ล่มตามคาดหมาย การประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ที่มี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. เป็นประธานการประชุม เมื่อถึงเวลาเริ่มประชุมมีกรรมการเข้าประชุมเพียง 2 คน คือ นพ.สรณ และต่อพงศ์ เสลานนท์
ขณะที่กรรมการ 4 คน คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ,รศ.ดร.พิรงรอง รามสูต ,รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่ได้เข้าประชุม โดยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หน้าห้องประชุมชี้แจงเหตุผลว่า ประธานได้นัดประชุมแบบเปิดเผยสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย จากที่สำนักงาน กสทช. ได้มีบันทึกข้อความ ด่วนมาก ที่ สทช 2001.1/2415 ลงวันที่ 27 กันยายน 2566 เรียน กสทช. ทุกท่านเพื่อเชิญประชุมแล้ว โดยมิได้ระบุว่าเป็นการประชุมแบบเปิดเผยหรือจำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง ที่ผ่านมาก็ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดว่ากรณีนี้คือการประชุมแบบจำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง แต่กรรมการ กสทช. เพิ่งทราบภายหลังว่าการประชุมครั้งที่ 20/2566 ประธาน กสทช. ได้กำหนดเป็นการประชุมแบบเปิดเผย โดยรับทราบจากสื่อมวลชนและหนังสือถึงเลขานุการของกรรมการ การกำหนดการประชุมแบบเปิดเผยจึงไม่ชอบด้วยขั้นตอนตามข้อบังคับการประชุมและใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ

การกำหนดการประชุมครั้งที่ 20/2566 เป็นการประชุมแบบเปิดเผยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะวาระการประชุมส่วนใหญ่มีข้อมูลความลับทางธุรกิจของบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคล และความลับราชการ เป็นต้น ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีข้อจำกัดและเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2540 เป็นต้น การประชุมแบบแบบเปิดเผยโดยเปิดกว้างให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลดังกล่าวข้างต้นมีความเสี่ยงที่จะละเมิดกฎหมาย รวมทั้งอาจต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ถือเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต
การกำหนดให้การประชุมใดเป็นการประชุมแบบเปิดเผยต้องคำนึงถึงลักษณะและเนื้อหาสาระของวาระว่าต้องไม่มีข้อมูลที่มีข้อจำกัดในการเปิดเผย และสุ่มเสี่ยงกับการละเมิดสิทธิของบุคคลใด รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้กรรมการมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและไม่ต้องรับผิดชอบในการละเมิดที่อาจเกิดจากการแสดงความคิดเห็นที่บางครั้งกระทบกระเทือนถึงสิทธิบุคคลอื่น ดังนั้น มิใช่ทุกวาระสามารถจัดให้เป็นการประชุมแบบเปิดเผยได้ เช่น วาระการให้ความเห็นชอบผู้สมควรดำรงตำแหน่งเลขาธิการ
การเชิญบุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุมต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับวาระดังกล่าวการประชุมแบบเปิดเผยสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นวาระเฉพาะตามที่กำหนดในระเบียบการประชุม ข้อ 8 และต้องไม่ใช่วาระการประชุมแบบปกติซึ่งมีข้อมูลจำนวนมากของผู้ประกอบการ/ผู้บริโภค
แม้ประธานจะมีสิทธิกำหนดให้การประชุมครั้งใดเป็นการประชุมแบบเปิดเผยได้ แต่ก็ไม่ควรตีความตามตัวอักษร ถ้าดูระเบียบข้อให้จัดการประชุมแบบเปิดเผยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในภาพรวม กรณีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้พิการ กรณีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตามกฎหมายของคณะกรรมการ
ทั้งนี้หลังจากประธาน เปิดประชุมในเวลา 09.00 น.แล้วรอจนถึงเวลา 9.30 น. เมื่อรอบองค์ประชุมไม่ครบจึงสั่งเลื่อนการประชุม
ข่าวน่าสนใจ
นักท่องเที่ยวจีนถูกยิง ทำไทยต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์




