ช่องแคบฮอร์มุซอาจเปิดแต่ ‘ทุ่นระเบิด’ ยังเป็นอุปสรรค

17 มิ.ย. 2569 - 11:11

  •   จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดไว้หรือไม่

  • กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า โจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน 16 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

  • ก่อนสงครามอิหร่านเริ่มขึ้น หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ คาดว่าอิหร่านมีระเบิดชนิดต่างๆ ราว 5,000 ลูก

ช่องแคบฮอร์มุซอาจเปิดแต่ ‘ทุ่นระเบิด’ ยังเป็นอุปสรรค

ข้อตกลงให้กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้จุดประกายความหวังว่า “น้ำมันจะไหลไปทั้งสองด้าน” อย่างที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บอกเมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ซึ่งจะช่วยบรรเทาวิกฤตพลังงานที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

แต่อะไรๆ อาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้น การกลับมาเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งนั้นมีคำถามที่สำคัญคือ อิหร่านวางทุ่นระเบิดในทะเลไว้หรือไม่ แล้วถ้าวางไว้ จะค้นหาและทำลายได้เร็วแค่ไหน

จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดไว้หรือไม่ แต่ก็มีเรือหลายลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสงครามโดยที่ไม่ชนทุ่นระเบิด เดือนมีนาคม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า โจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน 16 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ แต่ผลกระทบของปฏิบัติการดังกล่าวก็ยังไม่แน่ชัด

เมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ทรัมป์บอกว่า ช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดแล้วเป็นบางส่วน” และว่า “พวกเขากำลังค้นหาทุ่นระเบิด” โดยคาดว่าทรัมป์จะขอความช่วยเหลือจากผู้นำยุโรปในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

เมื่อเดือนที่แล้ว สหราชอาณาจักรระบุว่า อาจจะส่งโดรนตรวจจับทุ่นระเบิดเข้าร่วมภารกิจร่วมกับหลายชาติเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเผยว่า  ฝรั่งเศสพร้อมส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดภายในไม่กี่วันหลังจากข้อตกลงสันติภาพได้รับการยืนยัน

ก่อนสงครามอิหร่านเริ่มขึ้น หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ คาดว่าอิหร่านมีระเบิดชนิดต่างๆ ราว 5,000 ลูก ตั้งแต่ระเบิดที่ค่อนข้างหยาบซึ่งลอยอยู่ใต้ผิวน้ำ ไปจนถึงอาวุธที่ล้ำสมัยซึ่งอยู่บนพื้นทะเลและใช้เซ็นเซอร์หลายชนิดในการค้นหาเป้าหมาย

การค้นหาทุ่นระเบิดที่อาจซ่อนอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือสหรัฐฯ ต้องค้นหาจากทางอากาศและสำรวจทะเล ทั้งจากผิวน้ำและใต้น้ำลึก

แม้ว่าทุ่นระเบิดทางทะเลจะถูกนำมาใช้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงมานานหลายร้อยปีแล้ว แต่โดรนถูกนำมาใช้เป็นมาตรการรับมือใหม่ที่มีประสิทธิภาพ กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ปลดประจำการเรือกวาดทุ่นระเบิดชั้นอเวนเจอร์ (Avenger) ส่วนใหญ่แล้ว ซึ่งเรือเหล่านี้สร้างด้วยตัวเรือไม้และไฟเบอร์กลาสที่ช่วยให้แล่นผ่านทุ่นระเบิดได้โดยไม่ทำให้ระเบิดทำงาน แล้วแทนที่ด้วยเรือโจมตีชายฝั่งตัวเรือทำจากเหล็ก ซึ่งจะอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิด และใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในการค้นหาทุ่นระเบิดแทน

สกอตต์ ซาวิตซ์ วิศวกรอาวุโสและศาสตราจารย์จาก RAND ที่ทำงานให้กองบัญชาการสงครามทุ่นระเบิดของกองทัพเรือเผยว่า “เรือโจมตีชายฝั่งมีปัญหาหลักอยู่อย่างหนึ่ง มันไม่สามารถเข้าไปในบริเวณที่มีทุ่นระเบิด”

นอกจากนี้ ยังมีความยุ่งยากจากตัวทุ่นระเบิดเอง นั่นคือ ทุ่นระเบิดทางทะเลยุคใหม่ถูกพัฒนาเป็นอาวุธไฮเทคที่ค้นหาและทำลายยากกว่าทุ่นระเบิดแบบเก่า บางทุ่นสามารถตรวจจับเสียงของอุปกรณ์กวาดทุ่นระเบิดที่อยู่รอบๆ แล้วดำลงไปใต้น้ำลึกกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โซ่ที่ผูกติดกับพื้นทะเลถูกตัดขาด ส่วนทุ่นอื่นๆ มี “เครื่องนับเรือ” ที่ตั้งค่าให้ระเบิดได้เมื่อมีเรือแล่นผ่านในบริเวณใกล้เคียงจำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อขบวนเรือได้

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กองทัพเรือนำยานพาหนะไร้คนขับหลายรูปแบบมาใช้ อาทิ เรือโดรน (drone boat) ที่ทำภารกิจช่วยนักบินจากเครื่องบินอาปาเชของสหรัฐฯ ที่ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยานพาหนบางอย่างมีบทบาทสำคัญในสงครามทุ่นระเบิด เช่น ยานผิวน้ำไร้คนขับที่สามารถกวาดทุ่นระเบิดและ Knifefish ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ดำดิ่งลงไปตรวจสอบในระยะใกล้ด้วยระบบโซนาร์

