ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวยุบสายการบินเจ้าหนึ่งในไทย ให้กลับเข้ามาควบรวมกับบริษัทแม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการหลังจากสายการบินได้รับผลกระทบนานต่อเนื่องจากการระบาด ขณะเดียวกันเมื่อ 1 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลฮ่องกงได้คิกออฟแคมเปญแจกตั๋วเครื่องบินฟรี 500,000 ใบ โดยประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงไทยด้วย เป็นหนึ่งในชาติที่เปิดให้คนไทยได้ร่วมลงทะเบียนกับสายการบินเพื่อร่วมลุ้นชิงตั๋วเครื่องบินฟรี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงสามปีของการระบาด สายการบินพาณิชย์ทั่วโลกได้รับผลกระทบอ่วมกันถ้วนหน้า อุตสาหกรรมสายการบินเพิ่งจะมาฟื้นอย่างจริงจังช่วงไตรมาส 3 ของปี 2022 ที่ผ่านมา ขณะที่จากการคาดการณ์ของหลายส่วนต่างเห็นตรงกันว่าตลอดปี 2023 นี้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างสดใส ท่ามกลางความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมการบิน ผู้เขียนได้เคยกล่าวถึงชื่อของบุคคลหนึ่งในบทความเรื่อง ‘โจ ซัตเตอร์’ บิดาผู้สร้าง โบอิ้ง 747 ราชินีแห่งท้องฟ้า อากาศยานไอคอนแห่งยุค ซึ่งมีตอนหนึ่งที่กล่าวถึง ฮวน ทริปเป้ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของสายการบิน Pan Am ที่ให้ความสนใจเป็นสายการบินแรกที่สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 747 แต่มรดกของ ฮวน ทริปเป้ ยิ่งใหญ่กว่านั้น เพราะเขาคือชายที่มีไอเดียนำเครื่องบินมาให้บริการเป็นสายการบินเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมการเดินทางทางเครื่องบินของทั่วโลกในปัจจุบัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงสามปีของการระบาด สายการบินพาณิชย์ทั่วโลกได้รับผลกระทบอ่วมกันถ้วนหน้า อุตสาหกรรมสายการบินเพิ่งจะมาฟื้นอย่างจริงจังช่วงไตรมาส 3 ของปี 2022 ที่ผ่านมา ขณะที่จากการคาดการณ์ของหลายส่วนต่างเห็นตรงกันว่าตลอดปี 2023 นี้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างสดใส ท่ามกลางความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมการบิน ผู้เขียนได้เคยกล่าวถึงชื่อของบุคคลหนึ่งในบทความเรื่อง ‘โจ ซัตเตอร์’ บิดาผู้สร้าง โบอิ้ง 747 ราชินีแห่งท้องฟ้า อากาศยานไอคอนแห่งยุค ซึ่งมีตอนหนึ่งที่กล่าวถึง ฮวน ทริปเป้ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของสายการบิน Pan Am ที่ให้ความสนใจเป็นสายการบินแรกที่สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 747 แต่มรดกของ ฮวน ทริปเป้ ยิ่งใหญ่กว่านั้น เพราะเขาคือชายที่มีไอเดียนำเครื่องบินมาให้บริการเป็นสายการบินเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมการเดินทางทางเครื่องบินของทั่วโลกในปัจจุบัน

Take-Off สายการบินพาณิยช์
ฮวน เทอร์รี่ ทริปเป้ (Juan Terry Trippe) เกิดเมื่อ 27 มิถุนายน 1899 ที่เมืองซีไบรท์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในครอบครัวที่ร่ำรวย บิดาเป็นนักการเงินวาณิชธนกิจที่ประสบความสำเร็จ แม่เป็นนักสังคมสงเคราะห์แม้จะมีชื่อหน้าว่า 'ฮวน' แต่เขาไม่ได้มีเชื้อสายฮิสแปนิกหรือละตินแต่อย่างใด ครอบครัวมีเชื้อสายเป็นผู้อพยพจากยุโรปเหนือ ที่ชื่อว่าฮวนเขาได้รับการตั้งชื่อตาม ฮวนนิตา เทอร์รี่ ภรรยาชาวเวเนซุเอลาพี่ชายปู่ของเขา
ด้วยความที่เกิดในครอบครัวมีอันจะกิน เขาจึงได้มีโอกาสเรียนในไฮสกูลระดับท็อป The Hill School ก่อนจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยลปี 1921
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย เขาเริ่มหลงใหลในการบิน ทำให้เขาเริ่มเรียนขับเครื่องบินตั้งแต่ยังไม่เรียนจบมหาวิทยาลัย และในเวลานั้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้น ทริปเป้จึงสมัครเข้าร่วมเป็นนักบินฝึกหัดในกองทัพเรือสหรัฐฯ หลังจากเรียนจบจากนักบินฝึกหัด ได้เข้าประจำการในหน่วยนาวิกโยธิน ประจำกองหนุนกองทัพเรือสหรัฐฯ ทว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดก่อน ทริปเป้จึงไม่ได้เป็นนักบินรบอย่างที่ฝัน
