ในสัปดาห์นี้ เที่ยวบินหลายสิบเที่ยวและองค์กรสื่อหลายแห่งทั่วยุโรปต่างได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามขู่วางระเบิดลวงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้การเดินทางหยุดชะงักและทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งล่าตัวผู้กระทำความผิด
เมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) ที่ผ่านมา เกิดความปั่นป่วนระลอกใหม่กับสนามบินและเที่ยวบินหลายแห่งในยุโรป ขณะเดียวกัน ‘RTÉ’ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติของไอร์แลนด์ ตลอดจนองค์กรสื่อยักษ์ใหญ่อีกหลายแห่งรวมถึง ‘Sky’ ต่างต้องอพยพพนักงานออกจากสำนักงานหลังได้รับคำขู่ในลักษณะเดียวกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้มีขึ้นในช่วงที่ยุโรปกำลังเผชิญกับการโจมตีแบบผสมผสาน (hybrid attacks) ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางเหตุการณ์ทางการได้กล่าวโทษว่า “เป็นฝีมือของรัสเซีย” อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและบงการคลื่นคำขู่ระลอกล่าสุดนี้อย่างแท้จริง
ในเบื้องต้น ภัยคุกคามเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่สนามบินและสายการบิน โดยเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) ที่ผ่านมา ตำรวจเดนมาร์กและสาธารณรัฐเช็กเปิดเผยว่า “มีการขู่ระเบิดระลอกใหม่พุ่งเป้าไปยังท่าอากาศยานโคเปนเฮเกนและท่าอากาศยานปราก” ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกลาโหมฮังการีก็ระบุว่า “ได้ส่งเครื่องบินรบเข้าประกบเพื่อคุ้มกันเครื่องบินพาณิชย์ 3 ลำในน่านฟ้าของประเทศ หลังได้รับแจ้งเหตุข่มขู่เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ (6 พ.ย.)”
นอกจากนี้ ทางการเนเธอร์แลนด์ยังเปิดเผยกับ ‘NOS’ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติว่า “เที่ยวบินของสายการบิน KLM ที่เดินทางจากกรุงปรากไปยังอัมสเตอร์ดัม ได้ถูกสั่งตรวจค้นทันทีหลังลงจอด แต่ก็ไม่พบวัตถุระเบิดใด ๆ บนเครื่อง” ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีเที่ยวบินอย่างน้อย 14 เที่ยวได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามในลักษณะเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ที่ผ่านมา
ภัยคุกคามเริ่มขยายวงไปสู่ออกอากาศและสื่อมวลชนในช่วงเย็นวันศุกร์ (6 พ.ย.) โดยเฉพาะในไอร์แลนด์ ซึ่งผู้สื่อข่าวของ RTÉ ได้เปิดเผยเนื้อหาในอีเมลข่มขู่ที่ระบุว่า “มีแผนจะวางระเบิดเครื่องบิน เรือสำราญ สถานีรถไฟใต้ดิน และรถไฟ ทั่วยุโรป”
“เราต้องการให้คนทั้งโลกหันมาสนใจ กลุ่มสายลับของเราได้วางระเบิดไว้ในอาคารของคุณแล้ว และมันจะระเบิดภายใน 45 นาทีข้างหน้า เวลากำลังนับถอยหลัง”
— รายงานจากสำนักข่าว PA Media เผยข้อความในอีเมลดังกล่าว
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนทั้งหมด แต่ทางการเช็กและอิตาลีระบุตรงกันว่า “เป็นการข่มขู่ผ่านทางอีเมลลึกลับ” ขณะที่ตัวแทนท่าอากาศยานวาตสลัฟ ฮาเวล ในกรุงปราก และโฆษกตำรวจเช็ก เปิดเผยกับ CNN ว่า “สนามบินได้รับอีเมลนิรนามขู่ระเบิดบนเที่ยวบิน 4 เที่ยว แล้วก็ยังมีอีเมลข่มขู่ในลักษณะเดียวกันนี้ถูกส่งไปยังสนามบินอื่น ๆ ทั่วยุโรปเช่นกัน”
ส่วนกรณีคำขู่ในอิตาลี ถูกส่งผ่านอีเมลของกลุ่มต่อต้านสตรีนิยมที่เรียกตัวเองว่า ‘The Male State’ โดยส่งตรงไปยังบริษัทโลจิสติกส์ที่ปฏิบัติงานร่วมกับท่าอากาศยานฟิวมิชิโนในกรุงโรม
