ในยุคที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ในอดีตเป็นเพียงทางเลือก วันนี้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและที่พักซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการดำเนินงาน

ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้พัฒนา CF-Hotels (Carbon Footprint Hotels) แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อมและก๊าซเรือนกระจกสำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พัก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรได้อย่างถูกต้องตามแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และนำข้อมูลไปใช้วางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

ล่าสุด ททท. ได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม CF-Hotels Media Visit เยี่ยมชม 3 โรงแรมในกรุงเทพมหานครที่ได้รับประกาศนียบัตรด้านความยั่งยืนจาก CF-Hotels ประจำปี 2568 ได้แก่ Modena by Fraser Bangkok, Waldorf Astoria Bangkok และ Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนในภาคโรงแรมสามารถเกิดขึ้นได้จริง และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

Modena by Fraser Bangkok เมื่อความยั่งยืนเริ่มต้นจากรายละเอียดเล็กๆ
Modena by Fraser Bangkok โรงแรมระดับกลางใกล้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เลือกใช้แนวทางบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากรในชีวิตประจำวัน หนึ่งในโครงการเด่นคือ Energy Recovery System หรือระบบนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ โดยติดตั้ง “ระบบท่อดักลมเย็น” เพื่อนำความเย็นที่เกิดขึ้นจากระบบผลิตน้ำร้อนกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ โรงแรมยังติดตั้งระบบไฟส่องสว่างแบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ใช้หลอดไฟ LED และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานในหลายจุดภายในอาคาร
ในด้านอาหารและการจัดการทรัพยากร Modena by Fraser Bangkok มีการปลูกผักสวนครัวสำหรับใช้ในห้องอาหาร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งวัตถุดิบ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และสนับสนุนการบริโภคอาหารสดจากแหล่งผลิตใกล้ตัว ขณะที่ภายในห้องพักยังลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงรณรงค์ให้ผู้เข้าพักมีส่วนร่วมในการลดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัว
“สำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่ ๆ แต่เริ่มจากคนของเราในทุก ๆ วัน”
— ปิยะลักษณ์ เพ็ญคุณาพร ผู้จัดการทั่วไป Modena by Fraser Bangkok กล่าว พร้อมระบุว่าความต่อเนื่องในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรงแรมได้รับรางวัล Green Hotel และ STGs STAR ระดับ 5 ดาว

Waldorf Astoria Bangkok ลดขยะอาหาร สร้างคุณค่าคืนสู่สังคม
สำหรับ Waldorf Astoria Bangkok โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ย่านราชประสงค์ ความยั่งยืนถูกขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ Travel with Purpose ของเครือฮิลตัน ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
หนึ่งในโครงการสำคัญคือการร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประเทศไทย เพื่อนำอาหารส่วนเกินจากไลน์บุฟเฟ่ต์ไปส่งต่อให้ชุมชน โรงเรียน และผู้ด้อยโอกาส ช่วยลดปัญหา Food Waste ควบคู่กับการสร้างประโยชน์ทางสังคม โดยจนถึงปัจจุบันสามารถบริจาคอาหารส่วนเกินได้มากกว่า 12.8 ตัน หรือคิดเป็นมื้ออาหารกว่า 50,000 มื้อ

อีกหนึ่งโครงการคือการส่งมอบกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วเข้าสู่โครงการ “เก็บกล่องสร้างบ้าน” ของเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นวัสดุมุงหลังคาสำหรับผู้ประสบภัยและผู้ขาดแคลนที่อยู่อาศัย โดยที่ผ่านมาโรงแรมได้บริจาคกล่องใช้แล้วมากกว่า 90,530 กล่อง
ในด้านพลังงาน โรงแรมติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมการเปิด-ปิดไฟและเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ รวมถึงเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ในพื้นที่ส่วนกลางและห้องประชุม ส่งผลให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 39% เมื่อเทียบกับปี 2567
“ความยั่งยืนไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่เป็นแนวคิดสำคัญที่อยู่ในวัฒนธรรมการทำงานของทีมงานทุกคน”
— เซบาสเตียน พิซาโน ผู้จัดการทั่วไป Waldorf Astoria Bangkok กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมผ่านระบบ LightStay ของเครือฮิลตัน ควบคู่กับการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รีฟิล และการจัดซื้อวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไข่จากระบบ Cage-Free และปลาแซลมอนจากแหล่งประมงที่ยั่งยืน

Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok ความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับสุขภาวะ
Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok รีสอร์ตใจกลางถนนวิทยุ นำเสนอแนวคิดความยั่งยืนผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ Sleep Well, Eat Well, Meet Well และ Live Well ซึ่งเชื่อมโยงการดูแลสิ่งแวดล้อมเข้ากับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของผู้เข้าพัก
ในมิติ Sleep Well ห้องพักได้รับการออกแบบภายใต้มาตรฐาน Green Globe Certification มีการใช้แสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างบานใหญ่และระเบียงส่วนตัว ช่วยลดการใช้พลังงานภายในอาคาร

ด้าน Eat Well รีสอร์ตให้ความสำคัญกับเมนูเพื่อสุขภาพและเมนู Plant-based โดยร่วมมือกับ Humane Society International พร้อมใช้แพลตฟอร์ม Klimato ในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหาร รวมถึงสนับสนุนการจัดซื้อวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในประเทศ เช่น ผัก ผลไม้ และข้าวจากโครงการเกษตรอินทรีย์ สนามบินสุโขทัย
สำหรับ Meet Well ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED และ ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) โดยออกแบบให้ใช้แสงธรรมชาติ ติดตั้งโซลาร์เซลล์และระบบไฟ LED รวมถึงเลือกใช้พรมอัปไซเคิลที่ผลิตจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิลกว่า 202,850 ขวด ขณะที่สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำช่วยลดการใช้น้ำได้ถึง 45%
ส่วนในมิติ Live Well รีสอร์ตลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็นด้วยเทคโนโลยี Magnetic Bearing Oil-Free Chiller ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 60,000 หน่วยต่อเดือน พร้อมพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่ช่วยประหยัดน้ำได้รวม 3,763 ลูกบาศก์เมตรในปี 2568
ด้านการจัดการของเสีย รีสอร์ตร่วมมือกับ Corsair International ประเทศไทย นำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิลเพื่อผลิตเป็นน้ำมันชีวภาพได้ถึง 657 ลิตรในปี 2568 ขณะที่ขยะอาหารถูกนำเข้าสู่ระบบผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ ช่วยลดขยะอาหารได้ถึง 70% และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้ 1,416 กิโลกรัมต่อปี
การสร้างมาตรฐานใหม่ให้การท่องเที่ยวไทย
สำหรับ CF-Hotels ริเริ่มโดย ททท. ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมไทยในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนทั้งในประเทศและระดับสากล ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบที่กำลังเติบโตทั่วโลก การมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ไม่ต่างจากตัวชี้วัดด้านคุณภาพการบริการหรือผลประกอบการทางเศรษฐกิจ
กรณีศึกษาของทั้ง 3 โรงแรมสะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่สามารถออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละองค์กรได้ สิ่งสำคัญคือการมีระบบวัดผลที่ชัดเจน เพราะการลดคาร์บอนที่แท้จริง เริ่มต้นจากการรู้ว่าตนเองกำลังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด และจะลดผลกระทบนั้นลงได้อย่างไร
นั่นคือบทบาทสำคัญของ CF-Hotels ในการช่วยขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทยสู่อนาคตที่เติบโตควบคู่ไปกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว




