พายุนอร์อีสเตอร์กำลังพัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ตั้งแต่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐเวอร์จิเนีย รัฐนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ ไปจนถึงรัฐเมน ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคนต้องเผชิญพายุฝนกระหน่ำ น้ำท่วมชายฝั่ง และลมกระโชกแรง รวมทั้งไฟฟ้าดับ การเดินทางที่โกลาหล และการยกเลิกกิจกรรมในสนามกีฬาต่างๆ ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ไปจนถึงสัปดาห์หน้า
สำนังานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ระบุว่า พายุนอร์อีสเตอร์กำลังนำพา “น้ำท่วมชายฝั่งและสภาพชายหาดที่อันตราย ลมแรง และฝนตกหนัก” มาสู่พื้นที่ต่างๆ รวมถึงนครนิวยอร์กและบอสตันในวันเสาร์ (26 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งทั้งสองรัฐเผชิญกับน้ำท่วมชายฝั่งในบางพื้นที่ มีการพยากรณ์ว่า จะมีฝนและลมแรงตั้งแต่รัฐเวอร์จิเนียไปจนถึงรัฐเมน
พายุนอร์อีสเตอร์ยังส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามสถานะไฟฟ้า PowerOutage ระบุว่า มีครัวเรือนกว่า 100,000 หลัง ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ
สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบิน ข้อมูลจาก FlightAware ระบุว่า มีเที่ยวบินล่าช้ากว่า 2,400 เที่ยว และอีก 1,199 เที่ยวต้องระงับการขึ้นบิน เช่นเดียวกับคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬาที่ต้องยกเลิก อาทิ คอนเสิร์ตของ เอ็ด ชีแรน ที่เมืองบอสตัน
คาดว่า ปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงในคืนวันเสาร์จะซ้ำเติมเหตุน้ำท่วมตามแนวชายฝั่ง เนื่องจากระดับน้ำจะสูงขึ้น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถนนและบ้านเรือนในชุมชนชายฝั่งรัฐนิวเจอร์ซีย์อย่างเมืองเซิร์ฟซิตี้และมานาสควานต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง
“ผมขอเรียกร้องให้ชาวนิวเจอร์ซีย์ทุกคนให้ความสำคัญกับพายุลูกนี้ เฝ้าระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น”
— ไมกี แชร์ริลล์ ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์
“ขอให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ชายฝั่งทันที ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ที่ถนนจะถูกน้ำท่วมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือนและสถานประกอบการต่างๆ”
— สำนังานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ

ในนิวยอร์ก ทางการออกประกาศเตือนเรื่องกระแสลมกระโชกแรงซึ่งอาจมีความเร็วสูงถึง 86 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า จะส่งผลให้ต้นไม้และสายไฟโค่นล้มลงมา
โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนิวยอร์กกล่าวกับประชาชนผ่านทางวิดีโอว่า “หากไม่มีความจำเป็นก็ไม่ควรเดินทาง ห้ามขับรถหรือเดินลุยน้ำท่วมขัง”
ปรากฏการณ์น้ำขึ้นสูงสุดตามฤดูกาลซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วม
ไบรอัน เฮอร์ลีย์ นักอุตุนิยมวิทยาประจำศูนย์พยากรณ์อากาศเผยว่า พายุที่เคลื่อนตัวอย่างช้านี้กำลังพัดเข้ามาพร้อมกับระดับน้ำขึ้นที่สูงขึ้นและฝน ในช่วงเวลาเดียวกับที่ระดับน้ำขึ้นตามรอบเดือนพุ่งสูงที่สุดในช่วงพระจันทร์เต็มดวง และนี่ไม่ใช่แค่พระจันทร์เต็มดวงธรรมดา แต่เป็นพระจันทร์เต็มดวงที่เกิดขึ้นในช่วงวิษุวัต (equinox) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระดับน้ำขึ้นจะสูงที่สุดตามธรรมชาติ หรือที่บางครั้งเรียกว่า “คิงไทด์”
พายุขนาดใหญ่ที่ก่อตัวนอกชายฝั่งกำลังทำให้เกิดลมพัดเข้าหาฝั่ง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำขึ้นสูงยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ ลมยังทำให้มวลน้ำสะสมตัวอยู่ในลำธารและทางน้ำต่างๆ จนไม่สามารถระบายลงสู่มหาสมุทรได้ตามปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมให้สูงขึ้นไปอีก
“มวลน้ำจำนวนมหาศาลเหล่านี้อาจไม่มีทางระบายออกไปได้ ซึ่งส่งผลให้น้ำขึ้นสูงในรอบถัดไปมีระดับสูงยิ่งขึ้นไปอีก” เฮอร์ลีย์เผย “กลายเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”
นอร์อีสเตอร์คืออะไร
ระบบความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อยู่ห่างจากชายฝั่งเล็กน้อยในวันที่ 26 กันยายน มักถูกเรียกว่า “นอร์อีสเตอร์” ซึ่งเป็นพายุฤดูหนาวกำลังแรงที่ส่งผลกระทบต่อรัฐแถบมิดแอตแลนติกและนิวอิงแลนด์เป็นหลัก
นอร์อีสเตอร์นำพามาซึ่งลมตะวันออกเฉียงเหนือที่แรงพัดมาจากมหาสมุทรด้านหน้าของพายุ แม้ว่าในภาพถ่ายดาวเทียมจะดูคล้ายพายุเฮอร์ริเคน แต่ก็ไม่ใช่พายุเฮอร์ริเคน อย่างไรก็ตาม ลมกระโชกแรงอาจมีความรุนแรงเกินระดับพายุเฮอร์ริเคนได้
เมื่อพายุทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วนอกชายฝั่ง ลมจะพัดอากาศอุ่นจากเหนือน้ำทะเลแอตแลนติกเข้าสู่แผ่นดิน ในขณะที่อากาศเย็นจากอาร์กติกเคลื่อนตัวลงใต้มาทางชายฝั่งตะวันออก ความแตกต่างของอุณหภูมินี้เป็นเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงนอร์อีสเตอร์
Photo by RYAN MURPHY / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / GETTY IMAGES VIA AFP





