






PhotoStory : วิกฤตไฟป่าอินโดฯ พ่นพิษ! หลายเมืองถูก ‘หมอกควันส้ม’ แผ่ปกคลุม-ค่าฝุ่นทะลุขีดอันตราย
หมอกควันสีส้มหนาทึบแผ่เข้าปกคลุมหลายเมืองในอินโดนีเซีย ท่ามกลางมลพิษจากไฟป่าที่ยังคงก่อให้เกิดสภาพอากาศที่เป็นอันตรายขั้นวิกฤตต่อทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในพื้นที่เกาะสุมาตราและจังหวัดกาลิมันตันพุ่งทะลุเกินเกณฑ์มาตรฐานเป็นระดับ ‘อันตราย’ ถึงหลายเท่าตัว ซึ่งเป็นระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างหนัก
“ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยมลพิษจนกลายเป็นสีเหลืองเข้มอย่างเห็นได้ชัด วิกฤตหมอกควันหนาทึบส่งผลให้วิถีชีวิตของพวกเราต้องหยุดชะงักและงดกิจกรรมกลางแจ้งเกือบทั้งหมด เราต่างเฝ้ารอให้ฝนตกลงมาในเร็ววันเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์นี้ให้คลี่คลายลง”
— อดินาตา ชาวบ้านวัย 46 ปี กล่าว
ตัวการร้ายของมลพิษดังกล่าวเกิดจาก ‘ไฟป่าพรุ’ (Peatland fires) หรือไฟซอมบี้ ซึ่งเป็นไฟที่ดับยากเนื่องจากคุกรุ่นอยู่ใต้ดินและปะทุขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังปล่อยควันพิษที่หนาแน่นและรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าออกมา
ขณะที่ชนวนเหตุของวิกฤตไฟป่าส่วนใหญ่ในครั้งนี้ มาจากการที่กลุ่มเกษตรกรเชิงพาณิชย์ลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างปาล์มน้ำมัน จนส่งผลให้อินโดนีเซียต้องเผชิญกับฤดูกาลไฟป่าที่ทวีความรุนแรงและเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2015
วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียที่ลากยาวนานหลายเดือน กำลังพ่นพิษใส่สุขภาพประชาชนอย่างหนัก หลังพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจพุ่งทะลุ 270,000 รายจากพื้นที่ 7 จังหวัด จากทั้งหมด 38 จังหวัดของอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ หมอกควันพิษยังแผ่ลามข้ามพรมแดนกระทบคุณภาพอากาศในสิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต และมาเลเซีย ซึ่งในมาเลเซียมีความรุนแรงถึงขั้นที่โรงเรียนบางแห่งต้องประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราวแล้ว
“ไฟป่าอินโดนีเซียพ่นพิษทำสถิติปล่อยมลพิษสูงที่สุดในโลกติดต่อกันนานนับเดือน โดยมี ‘ปรากฏการณ์เอลนีโญ’ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ซ้ำเติมให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งจัด จนยอดการปล่อยควันพิษพุ่งกระฉูดทุบสถิติโลก”
— ศูนย์เฝ้าประสานการปล่อยมลพิษจากไฟป่า (Fire Emissions Watch) ระบุ











