เหตุการณ์ที่อาจเป็นการระบาดของกาฬโรค ณ ห้องแล็บของรัสเซีย กำลังนำไปสู่การตั้งคำถามสำคัญว่า “เกิดอะไรขึ้นภายในห้องปฏิบัติการอันห่างไกลในภูมิภาคไซบีเรียแห่งนี้กันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึง ‘โครงการอาวุธชีวภาพ’ ที่รู้กันดีว่ารัสเซียมีอยู่”
สถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคในเมืองอีร์คุตสค์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางทิศตะวันออกราว 2,500 ไมล์ (ราว 4,023 กิโลเมตร) ใกล้กับชายแดนประเทศมองโกเลีย ถือเป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการโรคติดต่อราว 80 แห่งที่สร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียตเพื่อใช้สำหรับศึกษาเชื้อก่อโรคโดยเฉพาะ
แม้ในทางเอกสารจะระบุว่าห้องแล็บเหล่านี้ตั้งขึ้นเพื่อการสาธารณสุขและการป้องกันประเทศอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่งานวิจัยของ เรย์มอนด์ เอ.ซิลินสคาส ชี้ชัดว่า “ห้องปฏิบัติการวิจัยกาฬโรคเหล่านี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโครงการอาวุธชีวภาพเชิงรุกของสหภาพโซเวียต”
ในยุคโซเวียต ห้องแล็บที่เมืองอีร์คุตสค์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นคลังจัดเก็บสายพันธุ์เชื้อป่าที่มีความรุนแรงสูง ไม่ว่าจะเป็นกาฬโรค โรคแอนแทรกซ์ (หรือโรคติดต่อร้ายแรงจากสัตว์สู่คน / Anthrax) และเชื้อก่อโรคชนิดอื่นๆ ที่สกัดมาจากสัตว์ป่าทั่วไซบีเรียและเอเชียตะวันออก
งานวิจัยของซิลินสคาสยังพบอีกว่า
“ห้องปฏิบัติการเหล่านี้หลายแห่งยังได้คอยจัดส่งตัวอย่างเชื้อโรคให้กับกองทัพโซเวียต เพื่อนำไปใช้ในโครงการวิจัยอาวุธชีวภาพอีกด้วย”
แม้ทำเนียบเครมลินของรัสเซียจะยืนยันว่าห้องแล็บในเมืองอีร์คุตสค์ถูกใช้เพื่อการวิจัยเชิงป้องกันและการพัฒนาวัคซีนเท่านั้น แต่สถานีวิทยุ Radio Free Europe รายงานว่า “รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อเดือนเมษายน 2025 กลับระบุว่า ‘รัสเซียยังคงดำเนินโครงการสงครามชีวภาพเชิงรุก’ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาห้ามอาวุธชีวภาพ (BWC)”
ยิ่งไปกว่านั้น เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลรัสเซียเคยพยายามโฆษณาชวนเชื่อว่า “ยูเครนแอบทำแล็บอาวุธชีวภาพโดยมีสหรัฐฯ หนุนหลัง” ทำให้ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) ที่ผ่านมา ดอน เบคอน สส.สหรัฐฯ และสมาชิกอาวุโสคณะกรรมาธิการบริการติดอาวุธ ได้ออกมาโพสต์ข้อความบน X เพื่อตอกย้ำถึงข้อกล่าวหาเรื่องอาวุธชีวภาพของรัสเซียที่มีมาอย่างยาวนาน
“ผมยังจำได้ว่าเคยได้ยินพวกกลุ่มคนต่อต้านยูเครนพูดถึงเรื่องที่เรียกว่า ‘ห้องแล็บชีวภาพ’ ของพวกเขา ซึ่งนั่นน่ะเป็นปฏิบัติการปล่อยข่าวลือลวงโลกที่ยอดเยี่ยมที่สุดของรัสเซียเลยล่ะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว รัสเซียต่างหากที่มีห้องแล็บชีวภาพเหล่านั้น” เบคอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ระบุ
ในวันจันทร์ (5 ต.ค.) ที่ผ่านมา ไมก์ ปอมเปโอ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ก็ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนในลักษณะเดียวกัน โดยเขาได้โยงเรื่องนี้เข้ากับเหตุการณ์การระบาดของโควิด-19 เมื่อ 7 ปีก่อน ซึ่งเกิดขึ้นห่างออกไปทางใต้ราว 1,500 ไมล์ (ราว 2,414 กิโลเมตร) ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน
“ข่าวลือเรื่องการแพร่ระบาดของ ‘กาฬโรค’ ในรัสเซีย ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังขั้นสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงแหล่งที่มาของมัน...วิกฤตโควิด-19 ได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า คำลวงและการขัดขวางของรัฐบาลเผด็จการที่พยายามจะปกปิดร่องรอยของตัวเอง สามารถเปลี่ยนโรคระบาดที่ควบคุมได้ ให้กลายมาเป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกได้อย่างไร”
— ปอมเปโอ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาเรีย ชิปิโลวา เจ้าหน้าที่เทคนิคห้องแล็บวัย 28 ปี ได้เสียชีวิตลงเพียงไม่กี่วัน หลังจากมีรายงานว่าเธอทำหลอดทดลองที่บรรจุเชื้อกาฬโรคปอดแตก ขณะปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการที่ภูมิภาคไซบีเรีย
ขณะที่ฝั่งรัสเซียยังคงปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีการผลิตอาวุธชีวภาพในห้องแล็บโรคติดต่อของตน โดยระบุว่า “โรงงานและศูนย์วิจัยเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางป้องกันเชื้อก่อโรคและกาฬโรคที่อันตรายเท่านั้น”
(Photo by Shutterstock / Pickadook)





