระวังน้ำท่วม-น้ำป่า-ดินโคลนถล่ม พร้อมจับตาแม่น้ำสายสำคัญและอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำมากกว่า 80%

อุตุฯ ประกาศ ฉ.5 เตือนฝนหนัก-หนักมาก จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำมีแนวโน้มพัฒนาเป็น ‘พายุหมุนเขตร้อน’

 สัปดาห์นี้ต้องจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำทะเลจีนใต้ ที่อาจพัฒนาเป็น “พายุหมุนเขตร้อน” โดยล่าสุด กันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9 - 13 กันยายน 2569) ฉบับที่ 5 ระบุว่า

ในวันที่ 9 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาประเทศเวียดนามและลาวตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

weather-warning-no-5-heavy-rain-tropical-cyclone-9-sep-26-SPACEBAR-Photo V01.jpg

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 10 - 13 ก.ย. 69 
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมียังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนลดลง

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก พื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้

weather-warning-no-5-heavy-rain-tropical-cyclone-9-sep-26-SPACEBAR-Photo01.jpg

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.ย. 69 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางแนวโน้มจะทวีกำลังเป็น “พายุหมุนเขตร้อน” ในระยะต่อไป ขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องในระยะนี้

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา  หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

weather-warning-no-5-heavy-rain-tropical-cyclone-9-sep-26-SPACEBAR-Photo V02.jpg

สทนช.แจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

ด้าน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 3/2569 เรื่องเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ระบุว่า จากการติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 9-13 กันยายน 2569 ดังนี้

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ

  • จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอพร้าว ฮอด และอมก๋อย)
  • จังหวัดเชียงราย (อำเภอแม่สาย แม่จัน ดอยหลวง เวียงเชียงรุ้ง แม่สรวย พาน และเวียงป่าเป้า)
  • จังหวัดพะเยา (อำเภอเชียงคำ แม่ใจ จุน ดอกคำใต้ ปง และเชียงม่วน)
  • จังหวัดน่าน (อำเภอปัว บ่อเกลือ และเวียงสา)
  • จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอโกสัมพีนคร พรานกระต่าย เมืองกำแพงเพชร คลองลาน และคลองขลุง)
  • จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอหล่มเก่า หล่มสัก และเมืองเพชรบูรณ์)
  • จังหวัดตาก (อำเภอท่าสองยาง สามเงา แม่ระมาด บ้านตาก เมืองตาก แม่สอด วังเจ้า พบพระ และอุ้มผาง)
  • จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอลานสัก ห้วยคต และบ้านไร่)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • จังหวัดเลย (อำเภอเชียงคาน ปากชม ด่านซ้าย ภูเรือ เมืองเลย และวังสะพุง)
  • จังหวัดอุดรธานี (อำเภอบ้านผือ และโนนสะอาด) จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง และเนินสง่า)
  • จังหวัดมหาสารคาม (อำเภอวาปีปทุม)
  • จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอเสลภูมิ อาจสามารถ และเกษตรวิสัย)
  • จังหวัดยโสธร (อำเภอกุดชุม เมืองยโสธร มหาชนะชัย และค้อวัง)
  • จังหวัดนครราชสีมา (อำเภอพิมาย ชุมพวง วังน้ำเขียว และครบุรี)
  • จังหวัดศรีสะเกษ (อำเภอราษีไศล ยางชุมน้อย และกันทรารมย์)
  • จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอตระการพืชผล เหล่าเสือโก้ก ดอนมดแดง วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร สำโรง ทุ่งศรีอุดม บุณฑริก และน้ำยืน)

ภาคกลาง

  • จังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอสองพี่น้อง)
  • จังหวัดสระบุรี (อำเภอแก่งคอย และหนองแค)
  • รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอสนามชัยเขต และท่าตะเกียบ)
  • จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอนาดี บ้านสร้าง เมืองปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ)
  • จังหวัดสระแก้ว (อำเภอวัฒนานคร)
  • จังหวัดชลบุรี (อำเภอบ่อทอง และหนองใหญ่)
  • จังหวัดระยอง (อำเภอวังจันทร์ เขาชะเมา เมืองระยอง และแกลง)
  • จังหวัดจันทบุรี (อำเภอแก่งหางแมว และเขาคิชฌกูฏ)
  • จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด บ่อไร่ และคลองใหญ่)

ภาคตะวันตก

  • จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอสังขละบุรี ทองผาภูมิ ไทรโยค และเมืองกาญจนบุรี)
  • จังหวัดราชบุรี (อำเภอบ้านคา และปากท่อ)
  • จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอหนองหญ้าปล้อง แก่งกระจาน และท่ายาง)
  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอหัวหิน ปราณบุรี กุยบุรี เมืองประจวบคีรีขันธ์ ทับสะแก และบางสะพาน)

ภาคใต้

  • จังหวัดชุมพร (อำเภอท่าแซะ)
  • จังหวัดระนอง (อำเภอกระบุรี เมืองระนอง และสุขสำราญ)
  • จังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า และกะปง)
weather-warning-no-5-heavy-rain-tropical-cyclone-9-sep-26-SPACEBAR-Photo V03.jpg

เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก

บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี อุดรธานี ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี และระนอง

เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ

  • แม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก บริเวณจังหวัดเชียงราย
  • แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน
  • แม่น้ำเมย บริเวณจังหวัดตาก
  • แม่น้ำห้วยหลวง บริเวณจังหวัดอุดรธานี
  • ลำน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด
  • แม่น้ำป่าสัก บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์

ในการนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม มีปริมาณน้ำรวม 69% ของความจุเก็บกัก (55,281 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 55% (31,160 ล้าน ลบ.ม.)

สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

  • เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 58% (7,791 ล้าน ลบ.ม.)
  • เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 75% (7,103 ล้าน ลบ.ม.)
  • เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำ 45% (425 ล้าน ลบ.ม.)
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 51% (449 ล้าน ลบ.ม.)

อ่างเก็บน้ำเฝ้าระวัง

แหล่งน้ำขนาดใหญ่ปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด จำนวน 9 แห่ง

  • ภาคเหนือ : แม่มอก และทับเสลา
  • ภาคกลาง : กระเสียว
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อุบลรัตน์ จุฬาภรณ์ ลำพระเพลิง มูลบน และลำนางรอง
  • ภาคตะวันออก : คลองสียัด

แหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% จำนวน 58 แห่ง

ภาคเหนือ 5 แห่ง ภาคกลาง 5 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 แห่ง ภาคตะวันออก 8 แห่ง ภาคตะวันตก 12 แห่ง และภาคใต้ 5 แห่ง

ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยืนยันมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับกิจกรรมการใช้น้ำตลอดจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์