เปิดปมวิทยาศาสตร์ ‘โอเมกาบล็อก’ ต้นเหตุคลื่นความร้อนถล่มยุโรป

24 มิ.ย. 2569 - 12:03

  • ปรากฏการณ์ 'โอเมกาบล็อก' สร้างสภาวะคล้ายการจราจรติดขัดในชั้นบรรยากาศ ดักจับอากาศร้อนจากแอฟริกาเหนือให้อยู่เหนือยุโรปได้นานหลายวันถึงหลายสัปดาห์

  • หากระบบความกดอากาศสูงมีเสถียรภาพมากพอ จะพัฒนาเป็น 'ฮีทโดม' ที่ทำหน้าที่เหมือนฝาหม้อดักความร้อนไว้ใต้ชั้นบรรยากาศ

  • นักวิทยาศาสตร์ยืนยันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้คลื่นความร้อนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เปิดปมวิทยาศาสตร์ ‘โอเมกาบล็อก’ ต้นเหตุคลื่นความร้อนถล่มยุโรป

โอเมกาบล็อกและฮีตโดม: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นความร้อนที่กำลังเผายุโรป

คลื่นความร้อนรุนแรงกำลังปกคลุมยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง ส่งผลให้อุณหภูมิทะยานสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับประกาศเตือนสุขภาพในหลายประเทศ

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยา 2 รูปแบบ ได้แก่ "โอเมกาบล็อก" และ "ฮีทโดม" คือกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนสถานการณ์นี้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวเร่งให้รุนแรงยิ่งขึ้น

โอเมกาบล็อก คืออะไร?

ซาแมนธา เบอร์เกส นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป (ECMWF) อธิบายว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีลักษณะเหมือนการจราจรติดขัดในชั้นบรรยากาศที่ดักความร้อนไว้ สาเหตุมาจากสันความกดอากาศสูงที่ดึงอากาศร้อนจากแอฟริกาเหนือเข้ามาอยู่ระหว่างบริเวณความกดอากาศต่ำสองแห่งคือ ยุโรปกลาง และชายฝั่งโปรตุเกส

รูปแบบนี้เรียกว่า "โอเมกาบล็อก" เพราะกระแสลมเจ็ตสตรีมที่พัดพาอากาศจากตะวันตกไปตะวันออกโค้งงอเป็นรูปตัวอักษรกรีก Ω ทำให้ระบบอากาศไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านได้ตามปกติ

"กระแสลมเจ็ตสตรีมติดอยู่ในวังวน และบังคับให้ระบบสภาพอากาศอื่นต้องเบี่ยงหลีกออกไป"

ซาแมนธา เบอร์เกส, ECMWF

europe-heatwave-omega-block-heat-dome-explained-1.jpeg
Experts say an 'omega block' is behind Europe's latest heatwave.

ฮีทโดม: ฝาครอบดักความร้อน

เมื่อโอเมกาบล็อกมีเสถียรภาพสูง ระบบความกดอากาศสูงจะพัฒนาเป็น "ฮีทโดม" ที่ทำหน้าที่ดักความร้อนไว้ใต้ชั้นบรรยากาศเหมือนฝาชีครอบ อากาศที่จมลงถูกบีบอัดจนร้อนขึ้น ขณะที่ความร้อนบริเวณผิวดินไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้ท้องฟ้าโปร่ง แสงแดดส่องถึงพื้นโลกมากขึ้น และเกิดวัฏจักรความร้อนสะสมต่อเนื่อง

ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม อุณหภูมิจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด

วิลล์ แลง หัวหน้านักอุตุนิยมวิทยาแห่งสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (Met Office) ระบุ

"โลกร้อน" ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

แม้ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และเกิดขึ้นได้ทั่วโลกทั้งซีกโลกเหนือและใต้ แต่เบอร์เกส ยืนยันว่าเมื่อฮีทโดมเกิดขึ้นในยุคที่โลกร้อนขึ้นจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล คลื่นความร้อนที่ตามมาจะรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมีนัยสำคัญ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์