“ทะเลไทย” กำลังเผชิญความท้าทายทั้งจากปัญหาขยะทะเล แนวปะการังเสื่อมโทรม การลดลงของสัตว์น้ำ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกันทะเลยังคงเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นหนึ่งในระบบนิเวศธรรมชาติที่มีบทบาทสำคัญในการดูดซับคาร์บอนของโลก ด้วยเหตุนี้ “การฟื้นฟูทะเล” จึงไม่ได้เป็นเพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะชุมชนชายฝั่งที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต
“Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” พื้นที่สร้างพลังคนรุ่นใหม่ฟื้นฟูทะเลไทย
เนื่องในโอกาสที่มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดงานมหกรรมนิทรรศการด้านการอนุรักษ์ทะเล “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม-12 สิงหาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชน เยาวชน และทุกภาคส่วนได้เรียนรู้ ลงมือทำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทยอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ เข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงานฯ พร้อมด้วย นางบุษดี เจียรวนนท์ นายภัคพล งามลักษณ์ ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยฯ นางสาวณัฐพรรณ เหลืองวิริยะ และนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมถวายการต้อนรับ พร้อมนำชมบูธนิทรรศการของเครือซีพี ซึ่งนำเสนอแนวทางการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อท้องทะเลไทย
SPACEBAR พาชมไฮไลต์สำคัญของงานกับบูธนิทรรศการ “CP SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์

CP SEACOSYSTEM กับภารกิจฟื้นฟูทะเลไทย
ด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้นำเสนอเรื่องราวการทำงานผ่านแนวคิด “CP SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน” ถ่ายทอดความสำเร็จของการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่ง และสร้างความร่วมมือสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ทะเลไทยคือทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงทั้งความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับคาร์บอนของโลก ซึ่งการฟื้นฟูทะเล ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เครือซีพีจึงเดินหน้าสร้างความร่วมมือระยะยาว เชื่อมพลังชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลบนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ เพื่อส่งต่อทะเลไทยที่อุดมสมบูรณ์สู่คนรุ่นต่อไป”
— นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าว
เกือบทศวรรษ CP SEACOSYSTEM จากจุดเริ่มต้น สู่เป้าหมายฟื้นฟูทะเลไทย
นับตั้งแต่เริ่มโครงการ “ซีพีความดี ทะเลไทยยั่งยืน” ในปี 2560 เครือซีพีได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชน เดินหน้าฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าวางโครงสร้างปะการังเทียมจำนวน 7,000 โครงสร้าง ภายในปี 2573
สำหรับการดำเนินงานระยะที่ 1 ได้วางปะการังเทียมแล้ว 2,000 โครงสร้างในพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งผลการติดตามโดยนักวิชาการพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความหลากหลายของปลาเพิ่มขึ้นเป็น 49 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นปลาเศรษฐกิจถึง 30 ชนิด ขณะที่ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 39% ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูระบบนิเวศที่ดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

“ปะการังเทียมช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นกว่า 12 เท่า ทั้งในแง่ปริมาณและชนิดของสัตว์น้ำ สามารถสร้างเขตอนุรักษ์แนวปะการังโดยชุมชนได้มากกว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยธรรมชาติ แต่ยังช่วยให้ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คนในชุมชนหันมาหวงแหนและร่วมปกป้องทะเล”
— นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุถึงผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากงานวิจัย
ปัจจุบันเครือซีพีสานต่อความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินหน้าโครงการปะการังเทียม ระยะที่ 2 โดยตั้งเป้าวางโครงสร้างปะการังเทียมเพิ่มอีก 5,000 โครงสร้าง ภายในปี 2573 เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และยกระดับรายได้ของชุมชนประมงชายฝั่ง ภายใต้การประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างรอบด้าน นอกจากการฟื้นฟูระบบนิเวศแล้ว เครือซีพียังให้ความสำคัญกับการสร้างคนรุ่นใหม่ โดยเสริมสร้างศักยภาพผู้นำด้านการอนุรักษ์จำนวน 2,800 คนต่อปี เพื่อปลูกจิตสำนึกในการดูแลทะเลไทย พร้อมดำเนินการอนุรักษ์และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1,670 ล้านตัวต่อปี คืนกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ

เปิดประสบการณ์โลกใต้ทะเล ผ่าน Immersive Experience
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE” คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเรื่องราวของทะเลไทยผ่านรูปแบบ Immersive Emotional Experience ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ NEX HALL บรรยากาศจะพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกใต้ท้องทะเล ผ่านการนำเสนอด้วยแสงสีเสียงแบบ 360 องศา ถ่ายทอดทั้งความงดงามของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และความเปราะบางของระบบนิเวศที่กำลังเผชิญภัยคุกคาม

พลังแห่งความร่วมมือ
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของงานคือการถ่ายทอดพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจาก “สายใยแห่งพระปณิธาน” ที่นำเสนอเรื่องราวพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์จากสมเด็จพระพันปีหลวง สู่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ต่อเนื่องด้วยหน่วยสนองพระปณิธาน ซึ่งนำเสนอภารกิจและผลงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ในการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลไทย

ขณะที่โซนพลังสนับสนุนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รวมถ่ายทอดบทบาทความร่วมมือในการฟื้นฟูแนวปะการัง การใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของส่วนนี้คือบูธ “CP SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่โชว์แนวคิด “Upcycling for Life” สะท้อนมุมมองใหม่ว่า “ขยะ” ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็น “จุดเริ่มต้น” ของคุณค่าใหม่ได้ผ่านตัวอย่างนวัตกรรมและการต่อยอด อาทิ
- เครื่องมือประมงเก่า โครงการรับซื้อคืนอวนและเครื่องมือประมงที่หมดอายุ เพื่อนำมาแปรรูปเป็นสินค้าแฟชั่นและผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
- ซั้งยางพารา การเปลี่ยนจากวัสดุพลาสติกมาเป็นซั้งยางพารา เพื่อลดปัญหาขยะและไมโครพลาสติกในระยะยาว
- นวัตกรรมจากสาหร่าย การนำสาหร่ายเหลือทิ้งมาต่อยอดเป็นเส้นใยสิ่งทอแห่งความยั่งยืน ที่สามารถก้าวสู่เวทีแฟชั่นระดับสากล

เปลี่ยนความตระหนักรู้ สู่การลงมือทำ เพื่ออนาคตทะเลไทย
อีกไฮไลต์ของงาน คือโซนกิจกรรมและการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมผ่านเวิร์คชอป การเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อัปไซเคิลจากเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน พื้นที่ดังกล่าวนำเสนอแนวคิดการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้และขยะทะเลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ครอบครัว และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องทรัพยากรทางทะเลและธรรมชาติของไทยในอนาคต

ความร่วมมือคือคำตอบของการสร้างทะเลไทยที่ยั่งยืน
เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมเดินหน้าผสานศักยภาพของภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เป็นฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป
นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อน ESG (Environmental, Social, Governance) ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแนวคิดบนกระดาษ แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทของภาคเอกชนในการเชื่อมโยงพลังของภาครัฐ ชุมชนประมงพื้นบ้าน และคนรุ่นใหม่ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ที่บูธ CP SEACOSYSTEM ภายในงาน “Young รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE : สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม-12 สิงหาคม 2569 ณ NEX HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เข้าชมฟรี พร้อมกิจกรรมและของรางวัลมากมาย






