วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว! “เจ้าของเป็นอย่างไร หมาเป็นอย่างนั้น”

1 ธ.ค. 2567 - 07:00

  • วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว! “เจ้าของเป็นอย่างไร หมาเป็นอย่างนั้น” จริงหรือ (?) แถมยังเหมือนกันทั้งหน้าตายันนิสัย เป็นไปได้หรอ...

  • ประเด็นนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากว่าเกิดขึ้นระหว่าง ‘คน’ แต่นี่ข้ามสายพันธุ์เป็น ‘คน’ กับ ‘สุนัข’ !!!

why_dogs_and_their_owners_really_do_look_alike_SPACEBAR_Hero_712adf6578.jpg

เคยมีคำกล่าวว่า

“เจ้าของเป็นอย่างไร สุนัขก็เป็นอย่างนั้น”

วลีนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าไม่ใช่แค่ลักษณะท่าทาง หรือนิสัย แต่หน้าตาระหว่างเจ้าของกับเพื่อนขนฟูก็มีความคล้ายกันด้วย สิ่งเหล่านี้มันส่งต่อข้ามสายพันธ์ุกันได้ด้วยหรอ? มันเป็นเพราะความผูกพันระหว่างเจ้าของกับเพื่อนขนฟูหรืออย่างไร? 

ประเด็นนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากว่าเกิดขึ้นระหว่าง ‘คน’ ซึ่งมักจะพบเจอในหมู่พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท ที่อยู่ด้วยกันนานก็มักจะซึมซับติดนิสัยกันมา หน้าตาคล้ายๆ กัน พูด หรืออุทานอะไรๆ พร้อมๆ กัน แต่งานวิจัยรับรองแล้วว่า ‘เจ้าของ’ กับ ‘สุนัข’ ก็มีลักษณะคล้ายกันได้ 

เพราะความผูกพันระหว่าง ‘เจ้าของ’ กับ ‘เพื่อนขนฟู’

“อิทธิพลที่มนุษย์มีต่อสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย...แม้ว่าบุคลิกลักษณะของสุนัขประมาณ 1 ใน 3 จะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม แต่อีก 2 ใน 3 นั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกหล่อหลอมโดยเจ้าของหากว่าเพื่อนขนฟูอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขตัวเล็กๆ...นอกจากนี้ การที่มนุษย์เลี้ยงดูสุนัขมานานนับหมื่นปี ยิ่งทำให้พวกมันพร้อมที่จะมอบความไว้วางใจและผูกพันกับเจ้าของอย่างลึกซึ้ง”

— บอร์บาลา ตูร์ซาน นักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอิตเวิช โลรานด์ (ELTE) ในฮังการี ซึ่งศึกษาพฤติกรรมของสุนัข กล่าว

ตูร์ซาน เสริมว่า “...ความผูกพันที่สุนัขสร้างขึ้นนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างสุนัขกับมนุษย์ พวกมันจะมองเจ้าของเป็นทั้งแบบอย่าง เป็นที่พึ่งพิง และเชื่อใจเราอย่างสนิทใจ”

ตัวอย่างเช่น หากมีรถบรรทุกเสียงดังวิ่งผ่านมา สุนัขจะหันกลับมาสังเกตปฏิกิริยาของเจ้าของทันที หากเจ้าของทำท่าทีเฉยๆ ไม่สนใจ สุนัขก็จะเรียนรู้ที่จะเพิกเฉยต่อเสียงดังนั้นตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยยังพบว่าลักษณะนิสัยของผู้เลี้ยงส่งผลต่อพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงโดยตรง โดยเฉพาะเจ้าของที่ไม่ชอบเข้าสังคม มักจะส่งต่อความกังวลจนทำให้สุนัขของพวกเขารับรู้ได้และพลอยมีพฤติกรรมขี้อาย ตื่นกลัวคนแปลกหน้า หรือมักจะหลบซ่อนตัวอยู่หลังขาของเจ้าของมากกว่าปกติ

“จริงๆ แล้ว เรามีความคล้ายคลึงกับสุนัขของเรา มากกว่าที่จะคล้ายกับเพื่อนหรือคู่ครองของเราเองเสียอีก”

— ตูร์ซาน กล่าว

สุนัขและเจ้าของมีแนวโน้มที่จะแสดงลักษณะนิสัยที่คล้ายกันอย่างน่าทึ่ง โดยความคล้ายคลึงนี้ไม่ได้เกิดจากการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลานานจนค่อยๆ ซึมซับพฤติกรรม แต่หากว่าทั้งเจ้าของและเพื่อนขนฟูอยู่ด้วยกันนานหลายปี สายสัมพันธ์นี้จะยิ่งทวีความลึกซึ้งจนทั้งเจ้าของและเพื่อนขนฟูสามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของกันและกันได้ เช่น เพื่อนขนฟูจะสามารถรับรู้กลิ่นความเครียดของเจ้าของได้โดยตรง ซึ่งสภาวะนี้จะส่งผลต่ออารมณ์ของพวกมัน และอาจทำให้เกิดความรู้สึกเครียด หรือหดหู่ตามไปด้วย

