PhotoStory-ชายคนหนึ่งกำลังพยายามตักดินโคลนออกจากบ้านของเขาหลังเกิดเหตุอุทกภัย ในย่านซาน การ์ลอส เด อะโปกินโด (San Carlos de Apoquindo) เขตลัส กอนเดส (Las Condes) กรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นสภาพท้องถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลนและซากปรักหักพัง หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by Rodrigo ARANGUA / AFP)
PhotoStory-เจ้าหน้าที่ตำรวจชิลียืนปฏิบัติหน้าที่อยู่บนท้องถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลน หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-ชาวเมืองกำลังช่วยกันตักดินโคลนและเก็บเศษซากความเสียหายออกจากรถยนต์ที่พังยับเยินจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-เจ้าหน้าที่ตำรวจชิลีกำลังเข้าตรวจสอบรถยนต์คันหนึ่งที่ถูกกระแสน้ำและดินโคลนถล่มพัดพามา ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-ชายคนหนึ่งกำลังอุ้มสุนัขลุยฝ่ากระแสน้ำท่วมขังบนท้องถนน หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-   ประชาชนในพื้นที่ต่างพากันอพยพ เคลื่อนย้ายสิ่งของ หลังเกิดเหตุอุทกภัย ณ ย่านซาน การ์ลอส เด อะโปกินโด (San Carlos de Apoquindo) เขตลัส กอนเดส (Las Condes) กรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-   รถยนต์คันหนึ่งจอดจมอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและดินโคลนหนาทึบอยู่ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)

Photo Story : ชิลีอ่วม! เจอเอลนีโญเล่นงานหนัก ทั้งฝนกระหน่ำ-น้ำท่วม-โคลนถล่มครั้งใหญ่ ซัดรถลอยไปตามถนน

10 ต.ค. 2569 - 17:08

  • ภัยพิบัติฝนตกหนักสะสมสะเทือนกรุงซานติอาโก เมืองหลวงของชิลีและพื้นที่โดยรอบอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ที่ผ่านมา

  • ฝนตกหนักดังกล่าวทำให้เกิดดินโคลนถล่มรุนแรงพัดพารถยนต์ไหลหลากไปตามท้องถนน บ้านเรือนจมบาดาล จนประชาชนต้องอพยพหนีตายอย่างเร่งด่วน มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 6 ราย

  • วิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการก่อตัวที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño)

PhotoStory-ชายคนหนึ่งกำลังพยายามตักดินโคลนออกจากบ้านของเขาหลังเกิดเหตุอุทกภัย ในย่านซาน การ์ลอส เด อะโปกินโด (San Carlos de Apoquindo) เขตลัส กอนเดส (Las Condes) กรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
ชายคนหนึ่งกำลังพยายามตักดินโคลนออกจากบ้านของเขาหลังเกิดเหตุอุทกภัย ในย่านซาน การ์ลอส เด อะโปกินโด (San Carlos de Apoquindo) เขตลัส กอนเดส (Las Condes) กรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นสภาพท้องถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลนและซากปรักหักพัง หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by Rodrigo ARANGUA / AFP)
ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นสภาพท้องถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลนและซากปรักหักพัง หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by Rodrigo ARANGUA / AFP)
PhotoStory-เจ้าหน้าที่ตำรวจชิลียืนปฏิบัติหน้าที่อยู่บนท้องถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลน หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
เจ้าหน้าที่ตำรวจชิลียืนปฏิบัติหน้าที่อยู่บนท้องถนนที่ถูกปกคลุมไปด้วยดินโคลน หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-ชาวเมืองกำลังช่วยกันตักดินโคลนและเก็บเศษซากความเสียหายออกจากรถยนต์ที่พังยับเยินจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
ชาวเมืองกำลังช่วยกันตักดินโคลนและเก็บเศษซากความเสียหายออกจากรถยนต์ที่พังยับเยินจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-เจ้าหน้าที่ตำรวจชิลีกำลังเข้าตรวจสอบรถยนต์คันหนึ่งที่ถูกกระแสน้ำและดินโคลนถล่มพัดพามา ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
เจ้าหน้าที่ตำรวจชิลีกำลังเข้าตรวจสอบรถยนต์คันหนึ่งที่ถูกกระแสน้ำและดินโคลนถล่มพัดพามา ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-ชายคนหนึ่งกำลังอุ้มสุนัขลุยฝ่ากระแสน้ำท่วมขังบนท้องถนน หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
ชายคนหนึ่งกำลังอุ้มสุนัขลุยฝ่ากระแสน้ำท่วมขังบนท้องถนน หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-   ประชาชนในพื้นที่ต่างพากันอพยพ เคลื่อนย้ายสิ่งของ หลังเกิดเหตุอุทกภัย ณ ย่านซาน การ์ลอส เด อะโปกินโด (San Carlos de Apoquindo) เขตลัส กอนเดส (Las Condes) กรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
ประชาชนในพื้นที่ต่างพากันอพยพ เคลื่อนย้ายสิ่งของ หลังเกิดเหตุอุทกภัย ณ ย่านซาน การ์ลอส เด อะโปกินโด (San Carlos de Apoquindo) เขตลัส กอนเดส (Las Condes) กรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
PhotoStory-   รถยนต์คันหนึ่งจอดจมอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและดินโคลนหนาทึบอยู่ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)
รถยนต์คันหนึ่งจอดจมอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและดินโคลนหนาทึบอยู่ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ในเขตลัส กอนเดส (Las Condes) ของกรุงซานติอาโก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 (Photo by RODRIGO ARANGUA / AFP)