อีเมลดังกล่าวถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกโดย ‘SkyTG24’ สำนักข่าวในเครือของ CNN ซึ่งกุข้อมูลเท็จว่า “มีการวางวัตถุระเบิดบนเที่ยวบิน 2 เที่ยว ได้แก่ เที่ยวบินที่มาจากเฮลซิงกิและเที่ยวบินจากดับลิน” ขณะที่โฆษกของท่าอากาศยานก็ยืนยันกับ CNN ว่า “ภาพถ่ายหน้าจอดังกล่าวเป็นของจริง” แต่พอไปตรวจแล้วก็ไม่เจอระเบิด
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการต่อต้านการก่อการร้าย (ICCT) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า “กลุ่ม ‘The Male State’ เป็นกลุ่มขวาจัด ก่อตั้งขึ้นในรัสเซียเมื่อปี 2016 มีแนวคิดเกลียดชังผู้หญิงและบ้าสงคราม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้สนับสนุนการทำสงครามในยูเครนอย่างออกหน้าออกตา จนแม้แต่ศาลรัสเซียเองก็สั่งแบนกลุ่มดังกล่าวและตราหน้าว่าเป็น ‘องค์กรหัวรุนแรง’ มาตั้งแต่ปี 2021”
ด้าน คีธ เจฟฟรีส์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของท่าอากาศยาน LAX เปิดเผยกับ CNN ว่า “ท่าอากาศยานทุกแห่งในยุโรปมีการซักซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่เสมอ สนามบินทุกแห่งจะมีแผนบริหารจัดการภัยคุกคามจากระเบิด และจะฝึกซ้อมตามแผนนั้น ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที…สิ่งสำคัญที่สุดคือ หน่วยงานด้านการบินจะไม่มีวันเพิกเฉยต่อคำขู่ระเบิดอย่างเด็ดขาด”
ใครได้รับผลกระทบบ้าง…?
ในภาพรวม ผลกระทบยังถือว่าอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากคำขู่ทั้งหมดจนถึงตอนนี้ล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า “ไม่พบวัตถุระเบิดใด ๆ บนเครื่อง”
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับผู้เดินทาง โดยเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ที่ผ่านมา ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินอย่างน้อย 14 ลำได้รับผลกระทบ รวมถึงเที่ยวบินของสายการบิน Aer Lingus ที่กำลังมุ่งหน้าไปกรุงโรมแต่ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่ฝรั่งเศส และอีก 2 เที่ยวบินจากสเปนและเดนมาร์กที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่กรุงโซเฟีย เมืองหลวงของบัลแกเรีย ซึ่งเหตุปั่นป่วนนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่มีเที่ยวบินอย่างน้อย 7 ลำต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปเมื่อวันอังคาร (3 พ.ย.)
“คำขู่เหล่านี้อาจมีเป้าหมายสองอย่าง คือ เพื่อสร้างความปั่นป่วน และเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ระบบการตอบสนองของสายการบินและหน่วยงานภาครัฐ”
— นักวิเคราะห์ เตือน
เอลิราน อัลม็อก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ‘Cyviation’ บริษัทความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ด้านการบิน เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า “ภัยคุกคามด้านการบินเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรป บริการที่จำเป็นหลายภาคส่วนกำลังเผชิญกับการหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจและอาจบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชนได้”
(Photo by ANDREA BERNARDI / AFP)





