เมื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติใช้ไทยเป็นฐานส่งออกยาเสพติดโดยล่อลวงให้ขนด้วย ‘การเที่ยวฟรี’

7 ก.ค. 2569 - 16:43

  •   แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติจะ “ล่อลวง” ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เทเลแกรม ไลน์ ด้วยวันหยุดสุดหรู “ฟรี” ในประเทศไทยเพื่อแลกกับการขนยาเสพติดเข้าอังกฤษ

  • ทางการเชื่อว่าแก๊งจัดหาคนขนาเสพติดเหล่านี้มีฐานอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น เกาะสมุย

  • กลุ่มอายุที่ถูกจับกุมที่สนามบินในอังกฤษฐานขนกัญชาจากประเทศไทยมากที่สุดคือระหว่าง 17-24 ปี

เมื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติใช้ไทยเป็นฐานส่งออกยาเสพติดโดยล่อลวงให้ขนด้วย ‘การเที่ยวฟรี’

นอกจากการใช้บุคคลที่มีความน่าเชื่อถือหิ้วกระเป๋าที่ซุกซ่อนยาเสพติด อย่างลูกเรือของสายการบินตามที่ปรากฏในกรณีของแอร์สาวไทยที่ถูกจับที่สนามบินเมลเบิร์นของออสเตรเลียแล้ว องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติยังมีอีกกลยุทธ์หนึ่ง นั่นคือ ใช้ความเป็น “เมืองท่องเที่ยว” ของไทยมาเป็นเหยื่อล่อจูงใจให้นักท่องเที่ยว “งบจำกัด” ที่อยากมาเยือนเมืองไทยช่วยขนยาเสพติดให้

เคสที่พบบ่อยจนทางการต้องออกโรงเตือนคือ นักท่องเที่ยวอังกฤษ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสายแบ็กแพ็ค หรือคนหนุ่มสาวที่อาจจะมีงบประมาณจำกัด แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติซึ่งมีรายงานว่าปฏิบัติการอยู่ทั้งในไทยและอังกฤษ จะ “ล่อลวง” ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เทเลแกรม ไลน์ ด้วยวันหยุดสุดหรู “ฟรี” ในประเทศไทยเพื่อแลกกับการขน “พัสดุ” กลับไปยังประเทศบ้านเกิดหรือจุดหมายปลายทางอื่นๆ

ข้อเสนอเหล่านั้นมักรวมถึงตั๋วเครื่องบิน การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่พัก และเงินสดมากถึง 2,000 ปอนด์ (ประมาณ 89,000 บาท) และบางเคสจะจ่ายอีก 5,000 ปอนด์ (223,000 บาท) เมื่อเดินทางกลับถึงปลายทาง ซึ่งน่าดึงดูดใจไม่น้อย

นักท่องเที่ยวที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ในไทยก็อาจถูกชักชวนและเสนอเงินจำนวนมากเพื่อขนยาเสพติดผิดกฎหมายออกนอกประเทศ โดยทางการเชื่อว่าแก๊งเหล่านี้มีฐานอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น เกาะสมุย

ห่อบรรจุดอกกัญชารวม 3.37 ตันที่ทางการอินโดนีเซียยึดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2025 โดยมีต้นทางมาจากประเทศไทย Photo by JUNI KRISWANTO / AFP
ห่อบรรจุดอกกัญชารวม 3.37 ตันที่ทางการอินโดนีเซียยึดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2025 โดยมีต้นทางมาจากประเทศไทย Photo by JUNI KRISWANTO / AFP

นักเดินทางหลายคนตกหลุมพรางนี้โดยคิดว่า ประเทศไทยยกเลิกการลงโทษทางอาญาสำหรับกัญชาในประเทศเมื่อปี 2022 การขนส่งกัญชาระหว่างประเทศจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่สำคัญ การนำเข้ากัญชาไปยังประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือสหรัฐฯ ยังคงเป็นความผิดทางอาญาร้ายแรงที่มีโทษจำคุกหลายปี นอกจากนี้ ทางการไทยยังทำงานร่วมกับหน่วยงานพรมแดนระหว่างประเทศอย่างเข้มข้นเพื่อระบุ ติดตาม และจับกุมผู้ลักลอบขนสินค้าออกนอกประเทศโดยตรงที่สนามบินของไทย

เมื่อนักท่องเที่ยวตกลงรับงานแล้ว การถอนตัวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยมีรายงานว่า แก๊งอาชญากรมักใช้การข่มขู่ การติดตาม หรือการคุกคามทางร่างกายโดยตรง หากผู้ส่งของมีท่าทีลังเล

เมื่อเร็วๆ นี้ สารคดีใหม่จากช่อง Channel 4 ของอังกฤษตีแผ่เรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจในเรื่อง Inside Thailand’s British Drug Mule Gangs: UNTOLD (เบื้องหลังแก๊งขนยาเสพติดชาวอังกฤษในประเทศไทย: เรื่องราวที่ไม่เคยเปิดเผย)

Channel 4 ส่ง ทีร์ ดอนดี นักข่าวสืบสวนสอบสวนเข้าไปในเครือข่ายค้ายาเสพติดของอังกฤษที่ให้หญิงสาวเดินทางจากอังกฤษไปและกลับจากประเทศไทย โดยกระเป๋าเดินทางของพวกเธอบรรจุกัญชาคุณภาพสูงมูลค่าหลายหมื่นปอนด์ในตลาดมืดของอังกฤษ