เมื่อความฝันในช่วงแรกยังไม่เป็นจริง เขาจึงกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเยลจนจบในปี 1921 เมื่อเรียนจบเขาเริ่มเข้าทำงานเป็นนักการเงินตามบิดาที่ตลาดวอลล์สตรีท แต่เขาก็นึกถึงการบินอยู่ตลอดเวลา ทริปเป้จึงร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นจากเยล ร่วมลงทุนในบริการ 'แท็กซี่ทางอากาศ' สำหรับบรรดามหาเศรษฐีคนรวยและผู้มีอำนาจ บินจากมหานครนิวยอร์ก ไปยังบ้านพักตากอากาศในแถบลองไอร์แลนด์ ที่ชื่อว่า Long Island Airways Trippe
ในเวลานั้นด้วยความร่ำรวยอู้ฟู้ของอเมริกันชนชั้นสูงที่เราเห็นไม่ต่างจากในภาพยนตร์เรื่อง The Great Gatsby กิจการแท็กซี่ทางอากาศของทริปเป้ได้รับความนิยมอย่างสูงจนสามารถขยายธุรกิจขนส่งไปรษณีย์ทางอากาศ โดยทริปเป้ได้เข้าซื้อกิจการ Colonial Air Transport ซึ่งเป็นผู้ถือสัมปทานเส้นทางการบินไปรษณีย์ทางอากาศระหว่างนิวยอร์กกับเมืองบอสตันรัฐแมสซาชูเซตส์
ในช่วงเวลานั้น สหรัฐฯ ต้องการขยายอิทธิพลในประเทศแถบแคริบเบียนตลอดจนอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เยอรมนีภายใต้การนำของรัฐบาลนาซีกำลังต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในแถบแคริเบียนเช่นกัน ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าอาจเป็นภัยต่อเขตคลองปานามา (Panama Canal Zone) ซึ่งเป็นดินแดนที่สหรัฐฯ ดูแลอยู่ในเวลานั้น กรมไปรษณีย์กลางของรัฐบาลสหรัฐฯ จึงเปิดให้เอกชนประมูลสัญญาเส้นทางไปรษณีย์ทางอากาศจากคีย์เวสต์ รัฐฟลอริดาไปยังเมืองฮาวานา ของคิวบา
ทริปเป้มีวิสัยทัศน์ว่า เครื่องบินจะเป็นการเปิดโลกยุคใหม่แห่งการเดินทางจากมุมหนึ่งสู่อีกมุมหนึ่งของโลกด้วยเวลาที่น้อยกว่าการนั่งเรือโดยสาร ในช่วงแรกทริปเป้เผชิญข้อจำกัดมากมาย รวมถึงการจัดหาเงินทุนสำหรับสายการบินที่มีประสบการณ์ และการควบคุมสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อนของอุตสาหกรรมการบิน กระทั่งที่ไปรษณีย์อเมริกาเปิดงานประมูลเส้นทางในข้างต้น
เพื่อช่วงชิงการประมูลดังกล่าว ฮวน ทริปเป้ จึงก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่า Aviation Corporation of the Americas (ACA) ด้วยทุนเริ่มต้น 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการสนับสนุนจากทายาทนักธุรกิจตระกูลดังระดับแถวหน้าของประเทศอย่าง คอร์เนเลียส แวนเดอร์บิลด์ วิทต์นีย์ ทายาทตระกูลแวนดอร์บิลด์ และวิลเลียม เอเวอเรลล์ แฮร์ริแมน นัการเมืองดังสังกัดพรรคแดโมเครต ทำให้บริษัท ACA ของเขาคว้าสัมปทานเส้นทางการบินระหว่างรัฐฟลอริดาไปยังคิวบา

เมื่อได้ใบอนุญาต สิ่งที่ทริปเป้ต้องการเครื่องบินและนักบินที่มีความพร้อมสำหรับงานนี้ เขาจึงเข้าซื้อกิจการของ American International Airways ซึ่งเป็นสายการบินเช่าเหมาลำขนาดเล็กของสองอดีตนักบินกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการนำเครื่องบินทะเล (Sea Plane) บินจากคีย์เวสต์ไปยังฮาวานา
เส้นทางดังกล่าวได้รับความนิยมมากจนทริปเป้ต้องการขยายเส้นทางบินไปยังส่วนอื่นของแถบละตินอเมริกา เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นทริปเป้ได้อาศัยความสนิทชิดเชื้อกับบรรดานายทุนและนักการเมืองระดับชาติ เปิดการเจรจาโดยตรงต่อรัฐบาลท้องถิ่นในอเมริกาใต้ จนสามารถทำให้สายการบินของเขาค่อยๆ สร้างเครือข่ายเส้นทางไปยังอเมริกากลางและอเมริกาใต้ได้สำเร็จ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1920 และต้นทศวรรษที่ 1930 จึงกลายเป็นต้นกำเนิดของสายการบิน Pan American Airways หรือที่เรียกสั้นๆว่า แพนแอม (Pan Am)
