‘เขื่อนเจ้าพระยา’ เพิ่มการระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพฯ รับมือน้ำขึ้นสูง 1.5 เมตร

21 ก.ย. 2569 - 13:25

  • เขื่อนเจ้าพระยา ทยอยเพิ่มการระบายน้ำจาก 990 เป็น 1,200 ลบ.ม./วินาที ภายในวันนี้

  • น้ำท้ายเขื่อนอาจเพิ่มขึ้นอีก 0.50–1.50 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ

  • ออกหนังสือเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา รวมกรุงเทพฯ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

‘เขื่อนเจ้าพระยา’ เพิ่มการระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพฯ รับมือน้ำขึ้นสูง 1.5 เมตร

น้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องเร่งระบาย

กรมชลประทานแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังช่วงวันที่ 19–20 กันยายน มีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะ จังหวัดแพร่ เชียงราย กำแพงเพชร และสุโขทัย มากกว่า 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าในลำน้ำสายต่างๆ เพิ่มขึ้น ก่อนจะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างและมารวมกันบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กรมชลประทานต้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนและรองรับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ล่าสุด 21 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,377 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระบายน้ำอยู่ที่ 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทยอยเพิ่มระบายแตะ 1,200 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทานจะทยอยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. วันที่ 21 กันยายน จากอัตรา 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มขึ้นประมาณชั่วโมงละ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในเวลา 17.00 น. ก่อนคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง

การระบายในระดับ 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการเตรียมพื้นที่รองรับน้ำหลากจากตอนบน พร้อมควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนให้เหมาะสมกับสถานการณ์

จากการคาดการณ์ของกรมชลประทาน ในช่วง 1–9 วันข้างหน้า วันที่ 29 กันยายน ที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ อาจมีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400–1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 150–200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 1,550–1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

พื้นที่ไหนต้องจับตา?

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือพื้นที่ ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่

  • อำเภอเสนา
  • อำเภอผักไห่
  • อำเภอบางบาล
  • อำเภอพระนครศรีอยุธยา
  • อำเภอบางปะอิน
  • อำเภอบางไทร

กรมชลประทานประเมินว่า หากระบายน้ำท้ายเขื่อนในอัตรา 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำบริเวณดังกล่าวอาจ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.50–1.50 เมตร

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำตามการประเมินดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ แต่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อน ควรเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น

chai-nat-chao-phraya-dam-increase-water-release-11-provinces-flood-warning-2.jpg

11 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา

กรมชลประทานได้แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 11 จังหวัด ได้แก่

อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่อาศัยอยู่ริม แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

จับตา “น้ำเหนือ” ต่อจากนี้

กรมชลประทานได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งติดตามทั้ง ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ปริมาณฝน ปริมาณน้ำท่า และระดับน้ำตามสถานีตรวจวัดต่างๆ พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์

หากปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นจนทำให้มีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานระบุว่าจะเร่งแจ้งข้อมูลและแนวทางรับมือให้ประชาชนทราบต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำดังกล่าว กรมชลประทาน จึงขอแจ้งเตือนพื้นที่ 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์