คลื่นความร้อนรุนแรงถล่มยุโรปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฝรั่งเศสบันทึกอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มวัดในปี 1947 ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง หอไอเฟล และพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ประกาศปิดก่อนกำหนด ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำเพื่อคลายร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 40 ราย
ฝรั่งเศสร้อนทำลายสถิติ
สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศส เมเตโอ-ฟรองซ์ เปิดเผยว่า ดัชนีอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 29.8 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิม 29.4 องศาเซลเซียส ที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2019 และ 5 สิงหาคม 2003 นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งปิดโรงเรียนกว่า 1,800 แห่ง จากโรงเรียน 8,000 แห่งที่ได้รับผลกระทบ

ไฟดับ-แรงงานหยุดงาน
เหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เกิดขึ้นในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ส่งผลให้ประชาชนกว่า 68,000 ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากหม้อแปลงไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากความร้อนสูงผิดปกติ ขณะที่คนงานของโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ ใกล้เมืองมูลูซ ตัดสินใจเลิกงานก่อนกำหนดตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เพื่อประท้วงสภาพการทำงานในสภาวะอากาศร้อนจัด
สถานที่สำคัญปิดก่อนกำหนด
ในกรุงปารีส หอไอเฟล และพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ประกาศลดเวลาเปิดทำการ ด้านอะโตเมียม อนุสาวรีย์สัญลักษณ์ของกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ก็ปรับลดชั่วโมงการเยี่ยมชมตั้งแต่วันพุธถึงวันศุกร์เช่นกัน
กาชาดเตือนเสี่ยงเสียชีวิต
สหพันธ์กาชาดและสภากาชาดระหว่างประเทศ (IFRC) ออกมาเตือนว่าคลื่นความร้อนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดย แมรี ฟรีล เจ้าหน้าที่นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศอาวุโสของ IFRC ระบุในการแถลงข่าวที่นครเจนีวาว่า
"สำหรับประชาชนหลายพันคนทั่วยุโรป อุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีมาตรการรับมือ อาจกลายเป็นเรื่องของชีวิตและความตายได้อย่างรวดเร็ว"
เตือนภัยทั่วยุโรป
หลายประเทศยกระดับการเตือนภัย อาทิ สเปน ประกาศเตือนสีแดงในหลายพื้นที่ รวมถึงแถบเมืองกอร์โดบา บิลเบา และแคว้นกันตาเบรีย อิตาลี ประกาศเตือนสีแดงใน 16 เมือง รวมถึงมิลานและโรม โครเอเชีย ประกาศเตือนภัยสีแดงสำหรับชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ส่วน ฮังการี ยกระดับการเตือนภัยสูงสุดระหว่างวันที่ 27-30 มิถุนายน
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าคลื่นความร้อนที่เกิดซ้ำบ่อยขึ้นเป็นสัญญาณชัดเจนของภาวะโลกร้อน และคาดว่าจะทวีความรุนแรงและยาวนานขึ้นในอนาคต




