กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจซ้ำคุณภาพน้ำคลองรังสิต 4 จุด ไม่พบโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่าย ค่า DO บางจุดต่ำกว่าเกณฑ์ พบก๊าซไข่เน่าส่งกลิ่นแต่ไม่อันตรายต่อสุขภาพ แนะประชาชนเลี่ยงสัมผัสโดยตรง
จากกรณีที่ประชาชนในพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์และคลองเชื่อมโยง ร้องเรียนถึงปัญหาน้ำในลำคลองมีสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน และมีฟองสีขาวลอยเป็นจำนวนมาก จนสร้างความวิตกกังวลต่อชุมชนริมน้ำ
ล่าสุด ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้สั่งการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 (สคพ.6 นนทบุรี) ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยได้ทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำและก๊าซไอระเหยครอบคลุม 4 จุดสำคัญ ได้แก่ ประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์, ประตูระบายน้ำชุมชนสุขเกษม, ประตูระบายน้ำท้ายคลองเปรมประชากร และประตูระบายน้ำท้ายคลองรังสิต

เปิดผลตรวจ 4 จุด ไม่พบสารพิษร้ายแรง แต่พบ ‘ก๊าซไข่เน่า’ ส่งกลิ่นรบกวน
จากการตรวจวัดในเบื้องต้น ผลปรากฏว่า
• ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) อยู่ระหว่าง 1.50 – 6.41 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยมีบางจุดมีค่าออกซิเจนต่ำกว่าปกติ ซึ่งหากภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในพื้นที่
• ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 6.80 – 7.10 ซึ่งยังคงเป็นไปตามมาตรฐานน้ำผิวดิน
• ค่าความเค็ม อยู่ที่ 0.2 ppt ทุกจุด
• สารพิษและโลหะหนัก ไม่พบสารหนู สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และโลหะหนักในน้ำทั้ง 4 จุดตรวจ

อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องตรวจวัดไอระเหย MultiRAE ตรวจวัดก๊าซในอากาศ พบ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide: H₂S) หรือก๊าซไข่เน่า บริเวณประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ ที่ระดับความเข้มข้น 1.5 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้กลิ่นเหม็นรบกวน ทั้งนี้ ค่าดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง ค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน

เร่งวิเคราะห์เชิงลึก คาดรู้ผลต้นตอมลพิษใน 5 วัน
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจวัดเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าน้ำในคลองปราศจากสารมลพิษทุกชนิด ดังนั้น สคพ.6 จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียด ณ ศูนย์ปฏิบัติการวิเคราะห์มลพิษและสิ่งแวดล้อม
การทดสอบเชิงลึกจะครอบคลุมหลายมิติ ได้แก่ ค่าออกซิเจนละลายน้ำ, ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์, โคลิฟอร์มแบคทีเรีย, ฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย, แอมโมเนีย, ฟอสฟอรัสทั้งหมด, ไนไตรต์-ไนเตรต, โลหะหนัก และค่าความกระด้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลยืนยันสาเหตุที่แท้จริง และนำไปกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเสียให้ตรงจุด โดยคาดว่าจะทราบผลการวิเคราะห์ภายใน 5 วันทำการ

คพ.ออกข้อแนะนำประชาชนริมน้ำ-เลี่ยงการสัมผัสโดยตรง
เพื่อความปลอดภัยทางสุขอนามัย กรมควบคุมมลพิษ ได้ออกข้อแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติดังนี้
• หลีกเลี่ยงการสัมผัส หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือลงใช้น้ำที่มีสีหรือกลิ่นผิดปกติโดยตรง
• ใส่อุปกรณ์ป้องกัน หากมีความจำเป็นต้องสัมผัสหรือลุยน้ำ ควรสวมถุงมือยางและรองเท้าบูท และต้องรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำ
• สวมหน้ากากอนามัย ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้สถานีสูบน้ำหรือประตูระบายน้ำ ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการสูดดมกลิ่นเหม็นและละอองน้ำ
• ร่วมมือลดมลพิษ งดการทิ้งขยะและลดการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะทุกประเภท
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือพบเห็นเหตุผิดปกติเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ สามารถแจ้งเหตุหรือขอคำแนะนำได้ที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 6 (นนทบุรี) โทร. 02 968 8065 หรือสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ โทร.1650






