วิจัยพบประโยชน์ใหม่ใน ‘กิมจิ’ มีส่วนช่วยดักจับนาโนพลาสติก

2 ก.ค. 2569 - 15:53

  • จากซูเปอร์ฟู้ดแห่งปี สู่ผลงานวิจัยล่าสุดที่อาจเปลี่ยนบทบาทของกิมจิไปอีกขั้น

  • โพรไบโอติกจากกิมจิถูกพบว่ามีศักยภาพในการดักจับนาโนพลาสติกในการทดลอง

  • ความหวังใหม่ของวงการวิจัย แต่ยังต้องรอการพิสูจน์ทางคลินิกในมนุษย์

วิจัยพบประโยชน์ใหม่ใน ‘กิมจิ’ มีส่วนช่วยดักจับนาโนพลาสติก

ถ้าเราลองให้อาหารทำเรซูเม่ “กิมจิ” คงเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่ HR วงการโภชนาการอยากเรียกสัมภาษณ์งานมากที่สุด เพราะถ้าเราลองเปิดโปรไฟล์อาหารหมักดองสัญชาติเกาหลีอย่าง “กิมจิ” ดูเราจะพบว่า 

ปี 2023 “กิมจิ”  ได้รับการโหวตจากนักโภชนาการและนักกำหนดอาหารกว่า 750 คน ให้เป็น Superfood อันดับ 1 จากการสำรวจของ Today's Dietitian และ Pollock Communications เพราะเป็นอาหารหมักที่อุดมด้วยโพรไบโอติกและเหมาะกับแนวทางการกินแบบเน้นพืช (plant-based) จากนั้นก็เริ่มมีผลงานวิจัยทยอยเข้ามาเหมือนคนที่ไม่เคยปล่อยให้เรซูเม่ว่าง

ตามมาด้วยงานศึกษาที่ชี้ว่า โพรไบโอติกใน “กิมจิ” และอาหารหมักอาจช่วยลดกลิ่นปาก ด้วยการยับยั้งแบคทีเรียที่สร้างสารประกอบกำมะถันระเหยง่าย ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในช่องปาก 

อีกงานวิจัยจากเกาหลีใต้ที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Open จากการศึกษาและติดตามประชากรกว่า 100,000 คน พบว่าการรับประทาน “กิมจิ” ในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน) มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคอ้วนที่ลดลงซึ่งแม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล แต่นักวิจัยก็เตือนว่าการรับประทานมากเกินไปอาจได้รับ “โซเดียมสูง” จนลดทอนประโยชน์ที่คาดหวัง

kimchi_no_more_climate_change_puts_cabbage_dish_at_risk_SPACEBAR_Thumbnail_5cb3aa7284.jpg

ผลงานล่าสุดปี 2026 ในเรซูเม่กิมจิ

ถ้าเราคิดว่าเรซูเม่ของกิมจิคงแน่นพอแล้ว ปี 2026 ก็มีผลงานใหม่เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งบรรทัด นั่นคือ“กิมจิมีส่วนช่วยดักจับนาโนพลาสติก”

ไม่ใช่เพราะผักกาดดองมีพลังวิเศษ แต่เพราะนักวิจัยจากเกาหลีใต้ค้นพบว่า แบคทีเรียโพรไบโอติกสายพันธุ์หนึ่งที่แยกได้จากกิมจิ สามารถจับอนุภาค “นาโนพลาสติก” ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการทดลอง ทั้งในห้องปฏิบัติการ สภาวะจำลองลำไส้ และสัตว์ทดลอง เปิดความเป็นไปได้ใหม่ว่าอาหารหมักอาจมีบทบาทมากกว่าการดูแลสุขภาพลำไส้ หากแต่ยังอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือรับมือกับมลพิษพลาสติกที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์

เรื่องไม่ได้เริ่มจากอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ หรือโพสต์ไวรัลในโซเชียล หากมาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Bioresource Technology ซึ่งนักวิจัยเกาหลีใต้ศึกษาความสามารถของแบคทีเรียที่อยู่ในกิมจิในการจับ “นาโนพลาสติก” ที่ปะปนอยู่ในระบบทางเดินอาหาร

