นักวิเคราะห์ชี้ซาอุฯ ‘ตกที่นั่งลำบาก’ หลังถูกทรัมป์ปฏิเสธไร้เยื่อใยไม่ช่วยจัดการฮูตี

15 ก.ย. 2569 - 16:26

  •   กลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังในเยเมนโจมตีซาอุฯ หลายครั้ง จนกระทบกับขีดความสามารถในการส่งออกน้ำมัน

  • อดีตนักการทูตและนักวิเคราะห์ระบุว่า ซาอุฯ ได้แต่รู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลังเลที่จะจัดการกับกลุ่มฮูตี

  • กลุ่มฮูตีประกาศปิดกั้นการส่งน้ำมันของซาอุฯ ผ่านทะเลแดง และยึดพื้นที่บนเส้นทางเดินเรือสายสำคัญของโลก

นักวิเคราะห์ชี้ซาอุฯ ‘ตกที่นั่งลำบาก’ หลังถูกทรัมป์ปฏิเสธไร้เยื่อใยไม่ช่วยจัดการฮูตี

ซาอุดีอาระเบียตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ ผู้นำของราชอาณาจักรแห่งนี้กำลังประเมินทางเลือกในการตอบโต้ที่มีอยู่อย่างจำกัดลงทุกที

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังในเยเมนโจมตีซาอุฯ หลายครั้ง จนกระทบกับขีดความสามารถในการส่งออกน้ำมันและยังสร้างแรงกดดันให้เศรษฐกิจโลก แต่อดีตนักการทูตและนักวิเคราะห์ระบุว่า ซาอุฯ ได้แต่รู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลังเลที่จะจัดการกับกลุ่มฮูตี

ความพยายามทางการทูตของซาอุฯ ที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับอิหร่านก็แทบจะไม่เห็นผล การประชุมระหว่างอิหร่าน ซาอุฯ และประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียที่กำหนดไว้เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) ก็ถูกเลื่อนอย่างกะทันหันในคืนวันอาทิตย์ เนื่องจากจุดยืนยังแตกต่างกันมาก

“ขณะนี้ฝ่ายซาอุฯ กำลังรู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังอย่างมาก ในแง่หนึ่ง นี่ถือเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับพวกเขาเลยทีเดียว”

ไมเคิล แรตนีย์ อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำซาอุฯ

ปัญหาของซาอุฯ เน้นย้ำถึงต้นทุนมหาศาลที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านได้ก่อให้เกิดขึ้นทั่วตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศต่างๆ ที่ผู้นำต่อต้านสงครามหรือพยายามยุติสงครามมาแล้วหลายครั้ง

ในช่วงไม่กี่เดือนแรกของการสู้รบ ซาอุฯ แทบไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านเลย เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้ที่สงครามยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ อิหร่านกำลังสร้างอำนาจต่อรองเหนือสหรัฐฯ และซาอุฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกจนกระทั่งเกิดสงครามที่ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวหลุดไป ก็กลายเป็นเป้าหมายหลัก

เฉพาะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซาอุฯ ถูกกลุ่มฮูตีโจมตีจากทุกทิศ ทั้งทางตะวันออก ทางใต้ และทางเหนือ

ปลายเดือนสิงหาคม เรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 2 ราย วันศุกร์ที่แล้ว (11 ก.ย.) กลุ่มฮูตี ซึ่งประกาศปิดกั้นการส่งน้ำมันของซาอุฯ ผ่านทะเลแดง ก็ยึดพื้นที่บนเส้นทางเดินเรือสายสำคัญของโลก และเอาชนะกองกำลังฝ่ายพันธมิตรซาอุฯ ในเยเมนได้อย่างราบคาบ

ในวันเดียวกัน ทางการซาอุฯ ประกาศปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญ หลังถูกกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังในอิรักส่งโดรนมาโจมตี ท่อส่งน้ำมันนี้กลายเป็นเส้นทางส่งออกทางเลือกที่สำคัญสำหรับซาอุฯ ในการขนส่งน้ำมันไปยังทะเลแดง หลังอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ

ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดย Vantor แสดงให้เห็นสถานีสูบจ่ายน้ำมันแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตามแนวท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (Petroline) ของซาอุฯ ในพื้นที่อัล-เมซาบาห์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเมดินา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 หลังเหตุโจมตีและเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่สถานที่ดังกล่าวตามแนวท่อส่งน้ำมัน Photo by - / SATELLITE IMAGE ©2026 VANTOR / AFP
ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดย Vantor แสดงให้เห็นสถานีสูบจ่ายน้ำมันแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตามแนวท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก (Petroline) ของซาอุฯ ในพื้นที่อัล-เมซาบาห์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเมดินา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 หลังเหตุโจมตีและเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่สถานที่ดังกล่าวตามแนวท่อส่งน้ำมัน Photo by - / SATELLITE IMAGE ©2026 VANTOR / AFP

