เซฟโซนประเทศไทย ชี้เป้า 23 ตำบลสุดสงบไร้ภัยพิบัติต่อเนื่อง 14 ปี

29 ก.ค. 2569 - 09:00

  • อยู่ไม่ไหว! ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พื้นที่เดียวในไทยที่เผชิญภัยพิบัติครบทั้ง 5 ประเภท

  • “กระบี่” ไร้เทียมทาน เซฟโซนประเทศไทยกระจุกตัวในภาคใต้ 5 จังหวัด 23 ตำบล (0.31% ทั่วประเทศ) รอดภัยพิบัติตลอด 14 ปีเต็ม

  • ถอดรหัสภูมิคุ้มกันพบความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าและโครงสร้างภูมิประเทศทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันภัย

เซฟโซนประเทศไทย ชี้เป้า 23 ตำบลสุดสงบไร้ภัยพิบัติต่อเนื่อง 14 ปี

ถอดรหัสภูมิคุ้มกันธรรมชาติ เปิดวาร์ป 23 ตำบลของประเทศไทยที่รอดพ้นภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม ค่าฝุ่น PM2.5 และแผ่นดินไหว

...รู้หรือไม่? ประเทศไทย 7,256 ตำบล แต่มีเพียง 23 ตำบล หรือคิดเป็น 0.31% เท่านั้นที่ปลอดภัยไร้มลทิน ยังรอดพ้นพิบัติภัยทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม ค่าฝุ่น PM2.5 และแผ่นดินไหว 

อ้างอิงข้อมูลทางการปกครองล่าสุดจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบรายละเอียดจำนวนตำบลในทำเนียบท้องที่ (การปกครองส่วนภูมิภาค) ประเทศไทยมีทั้งหมด 7,256 ตำบล (ไม่รวมแขวงในกรุงเทพมหานคร) 76 จังหวัด 878 อำเภอ 7,256 ตำบล 75,668 หมู่บ้าน

นิยาม “พื้นที่เซฟโซน”

และระเบียบวิธีวิเคราะห์เชิงพื้นที่

ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ทำการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Analysis) ย้อนหลัง 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2554–2568 โดยใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม บูรณาการร่วมกับฐานข้อมูลภาครัฐ ได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรธรณี และรายงานข่าวสารภัยพิบัติทั่วประเทศ

การศึกษานี้ใช้เกณฑ์การพิจารณาภัยพิบัติร้ายแรง 5 ประเภท หากตำบลใดปรากฏเหตุการณ์ภัยพิบัติอย่างน้อย 1 จุดในขอบเขต ถือว่าเคยได้รับผลกระทบ โดยทั้ง 5 ภัยพิบัติประกอบด้วย

  • ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน (ปี 2567-2568) — ข้อมูลจาก GISTDA

  • น้ำท่วม (ปี 2554-2568 / ย้อนหลัง 14 ปี) — ข้อมูลจาก GISTDA, ปภ., สื่อมวลชน

  • ภัยแล้ง (ปี 2567-2568) — ข้อมูลจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

  • ดินถล่ม (ปี 2563-2568) — ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรธรณี, ปภ.

  • แผ่นดินไหว (เฉพาะพื้นที่ที่สร้างความเสียหาย ปี 2563-2568) — ข้อมูลจาก ปภ.

แผนที่แสดงพื้นที่เผชิญภัยพิบัติในประเทศไทย ย้อนหลัง 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2554–2568
แผนที่แสดงพื้นที่เผชิญภัยพิบัติในประเทศไทย ย้อนหลัง 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2554–2568

สถิติภาพรวมประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติหนักหน่วงแค่ไหน?

จากการนำชั้นข้อมูลทั้ง 5 มาซ้อนทับกัน ระดับตำบลทั่วประเทศไทย พบสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับระดับการเผชิญภัยพิบัติย้อนหลัง 14 ปี ดังนี้

•                         เผชิญภัยพิบัติครบทั้ง 5 ประเภท (จุดเสี่ยงที่สุดในประเทศ) มีเพียง 1 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

•                         เผชิญภัยพิบัติ 4 ประเภท มีจำนวน 37 ตำบล

•                         เผชิญภัยพิบัติ 3 ประเภท มีจำนวน 496 ตำบล

•                         เผชิญภัยพิบัติ 2 ประเภท มีจำนวน 5,658 ตำบล(คิดเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศไทย)

•                         เผชิญภัยพิบัติ 1 ประเภท มีจำนวน 1,209 ตำบล

•                         ไม่เคยเผชิญภัยพิบัติเลย (พื้นที่เซฟโซน) มีเพียง 23 ตำบล หรือคิดเป็นเพียง 0.31% จากตำบลทั้งหมดทั่วประเทศไทย

พื้นที่เซฟโซนทั้ง 23 ตำบล กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ครอบคลุม 5 จังหวัด
พื้นที่เซฟโซนทั้ง 23 ตำบล กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ครอบคลุม 5 จังหวัด

