คนไทยต้องกังวลมั้ย? ญี่ปุ่น-อังกฤษออกคำเตือนให้ประชาชนตุนเสบียง 3 วันรับมือเหตุฉุกเฉินในเวลาไล่เลี่ยกัน

28 ต.ค. 2569 - 15:54

  • ทางการญี่ปุ่นและอังกฤษออกคำเตือนให้ประชาชนเตรียมอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอสำหรับ 3 วันในเวลาไล่เลี่ยกัน

  • คำแนะนำนี้ก่อให้เกิดการคาดเดาต่างๆ นานาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามหรือภัยพิบัติครั้งใหญ่

  • คำเตือนของทั้งสองประเทศมีขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประเด็นดังกล่าวจึงได้รับความสนใจจากนานาชาติ รวมทั้งในประเทศไทย

คนไทยต้องกังวลมั้ย? ญี่ปุ่น-อังกฤษออกคำเตือนให้ประชาชนตุนเสบียง 3 วันรับมือเหตุฉุกเฉินในเวลาไล่เลี่ยกัน

เกิดกระแสคาดเดาและเชื่อมโยงเหตุการณ์กันไปต่างๆ นานาว่าโลกกำลังจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นหรือไม่ หลังรัฐบาลหลายประเทศออกคำเตือนให้ประชาชนตระเตรียมเสบียงและของใช้จำเป็นเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินในเวลาไล่เลี่ยกัน

วันที่ 27 ตุลาคม โกชิ โฮโซโนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการจัดการภัยพิบัติของญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์ทางทีวีของสถานีโทรทัศน์ฟูจิว่า ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันจัดตั้งสำนักงานป้องกันภัยพิบัติ เขาจะออก “คำขอเร่งด่วน” ถึงประชาชนทุกคนให้เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยให้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน หรือจะให้ดีคือ 1 สัปดาห์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับชาติ เช่น แผ่นดินไหวร่องนันไก แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใต้เมืองหลวงโดยตรง แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามแนวร่องลึกคูริลและร่องลึกญี่ปุ่น และการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ

ก่อนหน้าญี่ปุ่นไม่กี่วัน สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเปิดตัวแคมเปญ “เตรียมตัวให้พร้อม” (Be Ready) โดยแนะนำให้ประชาชนเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไว้ให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน ท่ามกลางความกังวลว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความขัดแย้งทางอาวุธ และเหตุฉุกเฉินอื่นๆ กำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น

รายการสิ่งของมีดังต่อไปนี้:

  • อาหารที่ไม่เน่าเสียง่ายสำหรับบริโภคเป็นเวลา 3 วัน เช่น ผลไม้อบแห้ง หรือเนื้อสัตว์กระป๋อง
  • น้ำดื่มบรรจุขวดปริมาณ 9 ลิตรต่อคน
  • ผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยและของใช้ในห้องน้ำ เช่น ทิชชูเปียก และเจลล้างมือแอลกอฮอล์
  • เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น ถุงนอน และผ้าห่ม
  • อุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย
  • แบตเตอรี่สำรองที่ชาร์จไฟเต็มแล้ว
  • วิทยุระบบ FM
  • เงินสด บัตรต่างๆ สำเนาเอกสารประจำตัว และข้อมูลสำคัญ เช่น บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณยาที่ต้องใช้ประจำตัว
  • ชุดปฐมพยาบาลและเวชภัณฑ์จำเป็นอื่นๆ
  • นมผงสำหรับเด็กและผ้าอ้อมสำเร็จรูป
  • อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงและน้ำดื่มบรรจุขวด

คำเตือนของทั้งสองประเทศมีขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประเด็นดังกล่าวจึงได้รับความสนใจจากนานาชาติ รวมทั้งในประเทศไทย

