บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดย มงคล มงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน เปิดเผยบทวิเคราะห์ DAOL Daily Strategy ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569 ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสรีบาวด์ต่อ แต่ยังคงผันผวนสูง จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลางและประเด็นราคาพลังงานโลก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกเริ่มปรากฏ หลังกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 พิจารณาระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินราว 300–400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดแรงกดดันราคาพลังงาน ขณะเดียวกัน Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับ Iran อาจยุติลงได้ในไม่ช้า ซึ่งหากสถานการณ์เป็นไปตามที่คาด ตลาดหุ้นมีโอกาสกลับมาปรับตัวขึ้น และดัชนี SET มีโอกาสปิดช่องว่าง (Gap) ที่ระดับ 1,466 จุดในระยะถัดไป
ปัจจัยในประเทศต้องจับตา
ด้านการเมืองไทย นักลงทุนติดตามการเปิดประชุมรัฐสภาในช่วง 14–15 มีนาคม เพื่อคัดเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าสู่กระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 18–19 มีนาคม และคาดว่าจะมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พร้อมแถลงนโยบายในเดือนเมษายน
นักวิเคราะห์มองว่า หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จเร็ว จะช่วยให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจถูกนำมาใช้เร็วขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย
ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยได้ออกมาตรการรับมือราคาพลังงาน เช่น
• เพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7
• ลดราคาน้ำมัน E20 และ E85
• เพิ่มการสำรองน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันจาก 1% เป็น 3%
• ตรึงราคาก๊าซ LPG จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก
เงินบาทอ่อนค่า-เงินทุนต่างชาติไหลออก
ค่าเงินบาทปิดที่ 32.06 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างวันอ่อนค่าลงไปแตะ 32.19 บาท ซึ่งถือเป็นระดับอ่อนค่ามากที่สุดในรอบกว่า 3 เดือน จากแรงกดดันของสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานที่พุ่งสูง ส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สำหรับกระแสเงินทุนต่างชาติพบว่า
• ต่างชาติ ขายสุทธิหุ้นไทย 1,776 ล้านบาท
• และ ขายสุทธิตลาดตราสารหนี้ 2,543 ล้านบาท
สงครามตะวันออกกลางกดดันราคาพลังงาน
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังคงตึงเครียด แม้อิหร่านจะมีผู้นำคนใหม่ แต่โอกาสที่จะยอมเจรจายุติสงครามยังมีไม่มาก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจมีโอกาสพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม หลังข่าวการระบายน้ำมันสำรองของ G7 ทำให้ราคาน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย โดยเช้าวันนี้ น้ำมันดิบ Brent อยู่ราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงส่งผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น
• กลุ่มที่ใช้พลังงานสูง เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรม
• กลุ่มปิโตรเคมีที่มีต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
• ขณะเดียวกันอาจเป็นบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้า แต่เป็นลบต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTT Exploration and Production
กลยุทธ์ลงทุน: เน้นเก็งกำไรระยะสั้น
DAOL แนะนำให้นักลงทุน ชะลอการลงทุนในภาพรวม เนื่องจากความเสี่ยงด้านการขาดแคลนพลังงานยังเป็นจุดเปราะบางของเศรษฐกิจโลก แต่สามารถเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับตัวลงแรงก่อนหน้า เช่น
• Siam Cement Group
• Delta Electronics (Thailand)
• Gulf Energy Development
พร้อมปรับพอร์ตการลงทุนโดย ถอด PTTEP ออก และนำ CPN กับ GULF กลับเข้าพอร์ต
พอร์ตแนะนำประกอบด้วย
• Central Pattana 10%
• Gulf Energy Development 10%
• Advanced Info Service 10%
• Kiatnakin Phatra Bank 10%
• Krung Thai Bank 10%
ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้านี้
ณ เวลา 10.00 น. (10 มี.ค. 2569) ดัชนี SET Index อยู่ที่ 1,405.52 จุด เพิ่มขึ้น 22.55 จุด (+1.63%)
• จุดสูงสุด: 1,411.11 จุด
• จุดต่ำสุด: 1,401.55 จุด
• มูลค่าการซื้อขาย: 7,477.53 ล้านบาท
• ปริมาณการซื้อขาย: 881 ล้านหุ้น
สะท้อนการรีบาวด์ของตลาด หลังแรงขายก่อนหน้า แต่ความผันผวนยังคงอยู่จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลก




