ผู้โดยสารสายการบินที่เดินทางออกจากสิงคโปร์จะต้องเสีย ‘ภาษีเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน’ ในอัตราตั้งแต่ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 25 บาท) ถึง 41.60 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1,035 บาท) ต่อตั๋ว 1 ใบขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางและชั้นโดยสาร
สำนักงานการบินพลเรือนสิงคโปร์ (CAAS) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (10 พ.ย.) ว่า ค่าธรรมเนียมจะใช้บังคับกับตั๋วที่จำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2026 สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากสิงคโปร์ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 หรือหลังจากนั้น
นั่นหมายความว่า หากซื้อตั๋วก่อนวันที่ 1 เมษายนสำหรับเที่ยวบินที่ออกเดินทางหลังวันที่ 1 ตุลาคม จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมนี้ และถ้าซื้อตั๋วหลังวันที่ 1 เมษายนสำหรับเที่ยวบินที่ออกก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ก็จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเช่นกัน
จุดหมายปลายทางทั้งหมดที่ออกเดินทางจากสิงคโปร์จะถูกจัดกลุ่มเป็น 4 กลุ่มทางภูมิศาสตร์ ตามระยะทางและจุดหมายปลายทาง :
- กลุ่มที่ 1 : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- กลุ่มที่ 2 : เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และปาปัวนิวกินี
- กลุ่มที่ 3 : แอฟริกา เอเชียกลางและเอเชียตะวันตก ยุโรป ตะวันออกกลาง หมู่เกาะแปซิฟิก และนิวซีแลนด์
- กลุ่มที่ 4 : ทวีปอเมริกา
ผู้โดยสารที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางกลุ่มที่ 1 จะต้องจ่าย 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 25 บาท) หากเดินทางในห้องโดยสารชั้นประหยัด ซึ่งประกอบด้วยชั้นประหยัดและชั้นประหยัดพรีเมียม และ 4 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 100 บาท) สำหรับห้องโดยสารชั้นพรีเมียม ซึ่งประกอบด้วยชั้นธุรกิจและชั้นเฟิร์สคลาส
ผู้โดยสารที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางกลุ่มที่ 2 จะต้องจ่าย 2.80 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 70 บาท) สำหรับห้องโดยสารชั้นประหยัด และ 11.20 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 280 บาท) สำหรับชั้นโดยสารพรีเมียม
ขณะที่ ผู้โดยสารที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางกลุ่มที่ 3 จะต้องจ่าย 6.40 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 160 บาท) สำหรับห้องโดยสารชั้นประหยัด และ 25.60 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 640 บาท) สำหรับชั้นโดยสารพรีเมียม
ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง 4 จะต้องจ่าย 10.40 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 260 บาท) สำหรับห้องโดยสารชั้นประหยัด และ 41.60 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1,035 บาท) สำหรับชั้นโดยสารพรีเมียม
อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมนี้จะไม่ใช้กับผู้โดยสารที่แวะเปลี่ยนเครื่องผ่านสิงคโปร์ แต่สำหรับเที่ยวบินที่มีหลายจุดแวะพัก ค่าธรรมเนียมจะคำนวณตามจุดหมายปลายทางถัดไปทันทีหลังจากออกจากสิงคโปร์
ในส่วนของอัตราค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าจะถูกกำหนดเป็นกิโลกรัม และแตกต่างกันไปตามระยะทางที่เดินทาง โดยยึดตามช่วงราคาทางภูมิศาสตร์เดียวกันกับเที่ยวบินโดยสาร ขณะที่เที่ยวบินฝึกบิน และเที่ยวบินเพื่อการกุศล หรือเพื่อมนุษยธรรมจะได้รับการ ‘ยกเว้น’ ค่าธรรมเนียมนี้
การประกาศอัตราค่าธรรมเนียมนี้มีขึ้นหลังจากที่สำนักงาน CAAS ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นเพื่อจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนจากส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดหาเชื้อเพลิงในราคาที่เหมาะสมและมีเสถียรภาพมากขึ้นสำหรับสิงคโปร์และภูมิภาคโดยรอบ
CAAS ระบุว่า “ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้โดยสารจะถูกนำไปเข้ากองทุนเพื่อซื้อเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน โดยสายการบินจะจัดเก็บค่าธรรมเนียม และแสดงเป็นรายการแยกต่างหากในบิลค่าตั๋วเครื่องบินที่จำหน่าย นอกจากนี้ อัตราค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป้าหมายเชื้อเพลิงยั่งยืนมีการเปลี่ยนแปลง”
อย่างไรก็ดี CAAS ประมาณการเมื่อปีที่แล้วว่า “อัตราค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 3, 6 และ 16 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 75, 150 และ 400 บาท) สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดที่เดินทางไปยังกรุงเทพฯ โตเกียว และลอนดอน ตามลำดับ”
“ในอนาคตอาจมีการปรับอัตราภาษีขึ้น เนื่องจากเป้าหมายด้านเชื้อเพลิงเพื่อความยั่งยืนของสิงคโปร์กำลังเปลี่ยนแปลงไป” ฮัน ก๊ก ฮวน ผู้อำนวยการใหญ่ของ CAAS กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (10 พ.ย.)
สิงคโปร์ตั้งเป้าให้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืนคิดเป็น 1% ของเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ททั้งหมดที่ใช้ในสนามบินชางงีและเซเลตาร์ในปี 2026 และเพิ่มขึ้นเป็น 3-5% ภายในปี 2030
“เมื่อเป้าหมายอยู่ที่ 3-5% จะต้องปรับอัตราภาษีให้บรรลุเป้าหมาย 3-5% แต่ตราบใดที่เราตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1% (สำหรับปี 2026) อัตราภาษีจะคงที่โดยไม่ขึ้นกับราคาของเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนในปัจจุบัน”
— ฮัน กล่าว
ทั้งนี้ ฮันคาดว่าอัตราภาษีเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนจะคงอยู่ที่ระดับปัจจุบัน ‘อีก 2-3 ปี’ ก่อนที่จะมีการทบทวน ‘ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า’
เมื่อถูกถามถึงปริมาณเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนในเชิงปริมาณที่จำเป็นเพื่อให้ไปถึงเป้า 1% ฮันก็กล่าวว่า “เป้าหมายนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารในช่วงเวลานั้น ดังนั้นจึงยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้”
“การบังคับใช้ภาษีเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนถือเป็นก้าวสำคัญของสิงคโปร์ในการสร้าง ‘ศูนย์กลางการบินที่ยั่งยืน’ และสามารถแข่งขันได้มากขึ้น นี่เป็นกลไกที่ทำให้ผู้ใช้บริการการบินทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนด้วยต้นทุนที่ศูนย์กลางการบินสามารถจัดการได้” ฮัน กล่าว
(Photo by : Shutterstock / Chairil Azmi)






