สภาอุยกูร์โลกประณามไทยที่ตัดสินประหารชีวิต 2 อุยกูร์วางระเบิดแยกราชประสงค์

15 มิ.ย. 2569 - 14:57

  • ผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกคุมขังมาเกือบ 11 ปีนับตั้งแต่ถูกจับกุมตัว ทั้งคู่ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์

  • สภาอุยกูร์โลกอ้างว่า คดีนี้เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

  • สภาอุยกูร์โลกเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ กดดันประเทศไทย

สภาอุยกูร์โลกประณามไทยที่ตัดสินประหารชีวิต 2 อุยกูร์วางระเบิดแยกราชประสงค์

สภาอุยกูร์โลก (World Uyghur Congress: WUC) ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ตัดสินให้ผู้ต้องหาชาวอุยกูร์ 2 คน ได้แก่ บิลาล โมฮัมเหม็ด และไมไรลี ยูซุฟู มีความผิดในคดีวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ เมื่อเดือน ส.ค. 2015 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บมากกว่า 163 คน โดยมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต

แถลงการณ์ของสภาอุยกูร์โลกระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกคุมขังมาเกือบ 11 ปีนับตั้งแต่ถูกจับกุมตัว ทั้งคู่ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์และจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินและโทษประหารชีวิต

สภาอุยกูร์โลกอ้างว่า คดีนี้เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิทธิที่ประเทศไทยมีพันธะต้องเคารพในฐานะประเทศภาคีของอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ชายทั้งสองถูกควบคุมตัวในสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติอธิบายว่าเป็นการควบคุมตัวโดยพลการ และกล่าวหาว่า ถูกทางการไทยปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมตลอดกระบวนการพิจารณาคดีที่ยาวนานเกือบ 11 ปี

นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของการพิจารณาคดียังดำเนินการในศาลทหารที่มีความโปร่งใสน้อย และจำเลยไม่ได้รับการจัดหาล่ามภาษาอุยกูร์ที่เพียงพอ

สภาอุยกูร์โลกยังอ้างความเห็นของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายและองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ที่บอกว่า การสอบสวนและการพิจารณาคดีเต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเปิดเผยความบกพร่องเชิงระบบในระบบยุติธรรมของประเทศไทย และกระบวนการพิจารณาคดีนั้นมีข้อบกพร่องมากจนควรปล่อยตัวชายทั้งสอง

ทูร์กุนจัน อลาวดุน ประธานสภาสหภาพชาวอุยกูร์เผยว่า “คดีนี้ต้องทำความเข้าใจในบริบทของการที่รัฐบาลจีนกดขี่ข่มเหงชาวอุยกูร์มาอย่างยาวนาน ปักกิ่งใช้ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การดำเนินคดีทางการเมือง และการลงโทษอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อปราบปรามเสียงของชาวอุยกูร์และให้เหตุผลในการปราบปราม การยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม การรับประกันการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และการตรวจสอบโดยศาลที่เป็นอิสระเป็นสิ่งจำเป็นในทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับจำเลยชาวอุยกูร์”

สภาอุยกูร์โลกระบุอีกว่า คำตัดสินนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลจีนต่อทางการไทยให้เนรเทศกลุ่มชายชาวอุยกูร์จำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2014 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ไทยได้เนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปจีน แม้จะมีคำเตือนจากนานาชาติ และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบที่อยู่ของพวกเขา การหายตัวไปของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ชาวอุยกูร์ต้องเผชิญอย่างแท้จริง และเน้นย้ำถึงรูปแบบการปราบปรามข้ามชาติของจีนในวงกว้าง

สภาอุยกูร์โลกคัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณี รวมถึงในกรณีนี้ด้วย แม้ว่าผู้ที่รับผิดชอบต่อการกระทำรุนแรงจะต้องถูกลงโทษ แต่ความยุติธรรมนั้นไม่อาจมาพร้อมกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เราขอเรียกร้องให้กระบวนการอุทธรณ์ดำเนินการอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และการดำเนินการเพื่อเอาผิดควรเป็นไปในลักษณะที่เคารพสิทธิมนุษยชน กระบวนการยุติธรรม และหลักนิติธรรม

สภาอุยกูร์โลกเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ กดดันประเทศไทยให้ดำเนินการอุทธรณ์ตามมาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมในระดับสากล สภาฯ เรียกร้องให้ยกเลิกคำพิพากษาและปล่อยตัวจำเลยหากไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของพวกเขาได้โดยปราศจากข้อสงสัย และหากคำพิพากษายังคงอยู่ ก็ควรลงโทษจำเลยด้วยโทษที่ไม่ใช่โทษประหารชีวิต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์