Photo Story : ชิลีอ่วม! เจอเอลนีโญเล่นงานหนัก ทั้งฝนกระหน่ำ-น้ำท่วม-โคลนถล่มครั้งใหญ่ ซัดรถลอยไปตามถนน   

ภัยพิบัติฝนตกหนักสะสมสะเทือนกรุงซานติอาโก เมืองหลวงของชิลีและพื้นที่โดยรอบอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดดินโคลนถล่มรุนแรงพัดพารถยนต์ไหลหลากไปตามท้องถนน บ้านเรือนจมบาดาล จนประชาชนต้องอพยพหนีตายอย่างเร่งด่วน มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 6 ราย 

ประธานาธิบดีโฮเซ อันโตนิโอ คาสต์ ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในย่านลัส กอนเดส ซึ่งเป็นชุมชนชานเมืองอันมั่งคั่งทางตะวันออกของกรุงซานติอาโกทันที เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานรัฐได้รับอำนาจพิเศษในการเข้าควบคุมและรับมือสถานการณ์ หลังจากมวลน้ำป่าได้เปลี่ยนถนนสายหลักหลายสายให้กลายเป็นธารน้ำเชี่ยว ตัดขาดการสัญจรอย่างสิ้นเชิง 

ขณะที่ กาตาลินา ซาน มาร์ติน นายกเทศมนตรีประจำเขตดังกล่าว เปิดเผยตัวเลขอย่างน่าตกใจว่า “ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 14.4 เซนติเมตร (5.7 นิ้ว) ซึ่งพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของเดือนตุลาคมถึง 9 เท่า ส่งผลให้ชั้นดินในพื้นที่อิ่มตัวด้วยน้ำจนถึงขีดสุด และไม่สามารถรองรับน้ำได้อีกต่อไป” 

ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตล่าสุดนี้ พายุฝนที่พัดถล่มตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ก็ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายสิบหลังทั่วตอนกลางของชิลีไปก่อนแล้ว ทั้งยังตัดขาดกระแสไฟฟ้าส่งผลให้ประชาชนเกือบ 12,000 รายในกรุงซานติอาโกต้องตกอยู่ในความมืด 

วิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการก่อตัวที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) 

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าว ซึ่งทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ ได้ส่งผลกระทบให้รูปแบบของหยาดน้ำฟ้าทั่วโลกแปรปรวนปั่นป่วน และมักจะนำพาฝนมาตกชุกหนาแน่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกใต้ 

ทั้งนี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า “เอลนีโญในปีนี้มีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุดในเดือนธันวาคม และอาจทุบสถิติเป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 70 ปี นับตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์