เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!!! เสียงร้องเหมียวๆ ที่ใครๆ ก็มักได้ยินที่ ‘อิสตันบูล’ ดินแดนที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีประหว่างฝั่งเอเชีย และยุโรป ที่นี่มีเจ้าเหมียวเยอะมากจนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เมืองแห่งแมว’ หรือเรียกว่า ‘Catstanbul’ แค่แมวจรก็มีประมาณ 125,000 ตัวแล้ว แต่ถ้ารวมแมวเลี้ยงไปด้วยก็ประมาณ 200,000 ตัวเลยทีเดียวล่ะ
แมวที่นี่แทบจะเดินครองเมืองกันอยู่แล้ว แถมคนที่นี่ยังเป็นมิตรกับแมวมากจนได้ชื่อว่า ‘เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับแมวที่สุด’แล้วทำไมเมืองนี้ถึงมีแมวเยอะขนาดนี้นะ?
‘Catstanbul’ เมืองแห่งแมว เมี๊ยว เมี๊ยว!!!
ที่อิสตันบูลมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในเรื่องการ ‘เลี้ยงแมว’ ผู้คนที่นี่เติบโตมากับแมวจรและแมวเลี้ยง จึงไม่น่าแปลกใจหากเราจะเห็นชาวตุรกี หรือนักท่องเที่ยวเล่นกับแมว ให้อาหารแมว หรือถ่ายรูปกับแมว ซึ่งกลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตาไปซะแล้ว บางคนถึงกับบอกว่าแมวในอิสตันบูลมีชีวิตที่น่าอิจฉาและเป็นเพียงสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้เพลิดเพลินกับเมืองนี้ได้อย่างเต็มที่
แล้วทำไมแมวที่นี่ถึงได้มีเยอะแยะมากมายขนาดนี้? ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างของคนกับแมวที่มีมาอย่างยาวนานจนเป็นที่มาของ ‘เมืองแห่งแมว’ ซึ่งเริ่มต้นจากอารยธรรมอานาโตเลียและอียิปต์โบราณ
ว่ากันว่าแมวของอิสตันบูลมีถิ่นกำเนิดในอียิปต์ ดินแดนที่เหล่าแมวเหมียวถูกเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก และตามโบราณกาลมีความเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะบางครั้งก็มีการฝังร่างของแมวไว้กับร่างฟาโรห์ด้วย
ไม่เพียงแค่ในอียิปต์เท่านั้น แต่หลักฐานทางโบราณคดียังพบว่า แหล่งอารยธรรมเกษตรกรรมโบราณอย่างเมโสโปเตเมียและคาบสมุทรอานาโตเลีย (ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประเทศตุรกีในปัจจุบัน) คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่มนุษย์เริ่มเลี้ยงแมวอย่างจริงจัง โดยผู้คนในยุคนั้นนิยมเลี้ยงแมวป่าไว้ไล่จับหนูไม่ให้เข้ามากินเมล็ดพืชและแพร่กระจายเชื้อโรค นับเป็นก้าวแรกของมิตรภาพที่แท้จริงระหว่างแมวกับมนุษย์เมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน
นอกจากนี้ ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังช่วยยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า แมวบ้านทั่วโลกมีต้นกำเนิดร่วมกันจากแถบอานาโตเลียและอียิปต์ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซาเปียนซาแห่งโรม และสถาบันวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งเบลเยียม ได้ทำการวิจัยตรวจสอบ DNA จากซากแมวโบราณมากกว่า 200 ตัว ซึ่งผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า “แมวป่าในแถบอานาโตเลียที่เคยทำหน้าที่ไล่จับหนูในอดีต ได้เริ่มวิวัฒนาการและปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตเมืองอย่างเต็มตัวในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน นับตั้งแต่นั้นมา ประชากรแมวในเมืองอิสตันบูลจึงได้ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ศตวรรษ”
‘แมวที่นี่เป็นของทุกคน!’

ในปัจจุบัน หากถามว่า ‘ทำไมที่อิสตันบูลถึงมีแมวเยอะจัง?’ คำตอบก็คือ เพราะชาวเมืองมักจะคอยจัดหาทั้งน้ำทั้งอาหาร รวมถึงที่พักพิง โดยเฉพาะที่สวนสาธารณะนั้นมักจะกลายเป็นจุดนัดพบของเจ้าเหมียวและเหล่าทาสแมวทั้งหลาย
ชาวเมืองอิสตันบูลจะมีกฎการอยู่ร่วมกับแมวอยู่ข้อนึงก็คือ ‘พวกเขามองว่าแมวเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง’ ซึ่งกฎนี้ทำให้ใครก็ตามสามารถเลี้ยงแมวได้อย่างอิสระเสรี และยังทำให้แมวมีอาหาร รวมถึงที่พักพิงอีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจไปเลยว่าทำไมเมืองนี้ถึงมีแมวอาศัยเต็มเมืองไปหมด...แล้วก็เป็นเพราะกฎนี้เองที่ทำให้เหล่าแมวเหมียวในอิสตันบูลดูเป็นมิตร มักเข้าหาคนแปลกหน้าเพื่อขอความรักและขออาหาร
นอกจากนี้ ทางภาครัฐยังได้ออกนโยบาย ‘ห้ามฆ่า ห้ามจับแมว’ ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวพื้นเมืองยอดนิยมที่สะท้อนถึงการห้ามทำร้ายเจ้าเหมียวว่า “หากคุณฆ่าแมว ทางเดียวที่จะได้รับการอภัยบาปจากพระเจ้าคือ คุณต้องสร้างมัสยิดขึ้นมาหนึ่งหลัง” จนกระทั่งในปี 2021 ทางการตุรกีได้ยกระดับกฎหมายคุ้มครองสัตว์ฉบับใหม่ โดยเปลี่ยนบทลงโทษจากการปรับเงินจำนวนเล็กน้อยในอดีต มาเป็นโทษจำคุกทางอาญาสำหรับผู้ที่กระทำทารุณกรรม ทรมาน หรือละเลยทอดทิ้งสัตว์
‘กลี-ทอมบิลี’ 2 แมวดังแห่งอิสตันบูล
หลายคนอาจจะเคยคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าเหมียวที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่ชาวอิสตันบูลผ่านบนโซเชียลมีเดียมาบ้างแล้วสำหรับ ‘เจ้าทอมบิลี’ แมวลายเสือสีขาวอ้วนตัวเมียที่อาศัยอยู่แถวย่านซิเวอร์เบย์ เพราะน้องโด่งดังมาจากมีมรูปถ่ายภาพเอนหลังริมถนนฟุตบาท แต่น้องกลับดาวแมวไปแล้วตั้งแต่ปี 2016 ตอนนี้จึงเหลือแค่เพียงรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่บริเวณที่น้องชอบนั่ง สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเจ้าหนูทอมบิลี

ส่วนเจ้าแมวอีกตัวที่เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแมวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก นั่นก็คือ ‘เจ้ากลี’ แมวลายเสือตาสีเขียวตัวเมีย ผู้พิทักษ์มหาวิหารฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) ตั้งแต่ปี 2004 แถมยังมีผู้ติดตามอินสตาแกรมกว่า 100,000 บัญชีเลยทีเดียว
เจ้ากลียังได้รับฉายาว่าเป็น ‘แมวที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในโลก’ และเคยถ่ายรูปคู่กับ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2009 ด้วย แต่น้องก็กลับดาวแมวไปแล้วเช่นเดียวกันในปี 2020 ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาผู้ชื่นชอบแมวทั่วโลก





