รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมระดมกำลังตำรวจราว 70,000 นายทั่วประเทศในวันเสาร์ (24 ต.ค.) นี้ เพื่อสกัดกั้นเหตุจลาจลระลอกใหม่ หลังจากการประท้วงเรื่องค่าครองชีพเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน บานปลายกลายเป็นเหตุรุนแรงบนท้องถนนครั้งย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายปี
โลคองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (23 ต.ค.) ว่า “กองกำลังความมั่นคงในครั้งนี้จะรวมถึงหน่วยรบพิเศษที่ปกติใช้ในภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายและช่วยเหลือตัวประกัน เนื่องจากตรวจพบการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงจากกลุ่ม ‘ฝ่ายซ้ายจัด’ บนสื่อสังคมออนไลน์”
“นี่ไม่ใช่การชุมนุมประท้วงอย่างสงบสันติ เราพร้อมจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด และจะไม่ยอมผ่อนปรนให้กับการกระทำที่ผิดกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น”
— นูเญซ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง และรัฐบาลกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างยิ่งในการควบคุมวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้ เพียง 6 เดือนก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่เพื่อเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา
การชุมนุมประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ กลับถูกกลุ่มผู้ก่อจลาจลหัวรุนแรงเข้าแทรกแซง จนลุกลามกลายเป็นการจลาจลและการปล้นสะดมขนานใหญ่ในกรุงปารีส เมืองมาร์เซย เมืองลียง รวมถึงเมืองอื่น ๆ
“เราจะไม่ยอมประนีประนอมกับกลุ่มผู้ก่อจลาจล ผู้ปล้นสะดม และผู้ก่อความรุนแรงทุกคน...นอกเหนือจากการเพิ่มกำลังตำรวจอีก 10,000 นายแล้ว ปฏิบัติการในครั้งนี้จะรวมถึงการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง รถหุ้มเกราะ ตำรวจม้า เฮลิคอปเตอร์ และโดรนตรวจการณ์ร่วมด้วย”
— นูเญซ กล่าว
กระแสความไม่พอใจต่อปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูง วิกฤตราคาที่อยู่อาศัย คุณภาพบริการสาธารณะที่ตกต่ำ และการตัดลดงบประมาณภาครัฐ กำลังลุกลามกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงระลอกใหญ่ทั่วทวีปยุโรปในช่วงสุดสัปดาห์นี้
โดยในวันเสาร์ (24 ต.ค.) นี้ มีการนัดหมายชุมนุมประท้วงใหญ่ในเมืองสำคัญหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น :
- กรุงโรม, เมืองมิลาน และเมืองตูริน ในอิตาลี
- กรุงเวียนนา ในออสเตรีย
- กรุงมาดริดและเมืองบาร์เซโลนา ในสเปน
- กรุงลิสบอนและเมืองปอร์โต ในโปรตุเกส
- กรุงดับลิน ในไอร์แลนด์
- กรุงติรานา ในแอลเบเนีย
ทั้งนี้คาดว่าจะมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นทั่วประเทศฝรั่งเศสในวันเสาร์ (24 ต.ค.) นี้ แม้ว่าหลายเมืองจะสั่งห้ามจัดกิจกรรมหรือบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางเพื่อป้องกันความเสียหายต่อร้านค้าและอาคารสาธารณะ ประกอบกับสภาพอากาศที่มีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าร่วมลดลง
พื้นที่ใจกลางเมืองลียงและเมืองใหญ่อีกหลายแห่งจะถูกกำหนดให้เป็นเขตห้ามเข้าสำหรับกลุ่มผู้ประท้วง ขณะที่ทางการปารีสได้อนุญาตให้กลุ่มสหภาพแรงงานเดินขบวนได้เฉพาะในเส้นทางที่จำกัดทางตะวันออกของเมืองหลวง ระหว่างจัตุรัสบาสตีย์ (Place de la Bastille) และจัตุรัสนาซียง (Place de la Nation) เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ใจกลางเมือง
อย่างไรก็ตาม คำร้องขอจัดตั้งการชุมนุมในกรุงปารีสโดยสหภาพนักศึกษาหลักของฝรั่งเศส (UNEF) และกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่เคยสร้างความสั่นสะเทือนทั่วประเทศเมื่อปี 2018 และมีแผนจะจัดกิจกรรมย่อยอีกกว่า 600 จุดทั่วฝรั่งเศสในวันเสาร์ (24 ต.ค.) นี้ ต่างถูกทางการปฏิเสธทั้งหมด
ขณะที่ทางด้านกลุ่ม UNEF แถลงการณ์ยืนยันว่า “จะยังคงเดินหน้าจัดการชุมนุมต่อไป โดยไม่สนใจคำสั่งห้ามของทางการ” ซึ่งการประท้วงของนักศึกษานี้ขยายตัวมาจากการประท้วงของกลุ่มนักเรียนมัธยมเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อต่อต้านปัญหาการขาดแคลนครูและสภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม
(Photo by MATTHIEU RONDEL / AFP)





