คุณค่าพลังงานสะอาด ส่งเสริมวิจัยสมุนไพรไทย
จาก ‘โซลาร์บนหลังคา’ สู่ ‘พลังงานขับเคลื่อนนวัตกรรม’
การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) กำลังมีบทบาทสนับสนุนการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านความร่วมมือระหว่าง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กับ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สนับสนุนงบประมาณ 3.6 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงหลังคาและติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้กับอาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช รวมถึงอาคารสัมมนา ภายในอุทยานฯ โดยเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

Solar Rooftop คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 69 ตันต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 3,153 ต้น พร้อมลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของอุทยานฯ ได้มากกว่า 550,000 บาทต่อปี
โดยผลลัพธ์ที่สำคัญอาจไม่ใช่เพียงตัวเลขการลดคาร์บอนหรือการประหยัดค่าไฟ หากคือการส่งเสริม ศักยภาพในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ที่สามารถต่อยอดไปสู่ภาคเศรษฐกิจได้ในระยะยาว
เมื่อพลังงานสะอาด ช่วยสนับสนุนการวิจัยนวัตกรรม
อำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลฟ์1 จำกัด และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ GULF กล่าวว่า GULF มีความมุ่งมั่นในการนำความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบ Solar Rooftop ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติในครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในภาคการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพืชสมุนไพร พืชหายาก รวมถึงเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้กลุ่มเด็กที่ความเปราะบาง ผ่านกิจกรรห้องเรียนธรรมชาติบำบัด เยียวยา และส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย

นอกจากนี้ ยังเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ GULF ในการสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพื่อเชื่อมต่อพลังงานสะอาดเข้ากับเครือข่ายทางสังคม โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ห่างไกล หรือชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแหล่งเรียนรู้และสถาบันการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้และทักษะต่างๆ ผลิตกำลังแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ GULF เข้ามาติดตั้งในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภารกิจด้านงานวิจัย และส่งต่อพลังงานดีๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านธรรมชาติวิทยาของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป”
Nature-based Innovation Lab โมเดลใหม่ของมหาวิทยาลัยสีเขียว
สำหรับมหาวิทยาลัยมหิดล การติดตั้ง Solar Rooftop ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงการประหยัดพลังงาน แต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนา ‘Nature-based Innovation Lab’
รศ.ดร.ณัฏฐนียา โตรักษา ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ กล่าวว่า อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิวทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 140 ไร่ เป็นแหล่งรวบรวมสมุนไพรที่มีคุณค่าและหายากมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 1,000 ชนิด มีพันธกิจสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศธรรมชาติอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับสุขภาวะของมนุษย์และส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy)

การเข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาอุทยานฯ สู่การเป็น ‘Nature-based Innovation Lab’ ที่ดึงดูดนักวิจัยและพันธมิตรจากหลากหลายสาขาให้เข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในการทดลองและพัฒนานวัตกรรม โดยเฉพาะในส่วนของอาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช ซึ่งเป็น One Stop Service สำหรับการวิจัยสมุนไพร ตั้งแต่การระบุชนิดพืช ตรวจสอบพันธุกรรม ไปจนถึงการผลิตสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรคเพ่อส่งต่อสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้าภาพลักษณ์องค์กรสีเขียวที่สอดรับกับทิศทางกรพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก

จากพลังงานสะอาด สู่การสนับสนุนเด็กเปราะบาง
บทบาทของ Solar Rooftop ในโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ห้องปฏิบัติการ อาคารสัมมนาซึ่งได้รับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เป็นที่ตั้งของ ‘ห้องเรียนศูนย์สมานใจ’ ภายใต้โครงการพัฒนาระบบคุ้มครองเด็กปฐมวัย ซึ่งใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูเด็กที่เผชิญภาวะ Toxic Stress หรือความเครียดเรื้อรัง รวมถึงเด็กที่มีบาดแผลทางจิตใจ ให้สามารถเรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบันมีเด็กและบุคลากรเข้าใช้พื้นที่ประมาณ 120-150 คนต่อวัน หรือราว 3,000 คนต่อเดือน
ขณะเดียวกัน การลดต้นทุนด้านพลังงานยังช่วยให้อุทยานฯ สามารถขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและแหล่งเรียนรู้ได้มากขึ้น โดยเปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติและพฤกษศาสตร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในช่วงเช้าและช่วงเย็น จากเดิมที่เก็บค่าเข้าชมตลอดทั้งวัน
ในปีที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าใช้บริการมากกว่า 100,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คุณค่าพลังงานสะอาด
ความร่วมมือระหว่าง GULF และมหาวิทยาลัยมหิดล จึงสะท้อนบทบาทใหม่ของภาคพลังงาน ที่สามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม การวิจัย การศึกษา และการพัฒนาสังคมไปพร้อมกัน





