สะเทือนภาคการเงิน! แฮกเกอร์ใช้ AI ไล่เจาะระบบธนาคารในหลายประเทศต่อเนื่อง จนทางการสั่งยกระดับป้องกันด่วน

30 ต.ค. 2569 - 15:26

  • จากกระแสข่าวลือที่ธนาคารในหลายประเทศถูกถล่มระบบในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวว่า “แฮกเกอร์ทั่วโลกกำลังอัปเกรดไปใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เจาะระบบการเงินอย่างเงียบเชียบที่สามารถสร้างความเสียหายรวมกันในระดับวินาศกรรม”

  • แม้จะยังไม่มีใครใช้คำว่า ‘วิกฤตการณ์’ อย่างเป็นทางการ แต่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างตระหนักดีว่า วันที่ระบบหลังบ้านโดนเจาะทะลวงกำลังจะมาถึงในไม่ช้า

  • ขณะที่กลุ่มประเทศ G7 บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการจัดทำการซ้อมรับมือทางไซเบอร์ (Tabletop Exercises) เพื่อจำลองสถานการณ์และหาแนวทางรับมือหากระบบการเงินโลกโดน AI บุกโจมตีในอนาคต

สะเทือนภาคการเงิน! แฮกเกอร์ใช้ AI ไล่เจาะระบบธนาคารในหลายประเทศต่อเนื่อง จนทางการสั่งยกระดับป้องกันด่วน

จากกระแสข่าวลือที่ธนาคารในหลายประเทศถูกถล่มระบบในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวว่า “แฮกเกอร์ทั่วโลกกำลังอัปเกรดไปใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เจาะระบบการเงินอย่างเงียบเชียบที่สามารถสร้างความเสียหายรวมกันในระดับวินาศกรรม”   

ภาคอุตสาหกรรมการเงินของเกาหลีใต้เผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ระลอกที่สองในรอบเวลาประมาณหนึ่งเดือน ท่ามกลางเหตุการณ์ระบบถูกเจาะอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคเอเชีย จนนักวิเคราะห์หวั่นใจว่า “แฮกเกอร์กำลังใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยให้เจาะระบบขนาดใหญ่ได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิม”   

อี ชาน-จิน ผู้ว่าการบริการกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) เปิดเผยเมื่อวันพุธ (28 ต.ค.) ว่า “บริษัทการลงทุนทางการเงินรายใหญ่บางแห่งของเกาหลีใต้ ได้รับความเสียหายจากการถูกแฮกข้อมูลเป็นวงกว้างเมื่อวันก่อน” พร้อมทั้งกระตุ้นเตือนให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบรักษาความปลอดภัย โดยไม่ได้ระบุชื่อบริษัทที่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง มิแร แอสเซท (Mirae Asset Global Investments) และบริษัทหลักทรัพย์ แทนซิน (Daishin Securities) ได้ออกมายอมรับแล้วว่า “ตรวจพบร่องรอยการลักลอบเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง” เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบรักษาความปลอดภัยทางการเงินในเวลานี้ 

เหตุการณ์เจาะระบบดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์โจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปยังบริษัทหลายแห่งในญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ซอฟต์แบงก์ (SoftBank Corp) และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ไดวา (Daiwa Securities Group Inc) จนส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐของญี่ปุ่นต้องออกคำสั่งให้ทุกภาคส่วนเร่งตรวจสอบระบบความปลอดภัยโดยด่วน 

องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงใน ‘PHP’ ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมแบบโอเพนซอร์สที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนอินเทอร์เน็ต ท่ามกลางภาวะระบบหยุดชะงักที่บีบให้ธนาคาร สายการบิน และหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง จำเป็นต้องปิดให้บริการหน้าเว็บไซต์ลงชั่วคราว 

เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็เกิดคดีบันลือโลกขึ้นในอิตาลี เมื่อแฮกเกอร์เปิดฉากใช้ AI ปลอมแปลงเสียงของซีอีโอ บวกกับการส่งข้อความ WhatsApp ปลอม เพื่อลวงให้ประธานธนาคารในเครือยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Intesa Sanpaolo’ อนุมัติโอนเงินออกไปถึง 95 ล้านยูโร (ราว 3,600 ล้านบาท) โดยในปัจจุบันเงินอีกกว่า 36 ล้านยูโร (ราว 1.3 พันล้านบาท) ยังคงสาบสูญหลังถูกฟอกผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล 

ในช่วงเวลาเดียวกัน แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดังอย่าง ‘Bitget’ ก็โดนลักลอบเจาะระบบกระเป๋าเงิน Hot Wallet สูบเงินดิจิทัลออกไปกว่า 351 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) อย่างลอยนวล ซึ่งทางซีอีโอปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ 

ขณะที่ฝั่งลาตินอเมริกา มีรายงานระบุเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ว่า อาชญากรไซเบอร์ได้อัปเกรดความน่ากลัวด้วยการสร้างกองทัพ ‘AI Agents’ บนโมเดลภาษาชั้นนำ (Large Language Models) บุกถล่มระบบหลังบ้านของธนาคารและบริษัทชำระเงินกว่า 400 แห่งพร้อม ๆ กัน เพื่อลักลอบสูบชิงรหัสผ่านของลูกค้า 

ลามต่อมาที่ออสเตรเลีย เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลของออสเตรเลียต้องออกโรงเตือนภัยระดับชาติ เนื่องจากเทคโนโลยี AI กำลังเล็งเป้าหมายใหญ่ไปที่กองทุนเกษียณอายุ (Superannuation) ซึ่งมีมูลค่ารวมกันมหาศาลกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 106.70 ล้านล้านบาท) จนยอดแจ้งเตือนภัยไซเบอร์ของรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นถึง 80% ในรอบปี  

นอกจากนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ที่ผ่านมา สำนักข่าว The Economic Times ก็รายงานว่า “สถาบันการเงินขนาดเล็กที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (NBFCs) ทั่วอินเดียโดนกลุ่มมิจฉาชีพไซเบอร์รุมเจาะระบบอย่างหนักหน่วงในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา จนมีการยื่นเรื่องร้องเรียนสะสมถึง 150 กรณี สูญเงินไปกว่า 300 ล้านรูปี (ราว 106 ล้านบาท) 

แม้จะยังไม่มีใครใช้คำว่า ‘วิกฤตการณ์’ อย่างเป็นทางการ แต่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างตระหนักดีว่า วันที่ระบบหลังบ้านโดนเจาะทะลวงกำลังจะมาถึงในไม่ช้า

ขณะที่กลุ่มประเทศ G7 บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการจัดทำการซ้อมรับมือทางไซเบอร์ (Tabletop Exercises) เพื่อจำลองสถานการณ์และหาแนวทางรับมือหากระบบการเงินโลกโดน AI บุกโจมตีในอนาคต 

(Photo by Shutterstock / CHIEW) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์