...พระเอกของเรื่องไม่ใช่กิมจิ แต่เป็น “แบคทีเรีย”

หลายครั้งที่เห็นข่าวพาดหัวขัดใจว่า “กินกิมจิช่วยกำจัดไมโครพลาสติก”

ฟังดูเหมือนผักกาดดองกำลังทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศให้ลำไส้ แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะพระเอกตัวจริงของงานวิจัยคือ Leuconostoc mesenteroides CBA3656 ซึ่งเป็นแบคทีเรียกรดแลกติกสายพันธุ์หนึ่งที่แยกได้จากกิมจิ

เมื่อนักวิจัยนำมันไปเจอกับนาโนพลาสติกชนิดโพลิสไตรีน ผลคือมันสามารถ “เกาะ”(biosorption) หรือดักจับอนุภาคเหล่านี้ได้สูงถึงประมาณ 87% ในการทดลองภายใต้สภาวะที่เหมาะสม

122_three_servings_kimchi_per_day_may_lower_obesity_risk_SPACEBAR_Thumbnail_fe1830e179.jpg

จากหลอดทดลอง...สู่ลำไส้ของหนู

นักวิจัยยังไม่หยุดแค่หลอดทดลอง พวกเขาจำลองของเหลวในลำไส้มนุษย์ พบว่าแบคทีเรียยังทำงานได้ แม้ประสิทธิภาพจะลดลง ก่อนจะทดลองในหนูปลอดเชื้อ ผลคือหนูที่ได้รับแบคทีเรียจากกิมจิ ขับนาโนพลาสติกออกทางอุจจาระมากกว่ากลุ่มควบคุมกว่า 2 เท่า! นั่นเป็นสัญญาณว่าแบคทีเรียอาจช่วยพาพลาสติก “ผ่าน” ร่างกายออกไป แทนที่จะปล่อยให้สัมผัสผนังลำไส้นานขึ้น

ในข่าวดีก็มีข่าวร้าย... “กิมจิ” ก็เป็นเหยื่อของโลกร้อน

ความย้อนแย้งคือ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นพบคุณสมบัติใหม่ของกิมจิ อีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับกำลังคุกคามวัตถุดิบหลักของมัน เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้น ฝนที่แปรปรวน และศัตรูพืชที่รุนแรงขึ้น ทำให้พื้นที่ปลูกผักกาดขาวบนพื้นที่สูงของเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่อง

ข้อมูลของหน่วยงานรัฐเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า หากโลกร้อนยังดำเนินต่อไป พื้นที่ปลูกผักกาดขาวบนภูเขาอาจแทบหายไปภายในปลายศตวรรษนี้ นั่นหมายความว่าอาหารที่อาจช่วยรับมือผลกระทบจากพลาสติก กำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศเสียเอง

ก่อนรีบไปซื้อกิมจิ...นักวิจัยมีประโยคหนึ่งที่อยากฝากไว้ให้จำ

แม้งานวิจัยจะสร้างความหวัง แต่ผู้วิจัยไม่ได้สรุปว่า “กินกิมจิแล้วล้างไมโครพลาสติกออกจากร่างกาย” สิ่งที่พวกเขาพบคือแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งจากกิมจิสามารถดักจับนาโนพลาสติกได้ในการทดลอง และช่วยเพิ่มการขับออกในหนูทดลอง

ส่วนคำตอบว่า หากมนุษย์กินกิมจิในชีวิตประจำวันจะได้ผลแบบเดียวกันหรือไม่?

วงการวิทยาศาสตร์ยังตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่ตอบได้แน่ๆ คือต่อให้วันหนึ่งโพรไบโอติกจะช่วยลดภาระนาโนพลาสติกในร่างกายได้จริง มันก็ไม่มีทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้

เพราะสุดท้ายแล้ว วิธีรับมือมลพิษพลาสติกที่ดีที่สุด ก็ยังคงเป็นการลดการผลิต ลดการใช้ และหยุดปล่อยพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อมตั้งแต่แรก มากกว่าจะหวังให้ลำไส้ของเราต้องทำงานเป็น “โรงงานรีไซเคิล” แห่งสุดท้ายของโลก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์