เกิดการถกเถียงเป็นวงกว้างในอังกฤษและเวลส์ เมื่อรัฐบาลประกาศโครงการปล่อยตัวนักโทษก่อนกำหนด (early release scheme) เพื่อแก้ปัญหาเรือนจำแออัด ซึ่งจะทำให้มีผู้ต้องขังกว่า 6,000 คนได้รับการปล่อยตัว
โครงการปล่อยตัวนักโทษก่อนกำหนดนี้ริเริ่มโดยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์เรือนจำแออัดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นปัญหาสืบทอดมาจากรัฐบาลชุดก่อนหน้า
ที่มาก็คือ หากเรือนจำไม่มีห้องขังเหลือแล้ว เช่นที่เกือบจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2024 ตำรวจและศาลจะไม่สามารถคุมขังผู้กระทำผิดที่ถูกจับได้ใหม่ได้ ตำรวจจะไม่สามารถตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัย การพิจารณาคดีจะต้องหยุดชะงัก ผู้พิพากษาจะไม่สามารถตัดสินลงโทษจำคุกผู้กระทำผิดเป็นเวลาหลายปี
นั่นหมายความว่า ตามโครงการนี้ ผู้ต้องขังจำนวนมากที่ถูกจำคุกตามกำหนดระยะเวลา จะได้รับการปล่อยตัวหลังจากรับโทษไปเพียง 1 ใน 3 ของระยะเวลาที่กำหนด แทนที่จะเป็นครึ่งหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนดมานานแล้ว
เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอังกฤษในยุคสมัยใหม่
นโยบายนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งเมื่อต้นเดือนนี้ เมื่อมีรายงานว่า ผู้ต้องขังที่ฆ่าตำรวจอาจอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดนี้ด้วย
ย้อนไปเมื่อปี 2019 แอนดรูว์ ฮาร์เปอร์ ตำรวจหนุ่มวัย 28 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบเหตุขโมยรถเอทีวีในเบิร์กเชียร์ เมื่ออัลเบิร์ต โบเวอร์ส, เจสซี โคล และเฮนรี ลอง วัยรุ่นทั้งสามคนพยายามหลบหนี ข้อเท้าของฮาร์เปอร์กลับไปติดกับห่วงเชือกของรถที่ใช้หลบหนี ทำให้เขาถูกลากไปตามถนนชนบทเป็นระยะทางราว 1.6 กิโลเมตร
ลองซึ่งเป็นคนขับรถถูกตัดสินจำคุก 16 ปีในข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา (manslaughter) (ไม่ใช่ข้อหาฆ่าผู้อื่น (murder) เนื่องจากคณะลูกขุนไม่แน่ใจว่าลองรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังลากเจ้าหน้าที่ไปด้วยขณะที่เขาขับรถออกไป) โดยผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีกล่าวว่า เขาจะต้องรับโทษจำคุก 10 ปี 8 เดือน ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวโดยถูกคุมประพฤติ ลองจะไม่ได้รับสิทธิ์ปล่อยตัวก่อนกำหนดตามโครงการนี้
โบเวอร์สและโคลถูกพิพากษาจำคุก 13 ปี (ผู้พิพากษากำหนดให้รับโทษ 2 ใน 3 และปล่อยตัวโดยถูกคุมประพฤติ) โดยจะได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดตามโครงการของรัฐบาลหลังรับโทษจำคุก 1 ใน 2 ของโทษทั้งหมด
ล่าสุด นายกรัฐมนตรี แอนดี เบิร์นแนม ได้เปลี่ยนเงื่อนไขโครงการปล่อยตัวก่อนกำหนดสำหรับนักโทษบางส่วน ทำให้จำนวนผู้ต้องขังที่จะได้สิทธิ์เหลือราว 5,000 คน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและจากสาธารณชนอย่างมากให้ทบทวนโครงการดังกล่าว โดยผู้ต้องขังในคดีข่มขืน ความผิดทางเพศที่มีความร้ายแรงต่อเด็ก และคดีล่อลวงเด็ก จะไม่ได้รับสิทธิปล่อยตัวก่อนกำหนด และให้เลื่อนโครงการจากเดือนกันยายนเป็นตุลาคม
นายกฯ อังกฤษยืนยันว่า ผู้กระทำผิดจะได้รับการควบคุมดูแลในชุมชนอย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามจีพีเอสสำหรับผู้ข่มขืนเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว
