ทางการฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่บางส่วนของกรุงปารีสและเมืองอื่นๆ อาทิ นีซ ลียง ลีล และยังประกาศห้ามการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตในหลายพื้นที่ของใจกลางเมืองด้วย หลังเกิดเหตุจลาจลและปล้นสะดมทั่วประเทศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ปารีส
มีการประกาศเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ของกรุงปารีส โดยมีผลตั้งแต่เวลา 23:00 น. ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น (04:00 น. ตามเวลาไทย) ไปจนถึงเวลา 06:00 น. ของวันอังคาร
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 2 แห่งที่ตกเป็นเป้าของการปล้นสะดมในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ จัตุรัสปลัสเดอลารีปูบลีกทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของกรุงปารีส และย่านชาเตเลต์ลีส์ฮัลส์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมืองที่มีร้านค้าตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังห้ามรวมตัวในที่สาธารณะภายในพื้นที่ทั้งสองแห่งดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ของวันจันทร์เป็นต้นไป
ลียง
เมืองลียง เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของฝรั่งเศส ประกาศเคอร์ฟิวในเขตใจกลางเมือง หลังจากเกิดเหตุเผาสำนักงานท่องเที่ยวในระหว่างการประท้วงเมื่อวันเสาร์ (17 ต.ค.)
การห้ามการเคลื่อนไหวของประชาชนในเขตดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 21:00 น. ของวันจันทร์ ถึง 06:00 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังห้ามชุมนุมสาธารณะในบางส่วนของเมืองลียงตั้งแต่เวลา 18:00 น. ของวันจันทร์เช่นกัน
นีซ
นีซ เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนริเวียร่าฝรั่งเศส มีมาตรการเคอร์ฟิวในใจกลางเมืองตั้งแต่เวลา 21:00-06:00 น. ตามคำสั่งของนายกเทศมนตรี แต่มาตรการเคอร์ฟิวนี้ใช้เฉพาะกับเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแลเท่านั้น
ลีลล์และเมืองทางตอนเหนือ
ลีลล์ เขตเมืองใหญ่เป็นอันดับ 4 ของฝรั่งเศส และเมืองดูแอ วัตติญีส์ และเดอแนง ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส มีมาตรการเคอร์ฟิวสำหรับเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแลตั้งแต่เวลา 20:00 น.ของวันจันทร์ ถึง 06:00 น.ของวันอังคาร มาตรการนี้ใช้เฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น
พื้นที่อื่นๆ
หมู่บ้านคูเลนส์ ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองทางเหนือของเมืองเลอ ม็องส์ สั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล เข้าไปในบางพื้นที่ของหมู่บ้าน ในคืนวันจันทร์ อังคาร และพุธ ตั้งแต่เวลา 23:00-06:00 น. ของวันถัดไป
ทางการในหมู่เกาะกวาเดอลูปในทะเลแคริบเบียนของฝรั่งเศส สั่งเคอร์ฟิวสำหรับเด็กและเยาวชนในเมืองหลักอย่างปวงต์ตาปิตร์ และเลซาบีมส์ หลังจากการประท้วงเมื่อเร็วๆ นี้บานปลายกลายเป็นความรุนแรง
มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้หลังจากมีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 2,500 คนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย ซึ่งรวมถึงบุคคล 2 รายที่สูญเสียมือไป
ระหว่างการประท้วง ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และเกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่สวมชุดดำและคลุมศีรษะ ซึ่งได้จุดไฟเผาและบุกรุกเข้าไปในร้านค้ารวมถึงอาคารของรัฐ โดยภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นอาคารเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์กำลังถูกเพลิงลุกไหม้
เจ้าหน้าที่และผู้นำทางการเมืองต่างย้ำว่า ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ทว่าเหตุการณ์การปะทะและการทำลายล้างที่เกิดขึ้น ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศ และก่อให้เกิดกระแสการประณามอย่างรุนแรงจากทั้งเหล่าผู้นำและสาธารณชน
รัฐมนตรีฝรั่งเศส 2 ท่านระบุว่า มีการนำสินค้าที่ได้จากการปล้นสะดมไปวางขายบนแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์บางแห่ง ด้านโฆษกของแพลตฟอร์มออนไลน์ Vinted กล่าวว่า การขายหรือการเสนอขายสินค้าที่ถูกขโมยมานั้นเป็นสิ่งที่ “ห้ามเด็ดขาด” และว่า “นับตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานของเราดำเนินการทันทีเพื่อตรวจสอบและลบรายการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการปล้นสะดมออกไป และยังเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังรายการสินค้าที่น่าสงสัยอีกด้วย”
ขณะนี้เจ้าหน้าที่สอบสวน 200 คนกำลังวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อพยายามระบุตัวหัวขโมยที่อาจเป็นหัวโจก

ขณะที่ในอิตาลี นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี กำลังพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวและนำมาตรการอื่นๆ มาใช้ เพื่อรับมือกับเหตุจลาจลที่เกิดขึ้นในหลายเมืองของอิตาลีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมโลนีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินเพื่อหารือถึงแนวทางการรับมือของรัฐบาล โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่าอาจมีการออกกฤษฎีกาฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดภายในวันอังคารนี้
สำนักข่าว ANSA ของอิตาลีรายงานว่า รัฐบาลตั้งใจจะ “ตอบโต้อย่างเด็ดขาด” หลังจากเหตุการณ์ประท้วงอย่างสงบเพื่อคัดค้านค่าครองชีพลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจลและการปล้นสะดมในหลายเมือง รวมถึงมิลาน ตูริน และโบโลญญา
ณ จัตุรัสหน้ามหาวิหารใจกลางเมืองมิลาน กลุ่มคนหนุ่มสาวที่แต่งกายด้วยชุดสีดำและสวมหน้ากากทุบทำลายกระจกร้านค้าและปล้นสะดมซูเปอร์มาร์เก็ต ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 14 นาย โดยอัยการเมืองมิลานกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก”
มีผู้ถูกควบคุมตัวรวมทั้งสิ้นกว่า 270 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน
ร้านค้าหรูหลายแห่งในใจกลางเมืองมิลานยังคงปิดให้บริการในวันจันทร์ ขณะที่สื่ออิตาลีต่างเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศฝรั่งเศส
Photo by JEFF PACHOUD / AFP







