จับตา ดิจิทัลวอลเล็ต ทำไทยถูกมูดีส์ลดอันดับเครดิต หรือไม่!

16 เม.ย. 2567 - 06:53

  • สถาบันจัดอันดับฯ มูดีส์ จับจ้องมองไทย เดินนโยบายแจกดิจิทัลวอลเล็ต

  • เตือน หากหนี้สาธารณะเพิ่ม เศรษฐกิจอ่อนแอ การเมืองบั่นทอน รับการ Downgrade ได้เลย

  • ขณะที่ล่าสุด ให้ Rating ไทยไว้ที่ Baa1

moodys-thailand-rating-baa1-downgrade-digital-wallet-SPACEBAR-Hero.jpg

อันดับความน่าเชื่อถือ สำคัญต่อประเทศและการลงทุน เป็นเรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปัจจุบันอันดับของประเทศไทย อยู่ที่ Baa1 ถือว่า เป็นอันดับที่รองรับความผันผวน และการเปลี่ยนแปลงของประเทศได้กว้างพอสมควร เป็นอันดับที่ได้มาเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เศรษฐกิจไทย ยังแข็งแกร่ง! ... แต่กล่าวได้ว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด 19 ระบาด กระทั่งถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยก็โตได้น้อย ท่ามกลางหนี้สาธารณะพุ่งสูงต่อเนื่อง... เรียกว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจแตกต่างจากอดีตที่ได้อันดับนี้มามากพอสมควร แล้วไทยจะยังคงอันดับนี้ ได้อีกยาวนานแค่ไหน เป็นเรื่องน่าจับตา โดยเฉพาะนโยบายที่ไทย กำลังเดินหน้า ที่ต้องจับตากันว่า จะเป็นการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มให้ประเทศหรือไม่?

โดยไม่เพียงในประเทศเท่านั้น ที่มองเรื่องการ ‘ก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม’ เพราะตอนนี้ Moody’s Investors Service สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อชั้นนำของโลก ก็จับจ้องมองประเด็นเดียวกันนี้มาด้วย พร้อมประกาศเมื่อก่อนเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย (11 เมษายน 2567) ที่ผ่านมา ถึงอันดับเครดิตของไทย ว่ายัง ‘คง’ ให้อันดับความน่าเชื่อถือของไทย (Sovereign Credit Rating) ไว้ที่ Baa1 (หรือเทียบเท่า BBB+) และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)

เหตุผลการคงอันดับเครดิตเรตติ้งไทย 

▪ รัฐบาลไทยคาดว่าจะรักษาเสถียรภาพของภาระหนี้ (Stabilize Debt Burden) ได้ในระยะปานกลาง
▪ ตลาดทุนในประเทศยังเอื้อให้รัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินได้ในอัตราต้นทุนต่ำ
▪ รัฐบาลไทยมีโครงสร้างหนี้ (Debt Structure) ที่ดี ซึ่งช่วยสนับสนุนความสามารถในการชำระหนี้
▪ ไทยมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย อีกทั้งมีนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิผล

จับตาความเสี่ยง ฉุดไทยถูกดาวน์เกรดเรตติ้ง

อย่างไรก็ตาม Moody’s เตือนว่า เครดิตเรตติ้งไทยยังเผชิญแรงกดดันเชิงลบอย่างมากจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
▪ ความล่าช้าในการมุ่งเข้าสู่สมดุลทางการคลัง (Fiscal Consolidation) ส่งผลให้ภาระหนี้รัฐบาล (Government Debt) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะกลาง
▪ ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศไทยอาจอ่อนแอลงเกินคาด เนื่องจากศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Economy's Potential) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และต้นทุนทางการเงินที่อาจสูงเกินคาดจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
▪ อัตราการเติบโตตามศักยภาพ (Growth Potential) ที่อ่อนแอลง เป็นผลมาจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วขึ้น ท่ามกลางการลงทุนที่ชะลอตัว ทำให้จำกัดศักยภาพในการเติบโตของผลผลิตในระยะสั้นถึงปานกลาง
▪ การแยกขั้วทางการเมือง (Polarisation) และความเสี่ยงทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ยังคงเป็นข้อจำกัดอันดับเครดิตสำคัญ เนื่องจากเป็นปัจจัยปิดกั้นความคืบหน้าในการปฏิรูปที่สำคัญและกระตุ้นให้เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นปัจจัยขัดขวางการลงทุนอีกที

Moody’s คาด ดิจิทัลวอลเล็ต เพิ่มหนี้ให้ไทยเกือบ 60%

Moody's ระบุอีกว่า รัฐบาลไทยยังคงดำเนินนโยบายขาดดุลการคลังต่อไป หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการขาดดุลที่กว้างขึ้นแตะ 4.4% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2568 เพื่อรองรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ส่งผลให้ Moody's คาดว่าหนี้รัฐบาลไทย (Government Debt) จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 58-59% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2568 จากระดับเพียง 33.7% ในปีงบประมาณ 2562 (ก่อนโควิด)

ในระยะกลาง Moody's คาดว่า รัฐบาลจะรักษาเสถียรภาพภาระหนี้ภายในปี 2570-2571 ได้ผ่านการกลับมาใช้นโยบายการคลังที่เข้มงวดมากขึ้น ดังที่เกิดขึ้นในรอบการเมืองครั้งก่อนๆ

Moody's คาดว่า ความสามารถในการจ่ายหนี้ของประเทศไทยจะยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีอันดับเครดิตใกล้เคียงกัน แม้ว่าไทยจะมีระดับหนี้ที่สูงกว่าในอดีตก็ตาม เนื่องมาจากภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ของรัฐบาลไทยอยู่ที่ 5.6% เท่านั้นในประเทศไทยในปี 2566 เทียบกับค่ามัธยฐานที่ 8% สำหรับประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งที่ Baa

Moody's ยังคาดว่า การจ่ายดอกเบี้ยของประเทศไทยจะยังคงอยู่ที่ประมาณ 6% ของรายได้รัฐบาลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้ หนี้ภาครัฐเกือบทั้งหมดได้รับการสนับสนุนทางการเงินในสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งช่วยปกป้องงบดุลของรัฐบาลจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอก และด้วยระยะเวลาครบกำหนดโดยเฉลี่ยที่ยาวนาน

หนทางไทย ได้อัปเกรดอันดับเรตติ้ง

ทั้งนี้ Moody's ระบุว่า อันดับเครดิตของไทยอาจจะได้รับการปรับเพิ่ม หากมีการลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity-Enhancing Investment) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวจะช่วยชดเชยการเติบโตตามศักยภาพที่ลดลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากช่องว่างด้านทักษะในปัจจุบันและจำนวนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น โดยการลงทุนดังกล่าวยังอาจเกิดจากการปฏิรูปโครงสร้าง (Structural Reforms) ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น การขยายตัวของ EEC และ/หรือการผ่อนคลายความเสี่ยงทางการเมืองอย่างถาวรด้วย

หนทางไทย ถูกดาวน์เกรดอันดับเรตติ้ง

Moody's กล่าวอีกว่า อันดับเครดิตน่าจะถูกปรับลดหากรัฐบาลไม่สามารถรักษาเสถียรภาพภาระหนี้ภาครัฐในระยะกลางได้ ซึ่งอาจมาจากความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรัดเข็มขัดทางการคลัง (Fiscal Consolidation) ในระยะกลางอ่อนแอลง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์