ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน กล่าวสุนทรพจน์ท่ามกลางภาวะสงครามต่อหน้าชาติสมาชิกสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ทั้ง 193 ประเทศเมื่อวันพุธ (23 ก.ย.) ที่ผ่านมา โดยกล่าวประณามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า “มีพฤติกรรมชอบรังแกผู้อื่น”
เปเซชเกียนเน้นย้ำว่า “คำข่มขู่ที่จะทำลายล้างอิหร่านของประธานาธิบดีทรัมป์มีแต่จะทำให้อิหร่านเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น...อิหร่านจะไม่ยอมแพ้ในสงครามครั้งนี้ แต่ยังคงเปิดกว้างต่อกระบวนการทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง”
“คำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.)...สะท้อนถึงแนวคิดที่ชอบรังแกผู้อื่น...ประชาชนชาวอิหร่านจะไม่มีวันก้มหัวให้กับการบีบบังคับ...พวกที่เป็นผู้ก่อการร้ายและคอยฝึกสอนผู้ก่อการร้ายเสียเอง กลับมาตราหน้าว่าเราเป็นผู้ก่อการร้าย”
— เปเซชเกียน ตอกกลับกรณีที่ทรัมป์ระบุว่า “อิหร่านเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดของโลก”
เปเซชเกียนเน้นย้ำหลายครั้งว่า “อิหร่านพร้อมคลี่คลายความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ด้วยการเจรจา” แต่ก็เตือนว่า “รัฐบาลอิหร่านไม่มีวันยอมรับท่าทีข่มขู่ หรือการใช้กำลังโดยเด็ดขาด” ขณะเดียวกัน ระหว่างที่เปเซชเกียนกล่าว คณะผู้แทนของสหรัฐฯ ก็พากันเดินออกจากห้องประชุมทันทีที่ผู้นำอิหร่านเริ่มกล่าวสุนทรพจน์
“อิหร่านไม่มีความตั้งใจที่จะพัฒนา หรือครอบครองระเบิดนิวเคลียร์ แต่ก็จะไม่มีวันสละสิทธิ์ในการดำเนินโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ...เราไม่คิดครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็จะไม่มีวันทิ้งองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์ด้วยเช่นกัน”
— เปเซชเกียน กล่าว
การเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านนานกว่า 7 เดือนได้ส่งผลกระทบสั่นคลอนตลาดโลก และผลักดันให้ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเข้าสู่ภาวะสงครามที่ขยายวงกว้างขึ้น โดยล่าสุด สหรัฐฯ ได้กลับมาบังคับใช้มาตรการทางเศรษฐกิจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากปฏิบัติการทางทหารในการบีบบังคับให้อิหร่านยอมจำนนนั้น ‘ล้มเหลว’
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บรรดาแกนนำระดับสูงของอิหร่านต่างหวั่นเกรงว่า “สภาวะเศรษฐกิจที่กำลังดิ่งลง ทั้งปัญหาราคาสินค้าพุ่งสูง การค้าซบเซา และรายได้ครัวเรือนที่ถูกบีบคั้น อาจกลายเป็นชนวนจุดไฟให้เกิดการลุกฮือประท้วงระลอกใหม่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นและสั่นคลอนเสถียรภาพของอิหร่านมาแล้วหลายครั้ง”
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลก ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
แหล่งข่าวชาวอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) ที่ผ่านมาว่า “รัฐบาลอิหร่านได้ส่งเงื่อนไขในการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ไปให้สหรัฐฯ ผ่านประเทศตัวกลางแล้ว”
ขณะที่ เปเซชเกียน กล่าวเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ว่า “เป็นไปไม่ได้ที่ทุกประเทศจะได้รับผลประโยชน์จากช่องแคบฮอร์มุซ แต่พวกเรากลับถูกกีดกันไม่ให้ใช้งาน การส่งกองเรือรบฝ่ายตรงข้ามเข้ามาประจำการอย่างถาวรและการขยายวงกว้างของสงคราม ไม่มีวันนำไปสู่สันติภาพได้”
(Photo by TIMOTHY A. CLARY / AFP)





