แหล่งข่าวเผย สี จิ้นผิง อาจกดดันทรัมป์ ‘ระงับ’ ขายอาวุธให้ไต้หวัน ระหว่างเยือนสหรัฐฯ พฤหัสฯ นี้

23 ก.ย. 2569 - 15:53

  • แหล่งข่าวเผยว่า “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะใช้โอกาสในการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ‘ระงับ’ การขายอาวุธให้ไต้หวันตามข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมปี 1982”

  • ประธานาธิบดีสีอาจใช้สถานที่อย่างหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ ในการผลักดันข้อเรียกร้องดังกล่าว

  • รัฐบาลจีนยึดมั่นมาตลอดว่า “ไต้หวันคือดินแดนส่วนหนึ่งของจีน” ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องทางการทูตที่อ่อนไหวและสำคัญที่สุดสำหรับจีน ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ‘ยุติ’ การขายอาวุธให้ไต้หวันอยู่บ่อยครั้ง

แหล่งข่าวเผย สี จิ้นผิง อาจกดดันทรัมป์ ‘ระงับ’ ขายอาวุธให้ไต้หวัน ระหว่างเยือนสหรัฐฯ พฤหัสฯ นี้

แหล่งข่าวเผยว่า “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะใช้โอกาสในการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ‘ระงับ’ การขายอาวุธให้ไต้หวันตามข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมปี 1982 โดยประธานาธิบดีสีอาจใช้สถานที่อย่างหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ ในการผลักดันข้อเรียกร้องดังกล่าว” 

รัฐบาลจีนยึดมั่นมาตลอดว่า “ไต้หวันคือดินแดนส่วนหนึ่งของจีน” ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องทางการทูตที่อ่อนไหวและสำคัญที่สุดสำหรับจีน ซึ่งที่ผ่านมาจีนได้ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ‘ยุติ’ การขายอาวุธให้ไต้หวันอยู่บ่อยครั้ง

ตามกฎหมายแล้ว สหรัฐฯ มีข้อผูกพันที่จะต้องจัดหาเครื่องมือในการป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวันซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างกันก็ตาม ขณะที่รัฐบาลไต้หวันเองก็ ‘ปฏิเสธ’ ข้ออ้างสิทธิ์ในอธิปไตยของรัฐบาลจีนมาโดยตลอด 

แหล่งข่าว 3 รายที่ใกล้ชิดกับการหารือระหว่างสหรัฐฯ และจีน เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า “จีนเตรียมหยิบยกแถลงการณ์ร่วมปี 1982 ขึ้นมาหารือกับสหรัฐฯ เพื่อกดดันเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน” 

ภายใต้แถลงการณ์ดังกล่าว สหรัฐฯ เคยระบุไว้ว่า “มีความตั้งใจที่จะค่อย ๆ ลดการขายอาวุธให้ไต้หวัน และไม่ได้มีเป้าหมายที่จะขายอาวุธให้ไต้หวันในระยะยาว” อย่างไรก็ตาม ในบันทึกข้อความแนบท้ายแถลงการณ์ฉบับนั้น โรนัลด์ เรแกน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้ระบุเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า “สหรัฐฯ จะยอมลดการขายอาวุธให้ไต้หวัน ก็ต่อเมื่อจีนมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหากับไต้หวันด้วยวิธีสันติเท่านั้น” 

แต่ในความเป็นจริง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จีนกลับยกระดับการกดดันทางทหารรอบเกาะไต้หวันอย่างรุนแรง ทั้งการซ้อมรบด้วยขีปนาวุธจริง และการส่งกองทัพเข้ามาปฏิบัติการล้อมรอบไต้หวันแทบจะทุกวัน  

กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า “รัฐบาลจีน ‘คัดค้านอย่างเด็ดขาด’ ต่อการที่สหรัฐฯ ขายอาวุธให้ไต้หวัน” พร้อมย้ำว่า “การปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมทั้ง 3 ฉบับ และข้อตกลงเดิมที่สหรัฐฯ เคยให้ไว้ในประเด็นไต้หวัน ถือเป็น ‘เงื่อนไขเบื้องต้นที่จำเป็น’ ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้เป็นไปอย่างมั่นคงและราบรื่น” 

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดการเดินทางถึงกรุงวอชิงตันในวันพุธนี้ (23 ก.ย.) โดยจะเปิดโต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) และปิดท้ายด้วยภารกิจเข้าเยี่ยมชมหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ ในวันศุกร์ (25 ก.ย.) 

“ทรัมป์เตรียมตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงขายอาวุธชุดใหม่ให้ไต้หวันในอีกไม่ช้านี้...ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่อนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่การดำรงตำแหน่งในวาระแรก และในการดำรงตำแหน่งวาระที่สองนี้ เพียงแค่ปีแรกปีเดียวเขาก็อนุมัติการขายอาวุธไปมากกว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เสียอีก”

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผย 

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันแถลงว่า “ทางการไต้หวันยังคงติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการหารือระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับฝั่งสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” 

(Photo by Evan Vucci / POOL / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์