View post on Instagram
 

สารคดีเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของหญิงสาวชาวอังกฤษที่เรียกตัวเองว่า “ซี” ผู้จัดหาคนส่งยาเสพติด เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและไม่รู้สึกผิดอะไรเลยว่า “พวกเขายังเด็กและโง่เขลา ไม่มีเงิน พวกเขามาหาเราเพราะได้ยินมาว่าเพื่อนๆ ทำแบบนี้และผ่านไปได้โดยไม่มีปัญหา”

การจัดหาคนส่งยาเสพติดส่วนใหญ่อาศัยการบอกต่อกันปากต่อปาก ผู้หญิงคนหนึ่งเดินทางไปถึงจุดหมายและผ่านไปได้ เธอบอกเพื่อน เพื่อนคนนั้นก็บอกต่ออีกคนเป็นทอดๆ

Channel 4 ยังพูดคุยกับ “ที” พ่อค้าชาวอังกฤษที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พ่อค้ารายนี้ซื้อกัญชาจำนวนมากในราคากิโลกรัมละ 700-800 ปอนด์ (31,231-35,693 บาท)

ทีมของทีจะบรรจุกัญชาแต่ละล็อตลงในถุงสุญญากาศเพื่อกักเก็บกลิ่น จากนั้นจะขายต่อในราคากิโลกรัมละกว่า 3,000 ปอนด์ (133,849 บาท) ในตลาดอังกฤษ คนรับส่งของ 1 คนจะขนกัญชา 20-30 กิโลกรัม มูลค่า 60,000-90,000 ปอนด์ (2,676,993-4,015,489 บาท)

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อคนส่งของ 1 คนอยู่ที่ประมาณ 7,000 ปอนด์ (312,315) แต่ผลตอบแทนที่ทีซึ่งมีเครือข่ายอยู่ 3-4 คนได้รับมากกว่านั้นหลายเท่า

ระหว่างนั้นดอนดีได้พบกับหญิงวัยรุ่นชาวอังกฤษที่ใช้ชื่อว่า “ลูซี” พนักงานออฟฟิศธรรมดาในอังกฤศที่เงินเดือนหมดไปกับค่าเช่าที่อยู่อาศัย บิลค่าใช้จ่ายต่างๆ และภาษี

เพื่อนชาวยุโรปคนหนึ่งที่เคยมาเที่ยวที่เมืองไทยและกลับบ้านพร้อม “พัสดุ” โดยไม่มีปัญหาใดๆ เล่าให้ลูซีฟังถึงการหารายได้พิเศษนี้ ประกอบกับลูซีเองอยากมาเที่ยวไทยเป็นทุนเดิม เธอจึงรับงานนี้และผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไปได้พร้อมกระเป๋าที่อัดแน่นไปด้วยกัญชา โดยจะมีคนขับรถมารับกระเป๋าด้านนอกสนามบินขาเข้าแล้วจ่ายเงินสดให้เธอ 5,000 ปอนด์

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเล็ดลอดไปได้แบบลูซี อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นหญิงสาวชาวอังกฤษคนหนึ่งที่เดินทางด้วยชั้นธุรกิจจากกรุงเทพฯ และพบกัญชาประมาณ 30 กิโลกรัมในกระเป๋าเดินทางของเธอ ซึ่งการลักลอบขนกัญชาในอังกฤษมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

View post on Instagram
 

เมื่อหันมาดูตัวเลขก็น่าตกใจมาก หลังจากไทยเริ่มนโยบาย “กัญชาเสรี” เมื่อปี 2022 การลักลอบขนยาเสพติดเข้าอังกฤษก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2025 มีผู้คนประมาณ 650 คนถูกจับกุมที่สนามบินในอังกฤษฐานขนกัญชาจากประเทศไทย ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งอายุต่ำกว่า 30 ปี กลุ่มอายุที่มีการจับกุมมากที่สุดคือระหว่าง 17-24 ปี การจับกุมหญิงสาวที่ทำงานเป็นผู้ส่งของมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทุกปี

ปีที่แล้วหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติของอังกฤษตรวจยึดกัญชาตามสนามบินต่างๆ ได้รวม 28 ตัน ตัวเลขการยึดของหน่วยงานป้องกันชายแดนเพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

แต่ก็ยังมีคำถามตัวโตๆ ว่า ยังมียาเสพติดผ่านเข้าไปได้อีกมากแค่ไหน เพราะสนามบินไม่ได้สแกนกระเป๋าทุกใบหลังการรับสัมภาระ เจ้าหน้าที่อาศัยเพียงการสุ่มตรวจและอ่านภาษากายเท่านั้น

ถึงอย่างนั้นการจับกุมก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนสถานทูตอังกฤษในประเทศไทยต้องย้ำเตือนพลเมืองอังกฤษอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อย่า “พกพากัญชาหรือสิ่งของใดๆ ในนามของผู้อื่นขณะเดินทาง”

สถานทูตระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ถูกจับได้ว่านำกัญชาออกจากประเทศไทยจะต้องเสียค่าปรับ 30,000 บาทต่อกิโลกรัมที่ยึดได้ และอาจต้องโทษจำคุกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์