เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนอิหร่านว่าอิสราเอลมีแผนลอบสังหารทีมเจรจาสันติภาพของอิหร่าน

5 ก.ค. 2569 - 16:25

  •   การสังหารผู้นำระดับอาวุโสของอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของอิหร่านนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น

  • เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่าความพยายามใดๆ ในการลอบสังหารผู้นำอิหร่านอาจทำให้การเจรจายุติและจุดชนวนการสู้รบ

  • สำนักนายกรัฐมนตรีของ เบนจามิน เนทันยาฮู ชี้แจงกับ The New York Times ว่า อิสราเอลไม่มีเจตนาโมตีเจ้าหน้าที่ทีมเจรจาของอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนอิหร่านว่าอิสราเอลมีแผนลอบสังหารทีมเจรจาสันติภาพของอิหร่าน

สำนักข่าว The New York Times รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้งอดีตและปัจจุบันว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่าอิสราเอลอาจวางแผนลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทีมเจรจาสันติภาพของอิหร่าน ระหว่างที่สหรัฐฯ กำลังเจรจาอย่างละเอียดอ่อนกับอิหร่านในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว

การสังหารผู้นำระดับอาวุโสของอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของอิหร่านนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น แต่ความกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายไปที่เจ้าหน้าที่อิหร่าน 2 คนโดยเฉพาะคือ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน พุ่งสูงขึ้นในช่วงการเจรจาหยุดยิงที่ละเอียดอ่อนซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายเผยว่า ด้วยความกังวลว่าความพยายามลอบสังหารของอิสราเอลจะทำให้ความพยายามในการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว ทำให้สหรัฐฯ ขอให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเตือนอิหร่านเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิสราเอลอาจพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองคน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยอมรับว่า ในช่วงที่สงครามตึงเครียด อาราคชีและกาลิบาฟ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง อาจตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับอิสราเอล ซึ่งตั้งใจกำจัดรัฐบาลสายแข็งของอิหร่าน แต่หลังการเจรจาเริ่มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อเดือนเมษายน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เชื่อว่าความพยายามใดๆ ในการลอบสังหารผู้นำอิหร่านอาจทำให้การเจรจายุติและจุดชนวนการสู้รบ

สงครามเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ด้วยการโจมตีของอิสราเอลที่สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ โดยอิงจากข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯ บางส่วน

ในขณะที่การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งเน้นไปที่กองทัพเรือและกองกำลังขีปนาวุธของอิหร่าน อิสราเอลกลับให้ความสำคัญกับการโจมตีผู้นำในระยะแรกของสงคราม โดยตั้งใจที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงการสังหารผู้นำที่มีแนวโน้มจะเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ มากกว่าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์หวังไว้ เช่น อาลี ลาริจานี เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติระดับสูงของอิหร่าน และคามาล คาราซี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ทั้งสองคนมีส่วนร่วมในการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อพวกเขาถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

ความคลางแคลงใจของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะลอบสังหารเจ้าหน้าที่ทีมเจรจาระดับสูงของอิหร่านทั้งสองคน แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายของสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งใกล้เคียงกันในช่วงแรกเริ่มของสงคราม แตกต่างกันอย่างสุดขั้วหลังจากนั้น และในขณะที่สหรัฐฯ ต้องการข้อตกลงสันติภาพ อิสราเอลกลับแสดงความไม่ไว้วางใจมาตั้งแต่การหยุดยิงครั้งแรกในเดือนเมษายน

เจ้าหน้าที่อิสราเอล ไม่ได้เต็มในสนับสนุนการหยุดยิงเบื้องต้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในเดือนเมษายน และประชาชนในอิสราเอลยังกังวลว่า สหรัฐฯ กำลังยุติสงครามเร็วเกินไป ทั้งยังมองว่า รัฐบาลศาสนาของอิหร่านกลับมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นแทนที่จะถูกขับออกจากอำนาจ และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านก็ยิ่งรวมอำนาจควบคุมประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

อาราคชีและกาลิบาฟเป็นแกนนำสำคัญในการเจรจากับหลายประเทศในภูมิภาคเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพที่ยั่งยืนกว่ากับสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุกรอบข้อตกลงเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซและกำหนดกรอบในการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในภายหลัง

อิสราเอลมองว่าข้อตกลงเบื้องต้นเป็นหายนะ เนื่องจากข้อตกลงนี้ไม่ได้ทำให้อิสราเอลบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนระบอบการปกครอง ทำลายกองกำลังที่เป็นตัวแทนของอิหร่าน และไม่ได้สร้างความเสียหายให้โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน เจ้าหน้าที่อิสราเอลยังกังวลว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้อิหร่านได้รับเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐคืน ซึ่งจะช่วยให้อิหร่านฟื้นฟูประเทศหลังสงครามได้รวดเร็ว โดยที่ไม่มีการจำกัดความพยายามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเข้มงวด

