เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองอาวุโสในรัฐบาลทรัมป์ออกคำเตือนในบันทึกข้อความที่สำนักข่าว Reuters ได้เห็น โดยระบุว่า อิหร่านกำลังยกระดับความพยายามในการโจมตีทั้งบุคลากรและพลเมืองของสหรัฐฯ และแผนการสังหารดังกล่าว “คืบหน้าไปมากแล้ว”
คำเตือนจาก เจย์ เคลย์ตัน ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ มีขึ้นหลังทางการสหรัฐฯ สั่งลดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในซาอุดีอาระเบียเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับการโจมตีที่รุนแรงขึ้นของกลุ่มฮูตีที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน
การโจมตีเหล่านั้นในแนวรบหนึ่งของความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่ดำเนินมาเกือบ 8 เดือนซึ่งมีต้นตอมาจากสงครามอิหร่าน เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า อิหร่านกำลังเตรียมการตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงยิ่งขึ้นหากสหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารครั้งใหญ่บนดินแดนของอิหร่านอีกครั้ง
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ ว่า อิหร่านกำลังเพิ่มความพยายามอย่างมีนัยสำคัญในการมุ่งเป้าไปที่บุคลากรของสหรัฐฯ”
— เคลย์ตันระบุในข้อความที่ส่งถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม
เคลย์ตันระบุอีกว่า “ความพยายามวางแผนเพื่อสังหารพลเมืองสหรัฐฯ โดยฝ่ายอิหร่านดำเนินมาถึงขั้นคืบหน้าไปมากแล้ว ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและในประเทศอื่นๆ บางแห่ง”
จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ ก็ได้รับสำเนาบันทึกฉบับที่ไม่จัดเป็นเอกสารลับนี้ด้วยเช่นกัน โดยสื่อ Axios เป็นเจ้าแรกที่รายงานถึงบันทึกดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยกับ Reutets ว่า เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินและสมาชิกในครอบครัวออกจากสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ ในซาอุฯ และวางแผนถอนสมาชิกในครอบครัวออกจากสถานทูตหรือสถานกงสุลอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อีกหลายแห่ง
วันเสาร์ (24 ต.ค.) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปรับปรุงคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางในหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลาง รวมทั้งซาอุฯ กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก และอิสราเอล โดยอ้างถึงภัยคุกคามจากกลุ่มฮูตี
“ในส่วนของการจัดวางบุคลากรประจำสถานเอกอัครราชทูตนั้น เรามีการประเมินข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงอยู่ตลอดเวลา” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าว
“ภัยคุกคามจากการโจมตีโดยกลุ่มฮูตี รวมถึงแผนการก่อการร้ายของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจปรับเปลี่ยนจำนวนบุคลากรประจำสถานเอกอัครราชทูตในภูมิภาคนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสถานะ ‘ปฏิบัติงานแบบจำกัด’ (RO Status) เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุ
สถานะการปฏิบัติงานแบบจำกัด (Restricted Operations Status) ช่วยให้กระทรวงการต่างประเทศมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการตัดสินใจด้านบุคลากร โดยไม่จำเป็นต้องประกาศการเปลี่ยนแปลงสถานะของคณะผู้แทนทางการทูตต่อสาธารณะ
สงครามในอิหร่านกำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 9 ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
Photo by ATTA KENARE / AFP