คำแนะนำนี้ก่อให้เกิดการคาดเดาต่างๆ นานาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามหรือการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำที่ทางการญี่ปุ่นเลือกใช้อย่างคำว่า “คำขอเร่งด่วน” ส่งผลให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางส่วนตีความช่วงเวลาของการออกคำแนะนำให้เตรียมพร้อมรับมือนี้ว่า อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น ไปจนถึงขั้นเดาว่า “สงครามโลกครั้งที่สามกำลังจะเกิดขึ้น”

ผู้ใช้งาน X รายหนึ่งระบุว่า “เริ่มรู้สึกกังวลแล้วสิ ทั้งสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ต่างก็ออกมาพูดเรื่องเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ดูเหมือนกำลังจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น”

ผู้ใช้งานอีกรายหนึ่งโต้แย้งการตีความดังกล่าว โดยตอบกลับว่า “บริบทของเรื่องนี้คือการเตือนผู้คนที่อยู่ในเส้นทางของพายุไต้ฝุ่นต่างหาก”

ขณะที่ผู้ใช้งานคนที่สามเขียนว่า “รัฐมนตรีเพิ่งบอกให้คนทั้งประเทศสำรองอาหารและน้ำไว้ในบ้าน เพราะความช่วยเหลืออาจมาไม่ถึง นั่นคือคำเตือน ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่พูดกันไปนั้นคือการที่ผู้คนแสร้งทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา”

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นอื่นๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ที่คาดเดาถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ตั้งแต่การปะทุของภูเขาไฟฟูจิ ไปจนถึงการระบาดใหญ่ครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น และไม่ได้มีที่มาจากประกาศเรื่องการเตรียมความพร้อมดังกล่าวแต่อย่างใด

ประชาชนจำนวนมากยืนต่อคิวอยู่หน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองฮานามากิ จังหวัดอิวาเตะ เพื่อซื้ออาหาร ในวันที่ 15 มีนาคม 2011 ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความยากลำบากสืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม Photo by TOSHIFUMI KITAMURA / AFP
ประชาชนจำนวนมากยืนต่อคิวอยู่หน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองฮานามากิ จังหวัดอิวาเตะ เพื่อซื้ออาหาร ในวันที่ 15 มีนาคม 2011 ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความยากลำบากสืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม Photo by TOSHIFUMI KITAMURA / AFP

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า โดยปกติแล้วทางการญี่ปุ่นออกคำแนะนำมาตรการเตรียมความพร้อมมาหลายปีแล้ว และคำแนะนำในลักษณะเดียวกันนี้ก็ปรากฏอยู่ในสมุดปกขาวว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติประจำปี 2026 ด้วยเช่นกัน มาตรการล่าสุดนี้ถือเป็นความพยายามในการย้ำเตือนถึงคำแนะนำที่มีอยู่เดิมเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญในญี่ปุ่นก็ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อเตือนถึงสงครามที่อาจเกิดขึ้นในเร็ววัน หรือภัยคุกคามจากการแฮ็กข้อมูลแต่อย่างใด โดยประเมินว่า ประกาศนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำเนินการด้านการบริหารตามปกติ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งหน่วยงานจัดการภัยพิบัติ ซึ่งจะมีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายการรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ

เช่นเดียวกับที่สหราชอาณาจักร รัฐบาลระบุว่า แคมเปญนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างความตระหนักรู้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยต่อยอดจากแนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในครัวเรือนที่มีอยู่ โดยสหราชอาณาจักรได้ให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยครัวเรือนต่างๆ เตรียมความพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 ซึ่งแคมเปญนี้ยังคงใช้คำแนะนำส่วนใหญ่ที่มีอยู่เดิม

รัฐบาลระบุว่า คำแนะนำสำหรับครัวเรือนดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการเตรียมความพร้อมทั่วไป ไม่ใช่การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินเฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และยังย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องกักตุนทุกอย่างในครั้งเดียว ให้ค่อยๆ ทยอยซื้อมาเก็บไว้ในระหว่างการไปจับจ่ายซื้อของตามปกติ

Photo by PHILIP FONG / AFP

ข่าวที่น่าสนใจ


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์