ความสัมพันธ์ข้ามสายพันธุ์ที่น่าทึ่งนี้มีจุดเริ่มต้นมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปเมื่อราว 30,000 ปีก่อน มนุษย์เริ่มนำสุนัขมาเลี้ยงเพื่อช่วยในการล่าสัตว์ ก่อนที่เราจะค่อยๆ คัดเลือกและเพาะพันธุ์สุนัขเหล่านี้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของเรา จนกลายเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ทางอารมณ์อันแน่นแฟ้นที่ทลายกำแพงธรรมชาติระหว่างมนุษย์และเพื่อนขนฟูมาจนถึงปัจจุบัน

ในปัจจุบัน เพื่อนขนฟูเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะมีหน้าตาและพฤติกรรมที่ถอดแบบมาจากเรา จนดูคล้ายคลึงกับเรามากกว่ามนุษย์คนไหนๆ เท่านั้น แต่เพื่อนขนฟูยังพร้อมที่จะตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกของเราอยู่เสมอ และในหลายๆ ด้าน เพื่อนขนฟูยังสามารถสะท้อนตัวตนและธรรมชาติที่แท้จริงของผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่ทุกวันนี้ พวกมันจะได้รับการยกย่องให้เป็น ‘เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์’ อย่างแท้จริง

ดูเหมือนว่าเพื่อนขนฟูจะหน้าตาคล้ายเจ้าของด้วย!

why_dogs_and_their_owners_really_do_look_alike_SPACEBAR_Photo01_38911e3f88.jpg

เป็นเรื่องจริงที่คนเรามักจะเลือกเลี้ยงเพื่อนขนฟูที่มีลักษณะคล้ายคลึง หรือสะท้อนตัวตนของตัวเองออกมาในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

— ผู้เชี่ยวชาญสังเกต

สอดคล้องกับงานวิจัยของ ดร.ซาดาฮิโกะ นากาจิมะ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2009 และได้รับการศึกษาซ้ำอีกหลายครั้ง ซึ่งค้นพบว่า แนวคิดเรื่อง ‘สุนัขมีหน้าตาเหมือนเจ้าของ’ นั้นเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ โดยปัจจัยหลักอธิบายได้ด้วยทฤษฎีทางจิตวิทยา ‘Mere exposure effect’ หรือปรากฏการณ์ความคุ้นเคยสร้างความผูกพัน ที่ระบุว่าคนเรามักจะเกิดความพึงพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเพราะเห็นสิ่งนั้นบ่อยๆ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกสุนัขที่มีลักษณะใบหน้าคล้ายกับตัวเองในระดับจิตใต้สำนึก เพียงเพราะเป็นรูปลักษณ์ที่เราคุ้นชินในทุกๆ วันนั่นเอง

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มนุษย์เรามักจะพึงพอใจในสิ่งที่เราคุ้นเคย ซึ่งอาจช่วยอธิบายได้ว่า ‘ทำไมคนที่มีผมยาวจึงมักจะเลือกสุนัขที่มีหูยาวย้อย’ เป็นต้น งานวิจัยทั้งหมดนี้ต่างชี้ให้เห็นว่า สายสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งระหว่างเจ้าของกับสุนัขนั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความรู้สึก แต่ยังสะท้อนออกมาผ่านรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความคล้ายคลึงกันด้วย

ในอีกมุมหนึ่ง นักจิตวิทยาบางคนมองว่าปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของมนุษย์ในการเลือกคู่ครอง โดยการเลือกออกเดท หรือแต่งงานกับคนที่หน้าตาคล้ายกัน ซึ่งอาจเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยการันตีความเข้ากันได้ทางสายเลือด และเพิ่มโอกาสในการสืบทอดพันธุกรรมอย่างมั่นคง

ในเอกสารทางวิทยาศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า ‘การเลือกคู่ครองจากความคล้ายคลึงกัน’ (Assortative Mating) ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “คู่รักในชีวิตจริงมักจะมีลักษณะใบหน้าที่คล้ายกันมากกว่าการสุ่มจับคู่ทั่วไป”

“เรื่องนี้คล้ายคลึงกับวิธีที่มนุษย์เราใช้ในการมองหาคู่ครองของเราด้วย...สุนัขและเจ้าของมักมี ‘ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาก’…จนสามารถเทียบได้กับความสัมพันธ์ของมนุษย์หลายๆ ประการ”

— ยานา เบนเดอร์ นักวิจัยระดับปริญญาเอกในกลุ่มวิจัย ‘DogStudies’ แห่งสถาบันวิจัย ‘Max Planck Institute of Geoanthropology’ ในเยอรมนี กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์