แรตนีย์มองว่า “เหตุผลที่ประเทศอย่างซาอุฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ก็เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในลักษณะนี้นั่นเอง”

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุฯ มีเหตุผลที่จะเชื่อมั่นในความเนหุ้นส่วนดังกล่าว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลซาอุฯ ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และใช้ต้นทุนทางการเมืองมหาศาลไปกับการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทรัมป์และครอบครัว

แต่เมื่อมกุฎราชกุมารขอให้ทรัมป์ดำเนินมาตรการทางทหารกับกลุ่มฮูตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กลับปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญของซาอุฯ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ราชอาณาจักรนี้ไม่ต้องการต่อสู้กับกลุ่มฮูตีเพียงลำพัง นั่นเป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากปฏิบัติการทางทหารก่อนหน้านี้ที่ซาอุฯ นำทัพต่อสู้กับกลุ่มนี้กลายเป็นการติดหล่มนานเป็นสิบปี

อับดุลเราะห์มาน อัล-ราเชด คอลัมนิสต์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลซาอุฯ เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ของซาอุฯ ว่า “เรื่องนี้ต้องการการสนับสนุนจากนานาชาติ ไม่ใช่เพียงแค่จากซาอุฯ และประเทศในภูมิภาคเท่านั้น”

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนทรัมป์จะไม่เต็มใจที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง

แดน ชาพิโร อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายตะวันออกกลางในกระทรวงกลาโหมสมัยรัฐบาลไบเดนมองว่า “เมื่อเผชิญกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกับอิหร่านอยู่แล้ว ประกอบกับกองทัพเรือที่รับภาระหนักเกินไปและคลังกระสุนที่ลดน้อยลง จึงไม่น่าแปลกใจที่เขา (ทรัมป์) ไม่ต้องการเปิดแนวรบใหม่นี้ แต่มันเป็นเรื่องที่สร้างความผิดหวังอย่างยิ่งให้กับซาอุฯ”

เมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย.) ทรัมป์เผยกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางเยือนไอร์แลนด์ว่า กลุ่มฮูตี “โทรหาพวกเราและพวกเขาไม่ต้องการสู้รบกับพวกเรา” และว่า “มีอยู่ประเทศเดียวที่พวกเขาไม่ค่อยพอใจนัก และเราจะจัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อย” ซึ่งหมายถึงซาอุฯ

โมฮัมเหม็ด อัล-บูไคติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮูตี ปฏิเสธว่าทางกลุ่มไม่ได้ติดต่อสหรัฐฯ “เราไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับทรัมป์ และไม่ได้ขอให้เขาไม่โจมตีเรา”

พลเรือโท จอห์น ดับเบิลยู. มิลเลอร์ อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางเผยว่า ประเด็นที่ว่า สหรัฐฯ จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเยเมนหรือไม่นั้นยังคงเป็นเรื่องที่มีการหารือกันอยู่ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองแก่ซาอุฯ ต่อไป

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ (ขวา) ทรงหารือกับประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ที่กรุงโดฮา เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2025 Photo by - / SAUDI PRESS AGENCY / AFP
เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ (ขวา) ทรงหารือกับประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ที่กรุงโดฮา เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2025 Photo by - / SAUDI PRESS AGENCY / AFP

บาร์บารา ลีฟ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศฝ่ายกิจการตะวันออกใกล้แห่งกระทรวงการต่างประเทศมองว่า ขณะนี้ซาอุฯ มีแนวโน้มที่จะหันไปใช้การทูต แม้ว่าซาอุฯ สหรัฐฯ และอิสราเอลจะทิ้งระเบิดทิ้งระเบิดใส่กลุ่มฮูตีมานานหลายปี แต่ “ไม่มีใครคิดวิธีแก้ปัญหาทางทหาร” ในการจัดการกับพวกเขา

ลีฟบอกอีกว่า ซาอุฯ อาจทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและอิหร่านเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับ “ชุดข้อตกลงที่ไม่น่าอภิรมย์นัก” สำหรับยุติสงครามกับอิหร่าน หรืออาจหันไปหาจีนเพื่อพยายามหาทางออก แต่ความพยายามทางการทูตก่อนหน้านี้ของจีนในภูมิภาคนี้ไม่ได้นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน จีนเป็นตัวกลางในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ และอิหร่านเมื่อปี 2023 ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวได้เสื่อมถอยลงนับตั้งแต่นั้นมา

นักวิเคราะห์ระบุว่า ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ซาอุฯ ไม่น่าจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ ต่อสาธารณะ แม้ว่าจะรู้สึกหงุดหงิดใจเพียงใดก็ตาม

“พวกเขาจะไม่แสดงท่าทีตีตัวออกห่าง” ลีฟบอก “แต่พวกเขาจำเป็นต้องดำเนินความพยายามทางการทูตในรูปแบบอื่นแทน”

Photo by BRENDAN SMIALOWSKI / AFP

ข่าวที่น่าสนใจ


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์