แต่สิ่งนั้นก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน

“มันยากลำบากอย่างที่คิดไว้เลยล่ะ เพราะถ้าหากทุ่นระเบิดอยู่บนพื้นทะเล คุณต้องแยกแยะมันออกจากโขดหิน เศษซากในเส้นทางเดินเรือที่แออัด และสิ่งต่างๆ ที่ถูกทิ้งลงทะเลมานานหลายสิบปีหรือหลายร้อยปี” ซาวิตซ์เผย

กองทัพเรือยังใช้โดรนใต้น้ำที่ใช้ตัวส่งสัญญาณโซนาร์แบบสแกนด้านข้างเพื่อทำแผนที่พื้นทะเล

โดยทั่วไปแล้ว นักดำน้ำของกองทัพเรือจะตั้งโปรแกรมพิกัดของตารางค้นหาลงในอุปกรณ์คล้ายตอร์ปิโดที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองที่เรียกว่า ยานใต้น้ำอัตโนมัติ แล้วจึงนำพวกมันขึ้นเรือเล็กไปวางในน้ำ จากนั้นยานเหล่านี้จะบังคับทิศทางด้วยตัวเอง รักษาระยะห่างคงที่เหนือพื้นทะเล และปล่อยคลื่นโซนาร์เพื่อค้นหาทุ่นระเบิด

หลังจากยานสำรวจถูกลากกลับขึ้นเรือหรือเรือแม่แล้ว ข้อมูลของยานจะถูกดึงเข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อนำมาประมวลผลเป็นภาพเดียว ซึ่งสามารถสแกนได้อย่างรวดเร็วเพื่อระบุวัตถุใดๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทุ่นระเบิด

หากพบวัตถุต้องสงสัย นักดำน้ำมักจะกลับไปยังจุดเดิมและตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยยานสำรวจใต้น้ำควบคุมระยะไกล (ROV) ซึ่งพวกเขาสามารถบังคับไปยังวัตถุนั้นได้โดยตรงโดยใช้กล้องวิดีโอ ROV หลายตัวมีแขนจับที่สามารถวางระเบิดลงบนวัตถุใดๆ ที่พบว่าเป็นทุ่นระเบิด

หากไม่พบวัตถุต้องสงสัย สถานการณ์ก็อาจจะซับซ้อนขึ้นไปอีก

เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดของกองทัพเรือใช้เครื่องดำน้ำพิเศษเพื่อลดเสียง ฟองอากาศ และแม้แต่สัญญาณแม่เหล็ก ดำดิ่งลงไปยังจุดที่สงสัยว่ามีทุ่นระเบิด ในความมืดมิด อุปกรณ์โซนาร์แบบพกพาช่วยให้พวกเขาระบุตำแหน่งเป้าหมาย ซึ่งพวกเขาสามารถทำลายทุ่นระเบิดและนำกลับขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวกรอง หรือวางระเบิดทำลายทุ่นระเบิดหลังจากที่พวกเขาขึ้นจากน้ำแล้ว

การดำน้ำเพื่อทำลายทุ่นระเบิดแบบ “จุดระเบิดด้วยอิทธิพลจากภายนอก” ซึ่งใช้เซ็นเซอร์แม่เหล็ก การสั่นสะเทือน ความดัน และเสียงร่วมกัน และอยู่บนพื้นทะเลรอให้เรือแล่นผ่านนั้น เป็นอันตรายที่สุด เป็นสถานการณ์เดียวที่นักดำน้ำของกองทัพสหรัฐฯ ได้รับการฝึกฝนให้ดำน้ำเพียงลำพังโดยไม่มีเชือกหรือทุ่นใดๆ ผูกติดตัว โดยคิดว่าการสูญเสียลูกเรือหนึ่งคนดีกว่าการสูญเสียสองคนหากทุ่นระเบิดระเบิด

ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดหลังสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้ระเบิดที่ดำดิ่งลงไปเหยียบทุ่นระเบิดที่จุดชนวนจากด้านล่าง ได้รับเหรียญบรอนซ์สตาร์เพื่อเป็นการเชิดชูความกล้าหาญที่ต้องเผชิญกับอันตรายร้ายแรง

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนอื่นๆ เผยว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังพิธีลงนามในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (19 มิ.ย.) สำหรับกองกำลังสหรัฐฯ กว่า 50,000 นายที่ประจำการในภารกิจอิหร่าน กองกำลังเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ

คาดว่ากองกำลังส่วนใหญ่ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำและเครื่องบินรบจำนวนมากในตะวันออกกลาง จะเตรียมพร้อมต่อไปอีกอย่างน้อยหลายวัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ประเมินว่า ข้อตกลงเบื้องต้นในการเปิดช่องแคบอิหร่านจะยังคงอยู่หรือไม่

หากเป็นเช่นนั้น กระทรวงกลาโหมน่าจะเริ่มเคลื่อนย้ายกองกำลังหลายพันนายอย่างเงียบๆ รวมถึงทหารจากกองพลทหารราบที่ 82 ของกองทัพบก หน่วยคอมมานโดปฏิบัติการพิเศษ และเรือรบของกองทัพเรือบางลำ แต่หากการสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งหรือข้อตกลงดูไม่มั่นคง กองกำลังสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อไปนานขึ้น

“เราจะทำให้แน่ใจว่ามีตัวเลือกทางทหารอยู่เสมอ” พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกับรายการ “Face the Nation” ของ CBS News เมื่อวันอาทิตย์ “แสนยานุภาพทางทหารนั้นจะคงอยู่ตราบเท่าที่จำเป็น”

Photo by - / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์