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับแผนลอบสังหารของอิสราเอลและการส่งคำเตือนไปยังอิหร่าน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป และว่า การเจรจาของ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ ที่กาตาร์ประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ยังบอกว่า ทรัมป์ต้องการให้การเจรจาดำเนินไปตามขั้นตอนจนสำเร็จ

หลังบทความนี้ของ The New York Times เผยแพร่ออกไป สำนักนายกรัฐมนตรีของ เบนจามิน เนทันยาฮู ชี้แจงกับ The New York Times ว่า อิสราเอลไม่มีเจตนาโมตีเจ้าหน้าที่ทีมเจรจาของอิหร่าน โดยระบุว่า “บทความล่าสุดเกี่ยวกับอิสราเอลและทีมเจรจาของอิหร่านของ The New York Times เป็นข่าวปลอมอีกเช่นเคย” และว่า “เป็นการกรุเรื่องอย่างสิ้นเชิง”

Wall Street Journal รายงานเมื่อเดือนมีนาคมว่า อาราคชีและกาลิบาฟอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายของอิสราเอล แต่ถูกลบออกชั่วคราวหลังจากสหรัฐฯ เริ่มหารือเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ตะวันออกกลางเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ทราบในขณะนั้นว่า กาลิบาฟอยู่ในรายชื่อเป้าหมายของอิสราเอลและขอให้อิสราเอลระงับไว้

เจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 รายและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า กาลิบาฟเกือบถูกสังหารในสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และอีกครั้งหนึ่งในความขัดแย้งล่าสุด ระหว่างที่อิสราเอลพุ่งเป้าไปที่การประชุมลับของเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงที่บังเกอร์ใต้ภูเขาแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่เผยว่า ทั้ง 2 กรณีนี้ กาลิบาฟถูกช่วยออกมาจากใต้ซากปรักหักพัง

โมห์เซน ซานกาเนห์ สมาชิกรัฐสภาอิหร่านเผยกับสื่อท้องถิ่นช่วงปลายเดือนเมษายนหลังการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานว่า “วันนี้กาลิบาฟและอาราคชี และสมาชิกทีมเจรจาคนอื่นๆ ยอมเสี่ยงชีวิตโดยรู้ถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง และนี่คือการเสียสละที่แท้จริง ไม่ใช่การเล่นเกมการเมือง”

ระหว่างการเจรจา อิหร่านได้ใช้มาตรการป้องกันเพื่อทำให้อิสราเอลโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ยากขึ้น

เจ้าหน้าที่เผยว่า เดิมทีกาลิบาฟจะเดินทางไปพบกับรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ของสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายน แต่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของอิหร่านกังวลว่าอิสราเอลจะใช้โอกาสนี้ลอบสังหารกาลิบาฟหรืออาราคชีเพื่อล้มการเจรจา

เจ้าหน้าที่เผยอีกว่า อิหร่านขอการรับประกันจากสหรัฐฯ ผ่านทางตัวกลางปากีสถานและกาตาร์ว่า อิสราเอลจะไม่ดำเนินการปฏิบัติการลับใดๆ ที่มุ่งเป้าไปที่คณะผู้แทนอิหร่าน

ปากีสถานส่งเครื่องบินเจ็ตขึ้นบินประกบเครื่องบินของอิหร่านที่มีเจ้าหน้าที่อิหร่านเดินทางมาด้วยกว่า 70 คนตั้งแต่ชายแดนอิหร่านจนถึงกรุงอิสลามาบัดทั้งขาไปและขากลับ แต่ระหว่างทางกลับเตหะราน ภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากอิสราเอลก็ปรากฏขึ้น

เจ้าหน้าที่ 2 รายเผยว่า กองกำลังด้านความมั่นคงของอิหร่านแจ้งเตือนเครื่องบินที่พากาลิบาฟกลับอิหร่านว่าพวกเขาได้รับข่าวกรองมาว่าอิสราเอบวางแผนโจมตีเครื่องบินลำดังกล่าว และเครื่องบินรบ 2 ลำของอิสราเอลบินเข้าน่านฟ้าอิหร่านจากชายแดนฝั่งตะวันตกใกล้กับอิรัก

มาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของกาลิบาฟซึ่งเดินทางไปบนเครื่องบินลำเดียวกับกาลิบาฟ ยืนยันเหตุการณ์นี้ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของเขา โมฮัมมาดีและเจ้าหน้าที่ 2 รายเผยว่า เครื่องบินลำดังกล่าวต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองมาแชด สนามบินของอิหร่านที่ใกล้กับชายแดนปากีสถานมากที่สุด และคณะผู้แทนอิหร่านเดินทางทางบกราว 8 ชั่วโมงเพื่อกลับไปยังเตหะราน

แต่ทีมเจรจาของอิหร่านก็ยังเดินทางไปเจรจาต่อ

ปลายเดือนพฤษภาคม กาลิบาฟและอาราคชีบินไปเจรจาที่กาตาร์ ตามด้วยที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนมิถุนายนสำหรับการพบปะแบบตัวต่อตัวกับรองประธานาธิบดีแวนซ์และทีมของสหรัฐฯ

Photo by HANDOUT / PAKISTAN'S MINISTRY OF FOREIGN AFFAIRS / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์