ผลตรวจพยาธิใบไม้ตับนิสิตใหม่ 4,233 ราย จุดชนวนคำถามคุณภาพแหล่งน้ำของไทย

7 ก.ค. 2569 - 14:19

  • ผลคัดกรองนิสิตใหม่ มมส.พบผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวกกว่า 4,233 ราย ยังต้องตรวจยืนยันด้วยอุจจาระ

  • วงจรพยาธิใบไม้ตับเริ่มต้นจาก “แหล่งน้ำที่ปนเปื้อนไข่พยาธิ” ไม่ใช่แค่การกินปลาดิบ

  • การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ต้องดูแลทั้งพฤติกรรมการบริโภค สุขาภิบาล และคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ผลตรวจพยาธิใบไม้ตับนิสิตใหม่ 4,233 ราย จุดชนวนคำถามคุณภาพแหล่งน้ำของไทย

ผลคัดกรองนิสิตใหม่ จุดชนวนคำถามที่ใหญ่กว่าพฤติกรรมการกิน

ประเด็นโรคพยาธิใบไม้ตับกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ประจำปี 2569 พบผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นเป็นบวกจำนวน 4,233 คน จากผู้เข้ารับการตรวจ 12,733 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 33

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการตรวจคัดกรองด้วยปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีตรวจรูปแบบใหม่ที่ใช้คัดกรองเบื้องต้น และผู้ที่มีผลเป็นบวกยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยการตรวจหาไข่พยาธิจากอุจจาระ จึงจะสามารถยืนยันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับได้

แม้ผลตรวจจะยังอยู่ระหว่างการยืนยัน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “โรคพยาธิใบไม้ตับ” ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย และยังเปิดประเด็นที่กว้างกว่าพฤติกรรมการบริโภค เพราะเบื้องหลังของโรคนี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพแหล่งน้ำ ระบบสุขาภิบาล และการจัดการสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างใกล้ชิด

sustainability-liver-fluke-screening-water-quality-thailand-SPACEBAR-Photo02.jpg

“คุณภาพแหล่งน้ำ” คือหัวใจของปัญหา

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย อธิบายว่า การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) มีสาเหตุสำคัญจากการรับประทานปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดแบบดิบหรือปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาจ่อม ปลาร้าดิบ รวมถึงปลาปิ้งหรือปลาหมกที่ปรุงไม่สุกเพียงพอ

sustainability-liver-fluke-screening-water-quality-thailand-SPACEBAR-Photo01.jpg

แต่หากมองให้ลึกกว่าพฤติกรรมการกิน จะพบว่าจุดเริ่มต้นของวงจรโรคไม่ได้อยู่บนจานอาหาร หากเริ่มต้นตั้งแต่ “แหล่งน้ำธรรมชาติที่ปนเปื้อนไข่พยาธิ”

เมื่อผู้ติดเชื้อขับถ่ายอุจจาระลงแหล่งน้ำโดยไม่ถูกสุขลักษณะ ไข่พยาธิจะปะปนลงสู่ธรรมชาติ ก่อนเข้าไปเจริญเติบโตในหอยน้ำจืด ซึ่งเป็นโฮสต์กึ่งกลางตัวแรก จากนั้นจึงย้ายไปฝังตัวในปลาน้ำจืด และย้อนกลับเข้าสู่ร่างกายของคนเมื่อมีการรับประทานปลาแบบดิบหรือสุกๆ ดิบๆ วงจรดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คุณภาพแหล่งน้ำและระบบสุขาภิบาลของชุมชน คือหัวใจสำคัญของการควบคุมโรค

สิ่งแวดล้อมปนเปื้อน ย้อนกลับมาสู่สุขภาพของคน

พยาธิใบไม้ตับเป็นตัวอย่างของโรคที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพของมนุษย์อย่างชัดเจน เมื่อแหล่งน้ำธรรมชาติปนเปื้อนไข่พยาธิ ระบบนิเวศน้ำจืดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการแพร่โรคโดยไม่ตั้งใจ ก่อนที่เชื้อจะย้อนกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอาหาร

กรณีนี้สะท้อนแนวคิด One Health ซึ่งมองว่าสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมมีความเชื่อมโยงกัน การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียว เช่น การรณรงค์ไม่กินปลาดิบ อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่หากต้นตอของปัญหาอย่างการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและสุขาภิบาลยังไม่ได้รับการแก้ไข วงจรการแพร่เชื้อก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้

sustainability-liver-fluke-screening-water-quality-thailand-SPACEBAR-Photo03.jpg

พื้นที่เสี่ยงยังคงกระจุกตัวในภาคอีสานและภาคเหนือ

ข้อมูลด้านสาธารณสุขระบุว่า พื้นที่ที่พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากที่สุดยังคงอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารจากปลาน้ำจืดแบบดิบหรือสุกไม่ทั่วถึงสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน

สำหรับโรคพยาธิใบไม้ตับมักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่เมื่อพยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดท่อน้ำดีตีบหรืออุดตัน ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดบริเวณชายโครงขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง ตับโต ตับแข็ง และในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงของประเทศไทย

สธ.ย้ำผลตรวจยังต้องยืนยัน พร้อมคุมเข้มร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผลตรวจคัดกรองที่พบในนิสิตใหม่ มมส. เป็นผลจากการตรวจด้วยปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่ให้ผลได้รวดเร็ว แต่ยังจำเป็นต้องตรวจยืนยันด้วยการตรวจหาไข่พยาธิจากอุจจาระ เพื่อยืนยันว่ามีพยาธิใบไม้ตับอยู่ในร่างกายจริง

พร้อมกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ตรวจร้านค้าและร้านอาหารบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัย รวมทั้งเดินหน้ารณรงค์ให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ปรุงสุก หลีกเลี่ยงอาหารดิบ และเลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ

การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องตัดวงจรโรคตั้งแต่ต้นทาง

แม้การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกจะเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรค แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการควบคุมพยาธิใบไม้ตับอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาระบบสุขาภิบาล การส่งเสริมการขับถ่ายลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะ การจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสม และการดูแลคุณภาพแหล่งน้ำในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่พยาธิไหลกลับลงสู่ธรรมชาติ

กรณีการคัดกรองนิสิตใหม่ในมหาสารคามจึงไม่ใช่เพียงข่าวด้านสาธารณสุข แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเชื่อมโยงระหว่าง สุขภาพของคน คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการจัดการทรัพยากรน้ำ ที่ยังต้องได้รับการแก้ไขควบคู่กัน หากประเทศไทยต้องการลดภาระโรคพยาธิใบไม้ตับและความเสี่ยงของมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว

อ้างอิง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์