เปิดวาร์ป 23 ตำบลสุดสงบ

เจาะลึกรายจังหวัดและทำเลทอง

จากการวิเคราะห์พบว่า พื้นที่เซฟโซนทั้ง 23 ตำบลนั้นกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ครอบคลุม 5 จังหวัด ดังนี้

จังหวัดกระบี่ ครองแชมป์มากที่สุด 13 ตำบล ได้แก่

  • ต.เขาต่อ, ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา
  • ต.คลองยา, ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก
  • ต.เขาพนม, ต.เหนือคลอง อ.เขาพนม
  • ต.คลองเขม้า, ต.ตลิ่งชัน, ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง
  • ต.เกาะลันตาใหญ่, ต.เกาะลันตาน้อย, ต.คลองยาง อ.เกาะลันตา
  • ต.ดินอุดม อ.ลำทับ

จังหวัดสุราษฎร์ธานี (5 ตำบล)

ต.ไทรทอง, ต.สองแพรก อ.ชัยบุรี

ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน

ต.ท่ากระดาน, ต.ย่านยาว อ.คีรีรัฐนิคม

จังหวัดนครศรีธรรมราช (2 ตำบล)

  • ต.เขาวง อ.ร่อนพิบูลย์
  • ต.นาเหลียง อ.เวียงสระ

จังหวัดพังงา (2 ตำบล)

  • ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี
  • ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า

จังหวัดระนอง (1 ตำบล)

  • ต.นาคา อ.สุขสำราญ
3_Andaman_provinces_join_forces_to_push_tourism_in_2025_targeting_revenue_of_800_billion_baht_SPACEBAR_Thumbnail_fb25cc2f51.jpg

ถอดรหัส 5 ปัจจัยวัคซีนธรรมชาติที่เงินซื้อไม่ได้

ทำไมพื้นที่เหล่านี้จึงรอดพ้นจากภัยพิบัติใหญ่ได้ตลอด 14 ปี?

คำตอบสำคัญคือ ธรรมชาติได้มอบ “วัคซีนคุ้มกัน” ผ่าน 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1 ภูมิอากาศที่สมดุล ฝนตกสม่ำเสมอ อุณหภูมิเหมาะสม ป้องกันปัญหาภัยแล้งสะสม

2 การอยู่นอกพื้นที่รับน้ำ ไม่ได้ตั้งอยู่ในทางน้ำไหลหลักหรือลุ่มน้ำสายหลัก ลดความเสี่ยงน้ำท่วมขัง

3 ภูมิประเทศที่เหมาะสม ความลาดชันพอเหมาะ ป้องกันทั้งน้ำท่วมขังและปัญหาดินถล่ม

4 ระบบนิเวศที่เข้มแข็ง มีป่าต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่าชายเลน คอยดูดซับน้ำและลดความรุนแรงของมรสุม

5 ห่างไกลแหล่งกำเนิดมลพิษ ตั้งอยู่นอกเขตอุตสาหกรรมหนาแน่นและการจราจรติดขัด ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ไม่เกินมาตรฐาน

เมืองเกษียณฝันหวานอาจไม่ใช่เซฟโซน!

เชียงใหม่-ภาคเหนือติดโพลคนอยากย้ายไปอยู่ แต่สถิติ GISTDA ฟ้องชัดเมืองยั่งยืนตัวจริงซ่อนอยู่ใน 5 จังหวัดภาคใต้

เมื่อวิเคราะห์สถิติทั้งหมด SPACEBAR ได้บทสรุปเชิงความยั่งยืนที่น่าสนใจว่า หากเรานำข้อมูลชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study ที่เผยแพร่ใน Forbes Thailand เผยว่า

กว่า 3 ใน 5 (62%) ของผู้บริโภคชาวไทยคิดเรื่องการวางแผนเกษียณบ่อยขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยใกล้เกษียณและผู้ที่มีรายได้ปานกลาง พร้อมเผย “เชียงใหม่” เป็นเมืองที่ผู้บริโภคต้องการไปใช้ชีวิตหลังเกษียณมากที่สุด (27%) ด้วยจุดเด่นจากสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดธรรมชาติและมีความเจริญในหลายด้าน ตามมาด้วยกรุงเทพฯ (15%), เชียงราย (12%), เพชรบูรณ์ (10%) และภูเก็ต (9%) ในขณะที่ 16% ยังไม่มีทำเลในใจ

ทว่า จังหวัดยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ เชียงราย หรือเพชรบูรณ์ (ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ต.หนองแจง ที่เคยเผชิญภัยพิบัติครบทั้ง 5 ด้าน) กลับต้องรับมือกับฝุ่น PM2.5 และภัยน้ำท่วม ดินถล่มซ้ำซากแทบทุกปี

ดังนั้น บทเรียนจาก 23 ตำบลเซฟโซนสะท้อนให้เราเห็นว่า “ความยั่งยืน” และ “ความปลอดภัยที่แท้จริง” ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างคอนกรีตหรือการมนุษย์สร้างขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากธรรมชาติที่ยังทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญในการเลือกที่อยู่อาศัยและการวางผังเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคต

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์