เบิร์นแนมเผยว่า ต้องการดำเนินมาตรการให้เข้มงวดกว่านี้ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะทำให้ระบบเรือนจำล่มสลายภายในไม่กี่เดือน ซึ่งจะทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและการเลื่อนเวลาเริ่มต้นโครงการออกไปไม่ได้สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวผู้เสียหาย ที่จะอดคิดไม่ได้ว่า ความยุติธรรม “ถูกพราก” ไปจากพวกเขา
ลิสซี ฮาร์เปอร์ ภรรยาของตำรวจที่เสียชีวิตบอกว่า การที่ฆาตกร 2 คนที่ฆ่าสามีเธอมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดเป็น “การทรยศอย่างร้ายแรง”
“นี่มันเป็นการส่งข้อความที่น่ารังเกียจอะไรกัน? รัฐมนตรีกล้าดียังไงถึงบอกว่าการฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช่ ‘อาชญากรรมที่น่าสะอิดสะเอียน’ ที่สมควรได้รับโทษหนักที่สุด” โบเวอร์สและโคล “ปล้นอนาคตของเราไป” และ “ควรอยู่ในคุกต่อไป” และว่า “นี่เป็นการทรยศอย่างสิ้นเชิง และเป็นสิ่งที่ฉันไม่อาจให้อภัยหรือลืมได้”
เดบบี แอดแลม แม่ของฮาร์เปอร์บอกว่า ครอบครัวของเธอ “ต้องทนทุกข์” หลังจากทราบว่าฆาตกรที่พรากลูกชายเธอไปยังมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดภายใต้แผนของรัฐบาลเพื่อลดความแออัดในเรือนจำ
แคลวิน บักลีย์ ซึ่งสูญเสียภรรยาและลูกในครรภ์จากอุบัติเหตุรถชนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 บอกว่า เขารู้สึก “ตกใจและผิดหวัง” ที่ฆาตกรอาจได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดภายใต้โครงการนี้
บักลีย์ให้สัมภาษณ์กับรายการ BBC Breakfast ว่า เขาหวังว่าผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตจะได้รับการยกเว้นเช่นเดียวกับคดีฆาตกรรมและอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
บักลีย์เผยว่า “การฆ่าคนแล้วได้รับการลดโทษนั้นไม่ถูกต้อง” และตอนนี้เขากลัวว่า ผู้กระทำผิดจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากรับโทษเพียงครึ่งเดียว และอาจใช้เวลาอยู่ในคุกน้อยกว่าก่อนที่โทษจะถูกเพิ่มขึ้นเสียอีก
“ความยุติธรรมของเรากำลังถูกพรากไป ผมเข้าใจว่ามีวิกฤต (เรือนจำแออัด) ผมเห็นด้วยว่ามันจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข แต่ไม่ใช่ด้วยการเบียดเบียนเหยื่อ ความโศกเศร้าของผมไม่ได้ลดลงเลย”
— แคลวิน บักลีย์
เช่นเดียวกับ แคลร์ คอร์เกอรี ที่พ่อและแม่ถูกคนขับรถเร็วชนเสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคม 2024 เธอบอกว่า ผู้ที่สูญเสียคนที่รักจากอุบัติเหตุบนท้องถนน “รู้สึกว่าความเจ็บปวดของเรามีความสำคัญน้อยกว่า”
ผู้ก่อเหตุฆ่าพ่อแม่ของแคลร์ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และถูกจำคุก 16 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025
“ผู้พิพากษาบอกชัดเจนว่าเขาจะต้องรับโทษจำคุก 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด” แคลร์กล่าว โครงการปล่อยตัวก่อนกำหนดแบบใหม่หมายความว่า ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอจะมีสิทธิ์ได้รับการปล่อยตัวหลังจากจำคุกเพียง 8 ปี
แคลร์บอกว่า “สิ่งที่น่ากังวลสำหรับเราคือคนขับรถที่ก่อเหตุฆาตกรรมจะกลับมาขับรถบนท้องถนนอีกครั้ง”
Photo by Shutterstock