ในปี 1935 ทริปเป้ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เมื่อ Pan Am เริ่มให้บริการทางอากาศข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นครั้งแรกระหว่าง ซานฟรานซิสโกกับมะนิลาผ่านเกาะฮาวายและเกาะกวม ด้วยการใช้เครื่องบินทะเลขนาดใหญ่แบบ Boeing 314 Clipper ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 74 คน ในเดือนมิถุนายน 1947 Pan Am เริ่มเที่ยวบินของสายการบินรอบโลกตามกำหนดเวลาเป็นครั้งแรก
นั่นทำให้ตลอดช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 ทริปเป้ยังคงขยายเครือข่ายของสายการบิน Pan Am อย่างต่อเนื่องโดยเปิดเส้นทางใหม่ไปยังยุโรป แอฟริกา และเอเชีย นั่นทำให้เขานอกจากถือเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมการบินเชิงพาณิชย์แล้ว ทริปเป้ยังผุดไอเดียการบริการทางการแบบ Full Service ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน อาทิ ห้องโดยสารที่มีที่นั่งสะดวกสบาย การบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ด้วยความที่ช่วงทศวรรษที่ 1930 ถึง 1940 สงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น Pan Am นอกจากมีบทบาทขนส่งผู้โดยสารแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังแนวหน้าทั้งในยุโรปและเอเชียแปซิฟิกในเวลาอันรวดเร็วด้วย
เส้นทางดังกล่าวได้รับความนิยมมากจนทริปเป้ต้องการขยายเส้นทางบินไปยังส่วนอื่นของแถบละตินอเมริกา เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นทริปเป้ได้อาศัยความสนิทชิดเชื้อกับบรรดานายทุนและนักการเมืองระดับชาติ เปิดการเจรจาโดยตรงต่อรัฐบาลท้องถิ่นในอเมริกาใต้ จนสามารถทำให้สายการบินของเขาค่อยๆ สร้างเครือข่ายเส้นทางไปยังอเมริกากลางและอเมริกาใต้ได้สำเร็จ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1920 และต้นทศวรรษที่ 1930 จึงกลายเป็นต้นกำเนิดของสายการบิน Pan American Airways หรือที่เรียกสั้นๆว่า แพนแอม (Pan Am)
ในปี 1935 ทริปเป้ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เมื่อ Pan Am เริ่มให้บริการทางอากาศข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นครั้งแรกระหว่าง ซานฟรานซิสโกกับมะนิลาผ่านเกาะฮาวายและเกาะกวม ด้วยการใช้เครื่องบินทะเลขนาดใหญ่แบบ Boeing 314 Clipper ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 74 คน ในเดือนมิถุนายน 1947 Pan Am เริ่มเที่ยวบินของสายการบินรอบโลกตามกำหนดเวลาเป็นครั้งแรก
นั่นทำให้ตลอดช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 ทริปเป้ยังคงขยายเครือข่ายของสายการบิน Pan Am อย่างต่อเนื่องโดยเปิดเส้นทางใหม่ไปยังยุโรป แอฟริกา และเอเชีย นั่นทำให้เขานอกจากถือเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมการบินเชิงพาณิชย์แล้ว ทริปเป้ยังผุดไอเดียการบริการทางการแบบ Full Service ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน อาทิ ห้องโดยสารที่มีที่นั่งสะดวกสบาย การบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ด้วยความที่ช่วงทศวรรษที่ 1930 ถึง 1940 สงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น Pan Am นอกจากมีบทบาทขนส่งผู้โดยสารแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังแนวหน้าทั้งในยุโรปและเอเชียแปซิฟิกในเวลาอันรวดเร็วด้วย

Economy Class พลิกโลกการบิน
แม้ฝันของทริปเป้ในการสร้างสายการบินเชิงพาณิชย์จะสำเร็จแล้วก็ตาม แต่วิสัยทัศน์ของเขานับว่าไร้ขีดจำกัดเหมือนกับฟากฟ้า ในเวลานั้นการเดินทางโดยเครื่องบินถูกจัดว่าเป็น "ทริปหรู" ของบรรดาคนมีฐานะที่จะเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดน ช่วงทศวรรษที่ 1950 เป็นห้วงเวลาที่เครื่องบินแบบเครื่องยนต์เจ็ตไอพ่น เริ่มมีบทบาทอุตสาหกรรมการบิน ทำให้การเดินทางในระยะทางไกลพร้อมกับผู้โดยสารจำนวนมากเป็นไปได้ ทริปเป้จึงได้ไอเดียด้วยการนำเสนอการ "แบ่งคลาส" บริการบนเครื่องบินด้วยแนวคิด Economy Class ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการบินทั่วโลกที่มอบการเดินทางอากาศในราคาย่อมเยาให้แก่ผู้คนจำนวนมาก พร้อมกับการสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ตรุ่นแรกอย่าง บินโบอิ้ง 707และ Douglas DC-8 หลายลำ มาให้บริการในเส้นทางของ Pan Am นวัตกรรมนี้ทำให้การเดินทางทางอากาศเข้าถึงได้ในวงกว้างขึ้น และช่วยทำให้ Pan Am กลายเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ครอบคลุมเส้นทางการเดินทางวิสัยทัศน์ของทริปเป้ยังไม่หมด เมื่อไม่ได้มองว่าเครื่องบินเป็นเพียงพาหนะที่นักเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งเท่านั้น ทริปเป้นับว่าเป็นนักบริหารที่สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ทางการบินในแบบที่ปัจจุบันยังไม่มีสายการบินไหนสามารถทำได้
ช่วงเช้าในวันหนึ่งของปี 1945 ระหว่างที่ทริปเป้กำลังรับประทานอาหารเช้ากับประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ ของสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว ทั้งสองคนคิดว่าวิธีหนึ่งที่จะดึงดูดนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวได้คือการเสนอโรงแรมหรูในเมืองสำคัญๆ ประกอบกับสหรัฐฯ ต้องการแผ่ขยายอิทธิพลทางการเมืองในแถบละตินอเมริกา
ทริปเป้จึงได้พยายามติดต่อเครือโรงแรม Statler Hotels ซึ่งเป็นเครือโรงแรมหรูของสหรัฐฯ ในเวลานั้น แต่ Statler Hotels กลับไม่สนใจที่จะลงทุนทำโรงแรมหรูในละตินอเมริกา ประธานาธิบดีรูสเวลต์จึงขอให้ทริปเป้ลงทุนทำโรงแรมหรูดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อให้บรรดาผู้โดยสารของสายการบินของเขาได้เข้าพัก โดยการขอให้ Pan Am พัฒนาห้องพักโรงแรมในละตินอเมริการวมทั้งหมด 5,000 ห้อง ธุรกิจโรงแรมดังกล่าวจึงเกิดขึ้นภายใต้ชื่อ InterContinental Hotels & Resorts ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ช่วงยุค 1960 ที่ระบบคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมหลายด้าน Pan Am มอบหมายให้บริษัท IBM สร้าง PANAMAC ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สายการบินใช้จองเที่ยวบินและโรงแรม ตลอดจนข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับเมือง ประเทศ สนามบิน เครื่องบิน โรงแรม และร้านอาหาร ไว้สำหรับบริการลูกค้าของสายการบิน
คอมพิวเตอร์นี้มีขนาดใหญ่มากถึงขั้นที่กินพื้นที่ถึง 4 ชั้นในอาคาร Pan Am กลางนครนิวยอร์ก ซึ่งตึกนี้ยังถือว่าเป็นอาคารสำนักงานเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้นด้วย
Pan Am ยังมีบทบาทในการสร้าง Worldport ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารที่สนามบิน John F. Kennedy ในนิวยอร์ก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงรีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถขึ้นและลงจากเครื่องโดยใช้บันไดได้โดยไม่เปียกหากมีฝนหรือหิมะ โดยออกแบบให้จมูกของเครื่องบินอยู่ภายใต้หลังคาของอาคาร ถือเป็นการสร้างอาคารผู้โดยสารที่ล้ำสมัยในยุคนั้น
ความสำเร็จของทริปเป้ไม่อยู่แค่ด้านธุรกิจการบิน เขายังเป็นผู้สนับสนุนด้านความปลอดภัยทางอากาศ ด้วยการปรับปรุงมาตรฐานและลดจำนวนอุบัติเหตุการเดินทางทางอากาศ ด้วยการที่เขาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของการก่อตั้งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งเป็นผู้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกในปัจจุบัน
บทบาทของ ฮวน ทริปเป้ จึงนับว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ต่ออุตสาหกรรมเหนือฟากฟ้าแบบไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง เขามองเห็นศักยภาพของการเดินทางทางอากาศมานานก่อนที่คนอื่นๆ
มรดกของทริปเป้ยังคงมีให้เราเห็นในทุกครั้งที่เราขึ้นเครื่องบินตั้งแต่ด้านการบิน การบริการ และความปลอดภัยทางการบินมาจนถึงยุคปัจจุบัน



