สหรัฐ-จีนเปิดโต๊ะเจรจา 8 ชั่วโมงที่นิวยอร์ก ดัน 'AI Dialogue' นำร่องก่อนซัมมิตทรัมป์-สี
เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีนนั่งโต๊ะเจรจานานกว่า 8 ชั่วโมงที่สำนักงานใหญ่ของ JPMorgan Chase ในนิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสร้างช่องทางสื่อสารด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างสองประเทศ พร้อมเตรียมพื้นที่สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-จีนที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีนี้
เบสเซนต์ชูความสำเร็จ เสนอกลไกแจ้งเตือน AI
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ แถลงต่อสื่อมวลชนหลังการเจรจาสิ้นสุดว่า การพูดคุยครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดี โดยครอบคลุมประเด็นด้านการค้าและ AI ฝ่ายสหรัฐเสนอจัดตั้ง 'US-China AI Dialogue' ซึ่งเป็นกลไกแจ้งเตือนร่วมระหว่างสองประเทศ สำหรับเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายตกลงนัดพบกันอีกครั้งในอนาคต
การเจรจาครั้งนี้มีผู้แทนการค้าสหรัฐ เจมีสัน กรีร์ ร่วมโต๊ะด้วย ขณะที่ฝ่ายจีนนำโดยรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง พร้อมด้วยผู้แทนการค้าระหว่างประเทศระดับสูงคนใหม่ หลี่ เฉิงกัง อย่างไรก็ตาม คณะผู้แทนจีนไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
ขยายผลลดภาษีสินค้า 'ไม่อ่อนไหว'
กรีร์ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาระบุสินค้าที่เรียกว่า 'ไม่อ่อนไหว' ซึ่งสามารถลดภาษีหรือแยกออกจากมาตรการกีดกันทางการค้าได้ในอนาคต โดยสินค้าดังกล่าวอาจรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีน และพลังงาน สินค้าเกษตร รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์จากฝั่งสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการไหลของแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญที่อุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐพึ่งพา
นักวิเคราะห์ชี้ความคาดหวังซัมมิตอยู่ในระดับต่ำ
อดีตรองรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เคิร์ต แคมป์เบลล์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน The Asia Group วิเคราะห์ว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่คาดหวังได้จากการพบกันครั้งนี้คือการสงบศึกทางการค้าที่ยืดต่อออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ พร้อมคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจประกาศแผนพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อีกสองครั้ง ได้แก่ การประชุม APEC ในเดือนพฤศจิกายนที่เมืองเซินเจิ้น และการประชุม G20 ในเดือนธันวาคมที่รีสอร์ท Doral เมืองไมอามี






